← กลับไปที่สูตรอาหาร
คอทเทจพายดัชนีน้ำตาลต่ำกับมันฝรั่งคาริสมา - สูตรอาหารค่า GI ต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปานกลาง

คอทเทจพายดัชนีน้ำตาลต่ำกับมันฝรั่งคาริสมา

เมนูคอมฟอร์ตฟู้ดสไตล์อังกฤษที่ปรับมาเพื่อคนรักสุขภาพและคุมน้ำตาล โดยใช้เนื้อวัวไขมันต่ำ ผักที่มีกากใยสูง และมันฝรั่งคาริสมาที่มีค่า GI ต่ำเป็นพิเศษ เพื่อให้พลังงานที่คงที่

20 min
เวลาเตรียม
1h
เวลาปรุงอาหาร
1h 20m
เวลาทั้งหมด
6
จำนวนที่เสิร์ฟ

คอทเทจพายสูตรปรับปรุงใหม่นี้พิสูจน์ให้เห็นว่าอาหารจานโปรดที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นก็สามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุลได้ ด้วยการใช้มันฝรั่งคาริสมา ซึ่งเป็นสายพันธุ์พิเศษที่มีค่า GI ประมาณ 53-59 เมื่อเทียบกับมันฝรั่งทั่วไปที่มีค่าสูงถึง 70-90 เราจึงเปลี่ยนเมนูคลาสสิกของอังกฤษจานนี้ให้กลายเป็นมื้ออาหารที่เป็นมิตรกับผู้ป่วยเบาหวานและไม่ทำให้น้ำตาลพุ่งสูง ไส้พายรสเข้มข้นทำจากเนื้อวัวบดไขมันต่ำผสมกับเบคอนเล็กน้อยเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติ พร้อมด้วยแครอท เซเลอรี และถั่วลันเตาที่ช่วยเพิ่มกากใยเพื่อชะลอการย่อยและควบคุมการตอบสนองของระดับน้ำตาล

เคล็ดลับที่ทำให้สูตรนี้ดีต่อระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ที่การเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันและวิธีการปรุง ไวน์แดงช่วยเพิ่มความหอมมันโดยมีคาร์โบไฮเดรตเพียงเล็กน้อย และปริมาณผักที่ใส่ลงไปอย่างเต็มที่ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกากใยในมื้ออาหาร ส่วนชีสไขมันต่ำที่โรยหน้าช่วยเพิ่มโปรตีนและแคลเซียมโดยไม่มีไขมันอิ่มตัวส่วนเกิน ช่วยให้ระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารคงที่ยิ่งขึ้น แต่ละหน่วยบริโภคมีปริมาณประมาณ 180 กรัม ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สมดุลและรักษาค่า Glycemic Load (GL) ให้อยู่ที่ 29

เพื่อการควบคุมระดับน้ำตาลที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานคอทเทจพายคู่กับสลัดผักจานใหญ่ที่ปรุงด้วยน้ำมันมะกอกและน้ำส้มสายชู และควรทานผักก่อนเป็นอันดับแรก ลำดับการทานอาหารแบบนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดการพุ่งสูงของน้ำตาลในเลือดได้ถึง 73% การผสมผสานระหว่างโปรตีนจากเนื้อวัว คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนจากมันฝรั่งคาริสมา และกากใยที่ล้นเหลือ ช่วยสร้างมื้ออาหารที่สมดุล ให้พลังงานต่อเนื่องยาวนาน 3-4 ชั่วโมง โดยไม่มีอาการเพลียหลังทานเหมือนอาหารที่มีค่า GI สูงทั่วไป นอกจากนี้เรายังใช้เบคอนเพียงเล็กน้อยเพื่อชูรสชาติแทนการใช้เป็นวัตถุดิบหลัก เพื่อควบคุมไขมันอิ่มตัวในขณะที่ยังคงรสชาติดั้งเดิมเอาไว้

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

29.0
ค่าภาระน้ำตาล
HIGH

คอทเทจพายจานนี้จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง เนื่องจากมีค่า GI ระดับกลาง (59) และค่า Glycemic Load ที่ 29 การผสมผสานระหว่างโปรตีนจากเนื้อวัว กากใยจากผัก และไขมันจากเบคอนและน้ำมันมะกอกจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ให้พลังงานต่อเนื่อง 3-4 ชั่วโมง โดยระดับน้ำตาลจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ แทนที่จะพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Eat the vegetable-rich meat filling first before the potato topping to slow carbohydrate absorption and reduce the glycemic response
  • Pair your meal with a large side salad dressed with vinegar-based dressing, as the acetic acid can help blunt blood sugar spikes by up to 30%
  • Take a 10-15 minute walk after eating to help muscles absorb glucose and lower post-meal blood sugar levels

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส วางตะแกรงไว้ตรงกลางเตาเพื่อให้ความร้อนกระจายทั่วถึง

  2. 2

    ตั้งน้ำมันมะกอกในหม้อก้นลึกหรือกระทะก้นลึกแบบไม่ติดกระทะด้วยไฟกลางค่อนข้างแรง ใส่เบคอนสับลงไปผัดประมาณ 4-5 นาทีจนเริ่มเหลืองทองและมีน้ำมันออกมา หมั่นคนเรื่อยๆ ไม่ให้ติดกระทะ

  3. 3

    ใส่หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า แครอทสับ เซเลอรี่ และกระเทียมบุบลงไปผัดกับเบคอน ผัดต่ออีก 5-6 นาที หมั่นคนบ่อยๆ จนผักนิ่มและหอมหัวใหญ่เริ่มใส ผักเหล่านี้จะช่วยเพิ่มใยอาหารที่สำคัญในการชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด

  4. 4

    เร่งไฟขึ้นเล็กน้อยแล้วใส่เนื้อวัวบดลงไป ใช้พายไม้บี้เนื้อให้กระจายตัว ผัดประมาณ 6-8 นาทีจนเนื้อสุกทั่วและไม่มีสีชมพูเหลืออยู่ ใส่เขือเทศเข้มข้น ไวน์แดง ไทม์สับ พริกไทยดำ และถั่วลันเตาแช่แข็งลงไปผัดให้เข้ากัน รอจนส่วนผสมเดือดจัด จากนั้นลดไฟลงเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน เคี่ยวต่ออีก 8-10 นาทีจนน้ำงวดลงประมาณหนึ่งในสาม

  5. 5

    โรยแป้งลงบนส่วนผสมเนื้อแล้วคนให้เข้ากันดี เทน้ำสต๊อกเนื้อลงไปและใส่ใบกระวาน เคี่ยวต่ออีก 10-12 นาที หมั่นคนเป็นระยะจนซอสเริ่มข้นเหมือนน้ำเกรวี่ ปิดไฟ ตักใบกระวานออก ปิดฝาพักไว้ระหว่างที่คุณไปเตรียมส่วนผสมมันฝรั่งสำหรับแต่งหน้า

  6. 6

    ระหว่างที่เคี่ยวเนื้อ ให้หั่นครึ่งมันฝรั่งคาริสมาใส่ลงในหม้อใบใหญ่แล้วเติมน้ำเย็นให้ท่วม ต้มด้วยไฟแรงจนเดือด จากนั้นลดไฟลงปานกลางแล้วต้มต่ออีก 15-18 นาที จนมันฝรั่งนุ่มจนใช้ส้อมจิ้มทะลุได้ง่าย เทน้ำออกให้หมดแล้วใส่มันฝรั่งกลับลงในหม้อร้อนๆ เติมนมไขมันต่ำลงไปแล้วบดให้ละเอียดจนเนื้อเนียนนุ่มและไม่มีก้อนหลงเหลืออยู่

  7. 7

    ตักส่วนผสมเนื้อใส่ถาดอบที่ทนความร้อนได้ (ขนาดประมาณ 23x30 ซม. หรือ 9x13 นิ้ว) แล้วเกลี่ยให้ทั่วก้นถาด จากนั้นตักมันฝรั่งคาริสมาบดวางทับลงบนชั้นเนื้อ ค่อยๆ เกลี่ยให้ปิดจนมิดและหน้าเรียบเสมอกัน ถ้าชอบก็ใช้ส้อมทำลวดลายเป็นรอยหยักบนหน้ามันบดได้ ซึ่งรอยหยักนี้จะช่วยให้หน้ากรอบสวยเวลาอบ สุดท้ายโรยเชดดาร์ชีสไขมันต่ำแบบขูดให้ทั่วชั้นมันฝรั่ง

  8. 8

    นำคอทเทจพายที่เตรียมไว้เข้าเตาอบที่วอร์มไว้แล้ว อบประมาณ 28-32 นาที จนด้านบนกลายเป็นสีเหลืองทองและชีสละลายจนเดือดเป็นฟอง ถ้าอยากให้สีสวยขึ้นอีกนิด สามารถเปิดไฟบนอบต่อได้อีก 2-3 นาที แต่ต้องคอยดูให้ดีอย่าให้ไหม้ พักทิ้งไว้ 5 นาทีก่อนเสิร์ฟเพื่อให้ชั้นต่างๆ เซตตัว ซึ่งจะช่วยให้ตักแบ่งได้ง่ายขึ้น และการปล่อยให้เย็นลงเล็กน้อยยังช่วยเรื่องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีที่สุดอีกด้วย

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 564 3383
คาร์โบไฮเดรต 41g 247g
น้ำตาล 6g 37g
น้ำตาลธรรมชาติ 6g 37g
โปรตีน 29g 176g
ไขมัน 28g 170g
ไขมันอิ่มตัว 11g 67g
ไขมันไม่อิ่มตัว 15g 88g
ไฟเบอร์ 6g 37g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 2g 10g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 4g 26g
โซเดียม 600mg 3598mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

แป้งสาลี Almond Flour, Coconut Flour, Xanthan Gum

แป้งอัลมอนด์และแป้งมะพร้าวส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมากเมื่อเทียบกับแป้งสาลี (GI ~0-45 เทียบกับ 70) ในขณะที่แซนแทนกัมช่วยให้ซอสข้นขึ้นโดยไม่มีคาร์โบไฮเดรตหรือผลกระทบต่อระดับน้ำตาล

ถั่วลันเตา Green Beans, Zucchini, Cauliflower

ถั่วแขก ซูกินี และกะหล่ำดอกมีค่าโหลดน้ำตาล (GL) ต่ำกว่าถั่วลันเตาอย่างเห็นได้ชัด (GL 1-3 เทียบกับ 4-5 ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค) ช่วยลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตรวมในขณะที่ยังคงปริมาณเนื้อผักไว้เท่าเดิม

แครอท Celery Root, Turnip, Radish

หัวเซเลอรี เทอร์นิพ และแรดิชมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่า (GI 35-30) และมีคาร์โบไฮเดรตรวมน้อยกว่าแครอท (GI 39) ช่วยลดค่าโหลดน้ำตาลโดยรวมของส่วนผสมผักพื้นฐาน

ไวน์แดง Beef Broth, Dry Red Wine Vinegar With Water, Tomato Juice

แม้ไวน์แดงจะมีน้ำตาลน้อยมาก แต่การเปลี่ยนไปใช้น้ำสต๊อกเนื้อจะช่วยตัดน้ำตาลส่วนเกินออกไปได้ทั้งหมด หรือการใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำจะช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวโดยไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดียิ่งขึ้น

มะเขือเทศเข้มข้น (Tomato Paste) Tomato Puree With Herbs, Roasted Red Pepper Puree, Mushroom Paste

การเจือจางหรือเปลี่ยนจากการใช้มะเขือเทศเข้มข้นมาเป็นตัวเลือกอื่นที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า จะช่วยลดปริมาณน้ำตาลและค่าโหลดน้ำตาลลงได้ โดยที่ยังคงรสชาติอูมามิและสีสันที่เข้มข้นของซอสเอาไว้

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

ทำไมคอทเทจพายจานนี้ถึงไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง

คอทเทจพายจานนี้แสดงให้เห็นว่าการเลือกเปลี่ยนวัตถุดิบอย่างชาญฉลาดสามารถเปลี่ยนอาหารที่เคยมีดัชนีน้ำตาลสูงให้กลายเป็นมื้อที่เป็นมิตรต่อระดับน้ำตาลได้ ตัวเอกของจานนี้คือมันฝรั่งคาริสมา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พัฒนามาเป็นพิเศษให้มีดัชนีน้ำตาลประมาณ 53 เมื่อเทียบกับมันฝรั่งรัสเซททั่วไปที่มีค่าสูงถึง 85 มันฝรั่งคาริสมามีแป้งทนการย่อย (resistant starch) มากกว่า ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตประเภทที่ร่างกายย่อยช้า คล้ายกับกากใยอาหาร นั่นหมายความว่าน้ำตาลกลูโคสจะค่อยๆ เข้าสู่กระแสเลือดแทนที่จะพุ่งเข้าไปทีเดียว ค่า Glycemic Load ที่ 29.0 ต่อหนึ่งหน่วยบริโภคบอกเราว่า แม้มื้อนี้จะมีคาร์โบไฮเดรต แต่ปริมาณโดยรวมก็ไม่มากเกินกว่าที่ร่างกายจะรับมือได้

ส่วนประกอบพื้นฐานของสูตรอย่างน้ำมันมะกอก เบคอน และผักต่างๆ ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยชะลอการเผาผลาญที่ช่วยให้การย่อยช้าลงไปอีก เมื่อคุณทานไขมันและโปรตีนควบคู่ไปกับคาร์โบไฮเดรต กระเพาะอาหารจะย่อยอาหารช้าลง ซึ่งช่วยให้กราฟระดับน้ำตาลเรียบขึ้น เบคอนให้โปรตีนและไขมัน ส่วนน้ำมันมะกอกให้ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดีต่อหัวใจ ซึ่งงานวิจัยระบุว่าสามารถช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลินได้ ผักที่มีกากใยสูงอย่างหอมใหญ่ แครอท และเซเลอรี ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและสารอาหารที่ช่วยให้ร่างกายปล่อยพลังงานออกมาอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อเพิ่มประโยชน์สูงสุดต่อระดับน้ำตาลในเลือด ลองทานผักและโปรตีนก่อน แล้วค่อยทานมันฝรั่งที่อยู่ด้านบนเป็นลำดับสุดท้าย กลยุทธ์ "การเรียงลำดับอาหาร" นี้สามารถลดการพุ่งสูงของน้ำตาลหลังมื้ออาหารได้ถึง 40% นอกจากนี้ลองทานคู่กับสลัดผักที่ปรุงด้วยน้ำส้มสายชู ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต และการเดินเล่นสัก 10-15 นาทีหลังทานอาหารจะช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยรักษาให้ระดับน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ