← กลับไปที่สูตรอาหาร
สตูเนื้อวัวไม่ติดมันกับมันเทศ - สูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปราศจากนม ปราศจากกลูเตน ปราศจากถั่ว ปราศจากไข่ ปราศจากถั่วเหลือง ปานกลาง

สตูเนื้อวัวไม่ติดมันกับมันเทศ

สตูหม้อเดียวที่อัดแน่นไปด้วยสารอาหาร ทั้งโปรตีนจากเนื้อวัวไม่ติดมันและไฟเบอร์จากมันเทศ ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ แถมยังอร่อยอิ่มท้องสุดๆ

20 min
เวลาเตรียม
1h
เวลาปรุงอาหาร
1h 20m
เวลาทั้งหมด
4
จำนวนที่เสิร์ฟ

สตูจานนี้เปลี่ยนวัตถุดิบธรรมดาๆ ให้กลายเป็นมื้ออาหารที่ดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด ถึงมันเทศจะมีรสหวาน แต่จริงๆ แล้วมีค่าดัชนีน้ำตาลปานกลาง (ประมาณ 63) และมีไฟเบอร์สูงที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล เมื่อกินคู่กับโปรตีนจากเนื้อวัวและผักต่างๆ ในสูตรนี้ ก็ยิ่งช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงเกินไป

เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การปรุงเป็นชั้นๆ เริ่มจากผักกลิ่นหอมที่เป็นเบสของรสชาติและให้ไฟเบอร์กับสารอาหารเพิ่ม เนื้อวัวบดไม่ติดมันให้โปรตีนคุณภาพดี ช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่และทำให้อิ่มนาน ส่วนมะเขือเทศช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวและมีไลโคปีน ซึ่งงานวิจัยบอกว่าอาจช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น

เพื่อการคุมน้ำตาลให้ดีที่สุด แนะนำให้กินสตูนี้คู่กับกะหล่ำปลีซาวอยนึ่งแทนข้าวหรือขนมปัง เพราะกะหล่ำปลีเป็นผักตระกูลกะหล่ำที่มีประโยชน์ และการกินผักก่อนจะช่วยสร้างเกราะไฟเบอร์ที่ชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต เมนูนี้เหมาะทั้งมื้อเที่ยงและมื้อเย็น แถมถ้าเก็บไว้กินวันรุ่งขึ้นรสชาติจะยิ่งเข้มข้นเข้าเนื้อมากขึ้นด้วย ลองกินคู่กับสลัดผักที่ใช้น้ำสลัดสายชูดูครับ เพราะกรดอะซิติกช่วยลดการพุ่งสูงของน้ำตาลหลังมื้ออาหารได้ถึง 20% โดยหนึ่งที่เสิร์ฟจะอยู่ที่ประมาณ 350 กรัม ซึ่งคำนวณมาให้พอดีกับความต้องการของร่างกายและไม่ทำให้น้ำตาลพุ่งครับ

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

18.5
ค่าภาระน้ำตาล
MEDIUM

สตูจานนี้จะทำให้ระดับน้ำตาลค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เพราะมีค่า GI ต่ำ-ปานกลางที่ 36 และค่า GL 17.4 การผสมผสานระหว่างโปรตีนจากเนื้อวัว ไฟเบอร์จากผัก และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนจากมันเทศ จะช่วยให้คุณมีพลังงานคงที่ไป 3-4 ชั่วโมงโดยที่น้ำตาลไม่พุ่งสูง

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Eat the protein and non-starchy vegetables (beef, mushrooms, celery, carrots) first before consuming the sweet potato pieces to slow glucose absorption
  • Serve with a side of leafy greens or a small salad to add extra fiber and further reduce the overall glycemic impact
  • Take a 10-15 minute walk after eating to help muscles absorb glucose and blunt any post-meal blood sugar rise

🥗 ส่วนผสม

  • 1 tbsp น้ำมันทานตะวัน
  • 1 pcs หอมหัวใหญ่หัวใหญ่ สับ
  • 1 pcs แครอทหัวใหญ่ สับ
  • 1 pcs เซเลอรี่หั่นแว่น
  • 500 g เนื้อวัวบดไขมันต่ำ
  • 1 tbsp มะเขือเทศเข้มข้น (โทมาโทพูเร)
  • 1 tbsp ซอสเห็ด
  • 400 g มะเขือเทศกระป๋องแบบสับ
  • 450 g มันเทศ ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นใหญ่
  • 4 pcs กิ่งไทม์สด
  • 1 pcs ใบกระวาน
  • 15 g พาร์สลีย์สดสับ
  • 300 g กะหล่ำปลีซาวอย สำหรับเสิร์ฟ
  • 1 tbsp น้ำมันทานตะวัน
  • 1 pcs หอมหัวใหญ่หัวใหญ่ สับ
  • 1 pcs แครอทหัวใหญ่ สับ
  • 1 pcs เซเลอรี่หั่นแว่น
  • 1.1 lb เนื้อวัวบดไขมันต่ำ
  • 1 tbsp มะเขือเทศเข้มข้น (โทมาโทพูเร)
  • 1 tbsp ซอสเห็ด
  • 14.1 oz มะเขือเทศกระป๋องแบบสับ
  • 15.9 oz มันเทศ ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นใหญ่
  • 4 pcs กิ่งไทม์สด
  • 1 pcs ใบกระวาน
  • 0.5 oz พาร์สลีย์สดสับ
  • 10.6 oz กะหล่ำปลีซาวอย สำหรับเสิร์ฟ

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    ตั้งน้ำมันทานตะวันในหม้อก้นหนาใบใหญ่หรือหม้อดัตช์โอเวนด้วยไฟกลาง พอน้ำมันเริ่มร้อนได้ที่ ให้ใส่หอมหัวใหญ่ แครอท และเซเลอรี่ที่สับไว้ลงไป

  2. 2

    ผัดผักไปเรื่อยๆ ประมาณ 10 นาที หมั่นคนเป็นระยะจนผักเริ่มนิ่มและหอมหัวใหญ่เริ่มใส ขั้นตอนนี้จะช่วยดึงรสชาติหวานธรรมชาติของผักออกมาเป็นพื้นฐานที่ดีให้กับสตู

  3. 3

    เร่งไฟขึ้นเป็นไฟกลางค่อนแรง แล้วใส่เนื้อวัวบดลงไป ใช้พายไม้เขี่ยเนื้อให้กระจายตัว ผัดต่อประมาณ 5-7 นาทีจนเนื้อสุกเป็นสีน้ำตาลทั่วกันและไม่มีส่วนที่ยังเป็นสีชมพู

  4. 4

    ใส่โทมาโทพูเรลงไปผัดต่ออีก 2-3 นาที ให้ซอสเริ่มงวดและสีเข้มขึ้นเล็กน้อย วิธีนี้จะช่วยให้รสชาติมะเขือเทศเข้มข้นขึ้นและช่วยตัดกลิ่นดิบออกไป

  5. 5

    ใส่ซอสวูสเตอร์เชียร์ มะเขือเทศกระป๋อง มันเทศ กิ่งไทม์ และใบกระวานลงไป เติมน้ำเปล่า 400 มล. (หรือประมาณ 1 กระป๋อง) ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำป่นตามชอบ

  6. 6

    ต้มให้เดือดพล่าน จากนั้นรีบหรี่ไฟลงเป็นไฟอ่อนทันที แง้มฝาหม้อไว้เล็กน้อยแล้วเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ ประมาณ 40-45 นาที คอยคนทุกๆ 10-15 นาทีเพื่อให้มันเทศสุกทั่วกันและไม่ติดก้นหม้อ

  7. 7

    ลองใช้ส้อมจิ้มมันเทศดู มันเทศควรจะสุกนิ่มแต่ยังไม่เละ หยิบใบกระวานและก้านไทม์ออกทิ้ง โรยพาร์สลีย์สับลงไปแล้วคนให้เข้ากัน ชิมรสและปรุงเพิ่มได้ตามต้องการ

  8. 8

    ตักสตูใส่ชามก้นลึก เสิร์ฟคู่กับกะหล่ำปลีซาวอยนึ่งปริมาณพูนๆ เพื่อการคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ผลดีที่สุด แนะนำให้ทานกะหล่ำปลีก่อนแล้วค่อยตามด้วยสตู เพราะกากใยจากผักจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล สตูหนึ่งที่ควรมีปริมาณประมาณ 350 กรัม

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 527 2108
คาร์โบไฮเดรต 42g 166g
น้ำตาล 14g 56g
น้ำตาลธรรมชาติ 14g 56g
โปรตีน 28g 113g
ไขมัน 29g 116g
ไขมันอิ่มตัว 11g 42g
ไขมันไม่อิ่มตัว 16g 64g
ไฟเบอร์ 10g 38g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 1g 4g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 3g 10g
โซเดียม 429mg 1716mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

มันเทศ Butternut Squash, Turnips, Celeriac

ผักเหล่านี้มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่ามันเทศ (GI 63) โดยฟักทองบัตเตอร์นัทมี GI 51 ส่วนเทอร์นิพและเซเลอรีแอกมีค่าต่ำกว่านั้นคือ 30-35 ซึ่งจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่กว่าเดิม

แครอท Zucchini, Green Beans, Bell Peppers

แครอทปรุงสุกมีค่า GI ปานกลางอยู่ที่ 35-40 ส่วนซูกินี ถั่วแขก และพริกหวานส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมากโดยมีค่า GI ต่ำกว่า 15 ซึ่งช่วยลดค่าภาระน้ำตาล (glycemic load) โดยรวมของสตูว์ลงได้อย่างมาก

หอมหัวใหญ่ Leeks (Green Parts Only), Scallions (Green Parts), Fennel Bulb

แม้หอมหัวใหญ่จะมีค่า GI ปานกลางที่ 10-15 แต่การใช้ส่วนสีเขียวของต้นกระเทียม ต้นหอม หรือหัวฟินเนล จะให้กลิ่นหอมที่ใกล้เคียงกันโดยมีคาร์โบไฮเดรตต่ำกว่า และแทบไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดเลย

มะเขือเทศกระป๋อง Fresh Tomatoes, Tomato Puree (No Added Sugar), Diced Fresh Tomatoes With Extra Herbs

มะเขือเทศสดมีค่าภาระน้ำตาลต่ำกว่าแบบกระป๋องเล็กน้อย และไม่มีการเติมน้ำตาลหรือสารเพิ่มความหนืดที่อาจทำให้ค่า GL สูงขึ้น มะเขือเทศสดมีค่า GI อยู่ที่ประมาณ 15 ซึ่งช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ได้ดีกว่า

มะเขือเทศเข้มข้น Sun-Dried Tomato Paste, Roasted Red Pepper Paste, Reduced Fresh Tomato Sauce

มะเขือเทศเข้มข้นอาจมีความหนาแน่นของน้ำตาลสูงกว่า การใช้มะเขือเทศตากแห้งหรือพริกหวานแดงเผาแทนจะให้รสอูมามิที่เข้มข้นโดยมีคาร์โบไฮเดรตต่อส่วนเสิร์ฟน้อยกว่า ช่วยลดการพุ่งสูงของระดับน้ำตาลในเลือด

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

ทำไมสตูจานนี้ถึงช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่

สตูจานนี้คือตัวอย่างที่ดีของการคุมน้ำตาล เพราะมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ต่ำเพียง 36 และมีค่าภาระน้ำตาล (GL) ต่อจานอยู่ที่ 17.4 เคล็ดลับอยู่ที่การทำงานร่วมกันของวัตถุดิบ เนื้อวัวไม่ติดมันมีโปรตีนและไขมันที่ช่วยให้กระเพาะอาหารย่อยช้าลง ทำให้คาร์โบไฮเดรตจากผักค่อยๆ เข้าสู่กระแสเลือด ไม่พุ่งพรวดพราด ส่วนมันเทศแม้จะชื่อว่าหวาน แต่มีค่า GI ต่ำกว่ามันฝรั่งทั่วไป (ประมาณ 44-61 ขึ้นอยู่กับการปรุง) เพราะมีไฟเบอร์มากกว่าและมีโครงสร้างแป้งที่ย่อยยากกว่า เมื่อกินคู่กับโปรตีนและไขมันดีจากน้ำมันทานตะวัน ผลกระทบต่อระดับน้ำตาลจึงน้อยลงมาก

ผักอื่นๆ อย่างหอมหัวใหญ่ แครอท และเซเลอรี ก็ช่วยคุมน้ำตาลได้อีกแรง ผักเหล่านี้มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ซึ่งจะกลายเป็นเจลในระบบย่อยอาหาร ช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต ส่วนแครอทแม้จะหวานนิดๆ แต่ถ้ากินในปริมาณที่พอเหมาะรวมกับมื้ออาหาร ก็ถือว่ามีค่าภาระน้ำตาลต่ำ สิ่งสำคัญคือค่าภาระน้ำตาล (GL) นั้นสำคัญกว่าค่าดัชนีน้ำตาล (GI) เพียงอย่างเดียว เพราะมันบอกถึงปริมาณคาร์โบไฮเดรตจริงๆ ที่เรากินเข้าไป ไม่ใช่แค่ความเร็วในการดูดซึม

เพื่อการคุมน้ำตาลให้ได้ผลดีที่สุด ลองเริ่มมื้ออาหารด้วยสลัดผักจานเล็กๆ ก่อน การกินผักที่ไม่มีแป้งเป็นอย่างแรกจะช่วยเตรียมระบบย่อยอาหารและลดการพุ่งของน้ำตาลได้ถึง 30% และถ้าได้เดินเล่นสัก 10-15 นาทีหลังกินข้าว กล้ามเนื้อก็จะช่วยดึงน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลคงที่ตลอดทั้งบ่ายครับ

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ