← กลับไปที่สูตรอาหาร
ไก่อบถั่วขาวสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ - เมนูสุขภาพ GI ต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปราศจากกลูเตน ปราศจากนม ปานกลาง

ไก่อบถั่วขาวสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ

เมนูไก่อบถั่วขาวที่ทั้งอิ่มท้องและดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด อัดแน่นไปด้วยถั่วและผักที่มีไฟเบอร์สูง ช่วยให้อิ่มนานโดยไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง

20 min
เวลาเตรียม
1h
เวลาปรุงอาหาร
1h 20m
เวลาทั้งหมด
4
จำนวนที่เสิร์ฟ

เมนูไก่อบถั่วขาวจานนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดโดยเฉพาะ แต่ยังคงรสชาติที่อร่อยและทำให้อิ่มท้อง การผสมผสานระหว่างสะโพกไก่ไม่ติดมัน ถั่วขาวที่มีไฟเบอร์สูง และผักสมุนไพรต่างๆ ช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ช้าลง ป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว

เคล็ดลับที่ทำให้เมนูนี้ดีต่อระดับน้ำตาลคือปริมาณไฟเบอร์ที่สูงจากถั่วขาวและผัก ซึ่งจะช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต ส่วนสะโพกไก่ให้โปรตีนคุณภาพดีและไขมันที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยควบคุมการตอบสนองของน้ำตาลในเลือดได้ดียิ่งขึ้น เบสของอาหารที่ประกอบด้วยหอมหัวใหญ่ แครอท และเซเลอรี ช่วยเพิ่มความหวานตามธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้น้ำตาลทราย และสมุนไพรสดช่วยชูรสชาติโดยไม่เพิ่มแคลอรีหรือคาร์บ

เพื่อการจัดการระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานผักและโปรตีนก่อนทานขนมปังที่เสิร์ฟคู่กัน เมนูนี้สามารถแช่แข็งได้ดีมาก เหมาะสำหรับการเตรียมอาหารล่วงหน้า แต่ละส่วนให้โปรตีนประมาณ 25 กรัม และไฟเบอร์ 12 กรัม ซึ่งเป็นสัดส่วนสารอาหารที่สมดุล ช่วยให้มีพลังงานคงที่และอิ่มท้องนานถึง 4-5 ชั่วโมง

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

16.2
ค่าภาระน้ำตาล
MEDIUM

มื้อนี้จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยระดับน้ำตาลจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เนื่องจากมีค่า GI ต่ำที่ 28 และค่า GL ปานกลางที่ 16.2 การรวมกันของโปรตีนจากไก่ ไฟเบอร์จากถั่วและผัก รวมถึงไขมันดี จะช่วยให้ระดับพลังงานคงที่นาน 3-4 ชั่วโมงโดยไม่ทำให้น้ำตาลพุ่งสูง

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Eat the vegetables and chicken first before the beans to further slow carbohydrate absorption and minimize any blood sugar rise
  • Pair this meal with a 10-15 minute walk after eating to help muscles absorb glucose and keep blood sugar stable
  • Add a side of leafy greens or a small salad with vinegar-based dressing before the casserole to increase fiber and acetic acid, both of which blunt glucose response

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    ตั้งน้ำมันทานตะวันในหม้อก้นหนาใบใหญ่หรือหม้อเหล็กหล่อด้วยไฟกลางค่อนข้างแรงจนน้ำมันเริ่มร้อนจัดแต่ยังไม่มีควันขึ้น

  2. 2

    ใส่เนื้อสะโพกไก่หั่นชิ้นลงไปเรียงให้ทั่วก้นหม้อ ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาทีโดยไม่ต้องคนจนด้านล่างเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง จากนั้นกลับด้านแล้วทอดต่ออีกประมาณ 3 นาที ในขั้นตอนนี้ไก่ยังไม่จำเป็นต้องสุกทั่ว

  3. 3

    ใส่หอมหัวใหญ่สับละเอียด แครอท และเซเลอรีลงไปในหม้อพร้อมกับไก่ ลดไฟลงเป็นไฟกลางแล้วผัดต่ออีก 5-6 นาที หมั่นคนเป็นระยะจนผักเริ่มนิ่มและหอมหัวใหญ่เริ่มสุกใส

  4. 4

    ใส่กิ่งไทม์และใบกระวานลงไปในหม้อ จากนั้นเทน้ำสต๊อกลงไป คนให้เข้ากันและอย่าลืมขูดคราบสีน้ำตาลที่ติดอยู่ก้นหม้อขึ้นมาด้วยเพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้นขึ้น

  5. 5

    ต้มจนเดือดพล่านแล้วรีบลดไฟลงเป็นไฟอ่อนทันที ปิดฝาหม้อให้สนิทแล้วเคี่ยวต่อประมาณ 40 นาที หมั่นคนเป็นระยะจนเนื้อไก่นุ่มและสุกดี

  6. 6

    ใส่ถั่วขาวที่สะเด็ดน้ำแล้วลงไปในหม้อ คนเบาๆ ให้กระจายทั่วกัน เคี่ยวต่อโดยไม่ต้องปิดฝาอีก 5-7 นาทีเพื่อให้ถั่วร้อนและซอสเริ่มงวดขึ้นเล็กน้อย

  7. 7

    ยกลงจากเตาแล้วหยิบกิ่งไทม์และใบกระวานออก ชิมรสแล้วปรุงเพิ่มด้วยเกลือและพริกไทยดำตามต้องการ

  8. 8

    โรยพาร์สลีย์สับให้ทั่วก่อนเสิร์ฟ เพื่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานคู่กับขนมปังโฮลเกรนปริมาณเล็กน้อย หรือจะทานเดี่ยวๆ เป็นมื้อหลักเลยก็ได้ เมนูนี้สามารถพักให้เย็นแล้วแบ่งใส่ภาชนะแช่แข็งเก็บไว้ได้นานถึง 3 เดือน

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 553 2212
คาร์โบไฮเดรต 57g 230g
น้ำตาล 6g 22g
น้ำตาลธรรมชาติ 6g 22g
โปรตีน 39g 156g
ไขมัน 21g 83g
ไขมันอิ่มตัว 4g 18g
ไขมันไม่อิ่มตัว 15g 61g
ไฟเบอร์ 15g 62g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 5g 18g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 11g 43g
โซเดียม 657mg 2628mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

ถั่วขาว Black Soybeans, Lupini Beans, Edamame

ถั่วเหล่านี้มีดัชนีน้ำตาลต่ำกว่ามาก (ถั่วเหลืองผิวดำ GI ~15, ถั่วลูพินี GI ~15) เมื่อเทียบกับถั่วขาว (GI ~30-35) ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างนุ่มนวลกว่ามาก ในขณะที่ยังให้โปรตีนและไฟเบอร์ในปริมาณสูง

แครอท Zucchini, Green Beans, Cauliflower

แครอทมีค่า GI ปานกลางอยู่ที่ประมาณ 35-40 และมีน้ำตาลค่อนข้างสูง ส่วนซูกินี ถั่วแขก และกะหล่ำดอกมีค่า GI ต่ำกว่า 15 ซึ่งส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมาก ช่วยลดค่าภาระน้ำตาล (glycemic load) โดยรวมของเมนูนี้ได้ดีกว่า

สะโพกไก่ Chicken Breast, Turkey Breast

แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นโปรตีนที่มีค่า GI ต่ำ แต่อกไก่แทบจะไม่มีไขมันเลยเมื่อเทียบกับเนื้อสะโพก ทำให้ย่อยได้เร็วกว่า อย่างไรก็ตาม ไขมันในเนื้อสะโพกสามารถช่วยชะลอการพุ่งสูงของระดับน้ำตาลในเลือดจากส่วนผสมอื่นๆ ได้ ดังนั้นการสลับมาใช้อกไก่จึงเป็นทางเลือกสำหรับคนที่เน้นเรื่องไขมันต่ำมากกว่าความอิ่มท้อง

น้ำมันทานตะวัน Extra Virgin Olive Oil, Avocado Oil, Macadamia Nut Oil

น้ำมันเหล่านี้อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งมีผลการศึกษาพบว่าช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลินและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารได้ดีกว่าน้ำมันทานตะวันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนสูง แถมยังไม่เพิ่มค่าภาระน้ำตาลให้กับร่างกายด้วย

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

ทำไมเมนูนี้ถึงดีต่อการรักษาสมดุลน้ำตาลในเลือด

ไก่อบถั่วขาวจานนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการควบคุมระดับน้ำตาล โดยมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ต่ำเพียง 28 และมีค่าภาระน้ำตาล (GL) อยู่ที่ 16.2 ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค เคล็ดลับอยู่ที่การทำงานร่วมกันของวัตถุดิบที่ช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคส ถั่วขาวคือพระเอกของจานนี้ เพราะเต็มไปด้วยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำและแป้งทนการย่อยที่ช่วยชะลอการย่อยในลำไส้ เมื่อเราทานถั่ว ไฟเบอร์จะเปลี่ยนสภาพเป็นเจลที่ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำตาลถูกดูดซึมเร็วเกินไป ทำให้น้ำตาลในเลือดค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ แทนที่จะพุ่งสูงปรี๊ด ส่วนสะโพกไก่ช่วยเพิ่มโปรตีนและไขมันดี ซึ่งจะช่วยชะลอการระบายอาหารออกจากกระเพาะ ทำให้การปล่อยพลังงานเข้าสู่กระแสเลือดเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ

ผักอื่นๆ อย่างหอมหัวใหญ่ แครอท และเซเลอรี ช่วยเพิ่มไฟเบอร์และปริมาณอาหารโดยไม่เพิ่มคาร์โบไฮเดรตมากนัก การผสมผสานนี้สร้างสิ่งที่นักโภชนาการเรียกว่า "มื้ออาหารที่มีค่าภาระน้ำตาลต่ำ" หมายความว่าปริมาณคาร์โบไฮเดรตทั้งหมดที่จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดนั้นมีไม่มาก แม้ว่าคุณจะทานจนอิ่มก็ตาม ส่วนน้ำมันทานตะวันให้ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ช่วยในการดูดซึมสารอาหารและทำให้อิ่มนานขึ้น

เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อระดับน้ำตาลในเลือด ลองทานผักก่อน ตามด้วยโปรตีน และเก็บแป้งไว้ทานเป็นลำดับสุดท้าย การเดินเล่นสัก 10-15 นาทีหลังมื้ออาหารจะช่วยให้กล้ามเนื้อดูดซึมกลูโคสได้ดีขึ้น ช่วยลดการพุ่งสูงของน้ำตาลได้อีกทาง เมนูนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่าการกินเพื่อคุมน้ำตาลไม่จำเป็นต้องอด แต่คือการเลือกอาหารที่ส่งเสริมระบบเผาผลาญของร่างกาย

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ