← กลับไปที่สูตรอาหาร
ไก่ผัดเห็ดและแพนเชตต้าสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ - สูตรอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปราศจากกลูเตน ปานกลาง

ไก่ผัดเห็ดและแพนเชตต้าสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ

เมนูไก่ในกระทะใบเดียวที่เป็นมิตรต่อระดับน้ำตาล ใช้สะโพกไก่นุ่มๆ เห็ดหอมๆ และแพนเชตต้ากรอบๆ ในซอสสมุนไพรรสเบาๆ ช่วยให้พลังงานคงที่ตลอดวัน

15 min
เวลาเตรียม
25 min
เวลาปรุงอาหาร
40 min
เวลาทั้งหมด
4
จำนวนที่เสิร์ฟ

เมนูไก่ผัดเห็ดจานนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุลโดยที่ยังคงรสชาติอร่อยจัดเต็ม การใช้สะโพกไก่แทนอกไก่ช่วยให้อิ่มท้องได้นานกว่าเพราะมีไขมันสูงกว่าเล็กน้อย ซึ่งจะช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคส ส่วนเห็ดนั้นมีไฟเบอร์สูงและแทบไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลเลย เราใส่ถั่วลันเตาในปริมาณพอเหมาะ (แค่ 100 กรัมต่อสูตร หรือ 25 กรัมต่อที่) เพื่อเพิ่มสีสันและสารอาหารโดยไม่ทำให้น้ำตาลพุ่งสูง เพราะถั่วลันเตา 25 กรัมมีคาร์โบไฮเดรตสุทธิเพียงประมาณ 4 กรัมเท่านั้น ทำให้ค่าภาระน้ำตาล (GL) โดยรวมต่ำมาก

สูตรนี้เลี่ยงการใช้ซอสข้นจากแป้งสาลีที่มักจะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น แต่เราใช้แป้งอัลมอนด์เพียง 2 ช้อนโต๊ะสำหรับคลุกไก่บางๆ ก่อนนำไปจี่ในกระทะ เพื่อให้ได้ผิวไก่สีเหลืองทองสวยงามโดยไม่เพิ่มคาร์โบไฮเดรตมากนัก แป้งอัลมอนด์มีดัชนีน้ำตาล (GI) เพียง 0-1 จึงเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับการชุบทอดแบบคาร์บต่ำ จากนั้นเราทำซอสในกระทะด้วยน้ำสต๊อกไก่โซเดียมต่ำ (อย่าลืมเช็กฉลากว่าไม่มีน้ำตาลแฝง) และน้ำส้มสายชูไวน์ขาว ซึ่งมีส่วนช่วยลดการพุ่งสูงของน้ำตาลหลังมื้ออาหาร แพนเชตต้าช่วยเพิ่มรสชาติที่เข้มข้นและไขมันดีที่ช่วยชะลอการตอบสนองของน้ำตาลในเลือด (สำหรับใครที่คุมไขมันอิ่มตัว แพนเชตต้าให้ไขมันอิ่มตัวประมาณ 3-4 กรัมต่อที่) ปิดท้ายด้วยพาร์สลีย์สดเพื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและกลิ่นหอมสดชื่น

เพื่อการคุมน้ำตาลให้ได้ผลดีที่สุด แนะนำให้ทานคู่กับผักที่ไม่มีแป้งจานใหญ่ เช่น บรอกโคลีนึ่งหรือสลัดผักใบเขียว โดยให้ทานผักก่อน โปรตีนและไขมันจากไก่และแพนเชตต้าจะช่วยให้ระดับน้ำตาลของคุณคงที่ เมนูนี้เหมาะสำหรับทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น แถมยังอุ่นซ้ำได้อร่อยเหมือนเดิม เหมาะมากสำหรับการเตรียมอาหารล่วงหน้า (meal prep) แต่ละที่ให้โปรตีนประมาณ 35 กรัมและมีคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก (คาร์บสุทธิน้อยกว่า 8 กรัมต่อที่) ช่วยให้คุณมีพลังงานคงที่ไปอีก 4-5 ชั่วโมงโดยที่น้ำตาลไม่พุ่ง

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

2.1
ค่าภาระน้ำตาล
LOW

มื้อนี้จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมาก โดยมีค่าภาระน้ำตาลต่ำมากเพียง 2.1 และ GI 24 คุณจะรู้สึกมีพลังงานคงที่ต่อเนื่อง 3-4 ชั่วโมงโดยที่น้ำตาลไม่พุ่งสูง เพราะมีโปรตีนจากไก่ ไขมันดีจากน้ำมันมะกอกและแพนเชตต้า รวมถึงไฟเบอร์จากผัก

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Eat the vegetables (mushrooms, peas, shallots) first before the chicken to further slow glucose absorption through increased fiber intake
  • Pair this meal with a 10-15 minute walk after eating to help muscles absorb any glucose released and maintain stable blood sugar
  • Consider adding a small side of leafy greens or non-starchy vegetables to increase fiber content and volume without affecting the already excellent glycemic profile

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    ซับสะโพกไก่ให้แห้งสนิทด้วยกระดาษอเนกประสงค์ แล้วปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำให้ทั่วทั้งสองด้าน จากนั้นโรยแป้งอัลมอนด์บางๆ ให้ทั่วชิ้นไก่ แล้วสะบัดแป้งส่วนเกินออกเพื่อให้เหลือแค่ชั้นบางๆ เท่านั้น

  2. 2

    ตั้งกระทะใบใหญ่ด้วยไฟกลางค่อนข้างสูง ใส่น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ พอเริ่มร้อนได้ที่ ให้ใส่สะโพกไก่ลงไปทอดด้านละ 3-4 นาทีจนเป็นสีน้ำตาลทองและกรอบ ตักขึ้นใส่จานพักไว้

  3. 3

    ใช้กระทะใบเดิม ใส่แพนเชตต้าลงไปผัดประมาณ 2-3 นาทีจนเริ่มกรอบและมีน้ำมันออกมา ใส่เห็ดตามลงไปแล้วผัดต่ออีก 5-6 นาที หมั่นคนเป็นพักๆ จนเห็ดคายน้ำและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล จากนั้นตักแพนเชตต้าและเห็ดไปพักไว้ในจานเดียวกับไก่

  4. 4

    ใส่น้ำมันมะกอกที่เหลืออีก 1 ช้อนโต๊ะลงในกระทะพร้อมกับหอมแดงสับ ลดไฟลงเป็นไฟกลางแล้วผัดต่อ 4-5 นาที หมั่นคนเรื่อยๆ จนหอมแดงนุ่มและเริ่มใส แต่ระวังอย่าให้ไหม้จนเป็นสีน้ำตาล

  5. 5

    เทน้ำสต๊อกไก่และน้ำส้มสายชูไวน์ขาวลงไป ใช้พายไม้ขูดคราบสีน้ำตาลที่ติดอยู่ก้นกระทะออกมา รอให้เดือดปุดๆ แล้วเคี่ยวต่ออีก 1-2 นาทีเพื่อให้รสชาติเข้มข้นขึ้น

  6. 6

    ใส่สะโพกไก่ แพนเชตต้า และเห็ดกลับลงไปในกระทะ รวมถึงน้ำที่ออกมาจากเนื้อไก่ด้วย ลดไฟลงเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน ปิดฝาแง้มๆ ไว้ แล้วเคี่ยวต่อ 12-15 นาทีจนไก่สุกทั่ว (อุณหภูมิภายในอยู่ที่ 74 องศาเซลเซียส หรือ 165 องศาฟาเรนไฮต์)

  7. 7

    ใส่ถั่วลันเตาแช่แข็งและพาร์สลีย์สับลงไปคนให้เข้ากัน ผัดต่อโดยไม่ต้องปิดฝาอีก 2-3 นาทีจนถั่วสุกร้อนและมีสีเขียวสด ชิมรสแล้วปรุงเพิ่มด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ

  8. 8

    ตักใส่ชามก้นตื้นและราดด้วยซอสในกระทะ พร้อมเสิร์ฟทันที เพื่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานคู่กับผักใบเขียวนึ่งจานใหญ่ หรือสลัดผักใบเขียวก่อนเริ่มทานจานหลัก

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 401 1605
คาร์โบไฮเดรต 9g 34g
น้ำตาล 4g 17g
น้ำตาลธรรมชาติ 4g 17g
โปรตีน 29g 117g
ไขมัน 29g 116g
ไขมันอิ่มตัว 7g 28g
ไขมันไม่อิ่มตัว 20g 81g
ไฟเบอร์ 3g 10g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 1g 2g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 1g 5g
โซเดียม 549mg 2195mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

ถั่วลันเตา Green Beans, Asparagus, Zucchini

ถั่วแขก หน่อไม้ฝรั่ง และซูกินี มีค่าภาระน้ำตาลต่ำกว่าถั่วลันเตา (ซึ่งมีแป้งและน้ำตาลธรรมชาติมากกว่า) จึงส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้นุ่มนวลกว่า

หอมแดง Leeks (Green Parts Only), Chives, Scallions (Green Parts)

การใช้ส่วนสีเขียวของต้นกระเทียม ต้นหอม หรือต้นหอมฝรั่ง ช่วยเพิ่มรสชาติโดยมีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่าหอมแดง ช่วยลดค่าดัชนีน้ำตาลโดยรวมของเมนูนี้ลงไปอีก

น้ำส้มสายชูไวน์ขาว Apple Cider Vinegar, Red Wine Vinegar, Lemon Juice

มีผลวิจัยชี้ว่าน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลและน้ำส้มสายชูไวน์แดงช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้พุ่งสูงหลังมื้ออาหาร ส่วนน้ำเลมอนช่วยเพิ่มความเปรี้ยวโดยแทบไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดเลย

น้ำสต๊อกไก่ Bone Broth, Homemade Chicken Stock (Unsalted), Vegetable Broth (Low-Sodium, No Added Sugars)

การใช้น้ำต้มกระดูกหรือน้ำสต๊อกทำเองช่วยให้มั่นใจได้ว่าไม่มีน้ำตาลแฝงหรือมอลโทเดกซ์ทริน (สารเติมแต่งที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง) ซึ่งมักพบในน้ำสต๊อกสำเร็จรูป ช่วยให้ค่าดัชนีน้ำตาลอยู่ในระดับต่ำที่สุด

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

# ทำไมเมนูนี้ถึงดีต่อการคุมน้ำตาลในเลือด

ไก่ผัดเห็ดจานนี้คือตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการจัดการระดับน้ำตาลในเลือด โดยมีค่าภาระน้ำตาล (GL) ต่ำมากเพียง 2.1 และค่า GI อยู่ที่ 24 เคล็ดลับอยู่ที่การผสมผสานโปรตีน ไขมันดี และวัตถุดิบที่มีไฟเบอร์สูงเข้าด้วยกันเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาลพุ่ง สะโพกไก่ให้โปรตีนคุณภาพสูงที่ช่วยชะลอการย่อยและทำให้อิ่มนาน ส่วนแพนเชตต้าให้รสชาติที่เข้มข้นและไขมันที่ช่วยชะลอการปล่อยกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อคุณทานโปรตีนและไขมันพร้อมกัน กระเพาะอาหารจะย่อยช้าลง ทำให้คาร์โบไฮเดรตถูกดูดซึมอย่างค่อยเป็นค่อยไปแทนที่จะทะลักเข้าสู่ระบบร่างกายพร้อมกันหมด

แป้งอัลมอนด์คือพระเอกของสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำนี้ ต่างจากแป้งสาลีที่ทำให้น้ำตาลพุ่งเร็ว แป้งอัลมอนด์อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว โปรตีน และไฟเบอร์ ในขณะที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำตามธรรมชาติ การรวมตัวกันนี้สร้าง "ตัวช่วยปรับสมดุลระบบเผาผลาญ" ที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ ส่วนเห็ดก็ช่วยเพิ่มไฟเบอร์และแทบไม่มีคาร์โบไฮเดรตเลย ช่วยให้อิ่มท้องและได้สารอาหารโดยไม่กระทบต่อน้ำตาล เมื่อรวมกับน้ำมันมะกอกซึ่งเป็นแหล่งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดีต่อระดับน้ำตาล เมนูนี้จึงเป็นมื้อที่ทำให้อิ่มสบายและมีพลังงานคงที่ไปหลายชั่วโมง

แนวคิดเรื่องค่าภาระน้ำตาล (GL) สำคัญมากในที่นี้ เพราะมันไม่ได้วัดแค่ว่าอาหารทำให้น้ำตาลขึ้นเร็วแค่ไหน (GI) แต่ยังวัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่มีอยู่จริงด้วย ด้วยคาร์โบไฮเดรตที่น้อยนิดและสารอาหารที่จัดเต็ม จานนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าคุณสามารถสนุกกับมื้ออาหารที่รสชาติเข้มข้นได้พร้อมกับดูแลสุขภาพระบบเผาผลาญไปด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น แนะนำให้ทานคู่กับผักใบเขียวหรือผักย่าง และลองเดินเล่นสัก 10-15 นาทีหลังทานอาหาร เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ