- หน้าแรก
- /
- สูตร GI ต่ำ
- /
- ไก่ผัดเห็ดและแพนเชตต้าสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ
ไก่ผัดเห็ดและแพนเชตต้าสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ
เมนูไก่ในกระทะใบเดียวที่เป็นมิตรต่อระดับน้ำตาล ใช้สะโพกไก่นุ่มๆ เห็ดหอมๆ และแพนเชตต้ากรอบๆ ในซอสสมุนไพรรสเบาๆ ช่วยให้พลังงานคงที่ตลอดวัน
เมนูไก่ผัดเห็ดจานนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุลโดยที่ยังคงรสชาติอร่อยจัดเต็ม การใช้สะโพกไก่แทนอกไก่ช่วยให้อิ่มท้องได้นานกว่าเพราะมีไขมันสูงกว่าเล็กน้อย ซึ่งจะช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคส ส่วนเห็ดนั้นมีไฟเบอร์สูงและแทบไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลเลย เราใส่ถั่วลันเตาในปริมาณพอเหมาะ (แค่ 100 กรัมต่อสูตร หรือ 25 กรัมต่อที่) เพื่อเพิ่มสีสันและสารอาหารโดยไม่ทำให้น้ำตาลพุ่งสูง เพราะถั่วลันเตา 25 กรัมมีคาร์โบไฮเดรตสุทธิเพียงประมาณ 4 กรัมเท่านั้น ทำให้ค่าภาระน้ำตาล (GL) โดยรวมต่ำมาก
สูตรนี้เลี่ยงการใช้ซอสข้นจากแป้งสาลีที่มักจะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น แต่เราใช้แป้งอัลมอนด์เพียง 2 ช้อนโต๊ะสำหรับคลุกไก่บางๆ ก่อนนำไปจี่ในกระทะ เพื่อให้ได้ผิวไก่สีเหลืองทองสวยงามโดยไม่เพิ่มคาร์โบไฮเดรตมากนัก แป้งอัลมอนด์มีดัชนีน้ำตาล (GI) เพียง 0-1 จึงเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับการชุบทอดแบบคาร์บต่ำ จากนั้นเราทำซอสในกระทะด้วยน้ำสต๊อกไก่โซเดียมต่ำ (อย่าลืมเช็กฉลากว่าไม่มีน้ำตาลแฝง) และน้ำส้มสายชูไวน์ขาว ซึ่งมีส่วนช่วยลดการพุ่งสูงของน้ำตาลหลังมื้ออาหาร แพนเชตต้าช่วยเพิ่มรสชาติที่เข้มข้นและไขมันดีที่ช่วยชะลอการตอบสนองของน้ำตาลในเลือด (สำหรับใครที่คุมไขมันอิ่มตัว แพนเชตต้าให้ไขมันอิ่มตัวประมาณ 3-4 กรัมต่อที่) ปิดท้ายด้วยพาร์สลีย์สดเพื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและกลิ่นหอมสดชื่น
เพื่อการคุมน้ำตาลให้ได้ผลดีที่สุด แนะนำให้ทานคู่กับผักที่ไม่มีแป้งจานใหญ่ เช่น บรอกโคลีนึ่งหรือสลัดผักใบเขียว โดยให้ทานผักก่อน โปรตีนและไขมันจากไก่และแพนเชตต้าจะช่วยให้ระดับน้ำตาลของคุณคงที่ เมนูนี้เหมาะสำหรับทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น แถมยังอุ่นซ้ำได้อร่อยเหมือนเดิม เหมาะมากสำหรับการเตรียมอาหารล่วงหน้า (meal prep) แต่ละที่ให้โปรตีนประมาณ 35 กรัมและมีคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก (คาร์บสุทธิน้อยกว่า 8 กรัมต่อที่) ช่วยให้คุณมีพลังงานคงที่ไปอีก 4-5 ชั่วโมงโดยที่น้ำตาลไม่พุ่ง
ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด
มื้อนี้จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมาก โดยมีค่าภาระน้ำตาลต่ำมากเพียง 2.1 และ GI 24 คุณจะรู้สึกมีพลังงานคงที่ต่อเนื่อง 3-4 ชั่วโมงโดยที่น้ำตาลไม่พุ่งสูง เพราะมีโปรตีนจากไก่ ไขมันดีจากน้ำมันมะกอกและแพนเชตต้า รวมถึงไฟเบอร์จากผัก
เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด
- ✓ Eat the vegetables (mushrooms, peas, shallots) first before the chicken to further slow glucose absorption through increased fiber intake
- ✓ Pair this meal with a 10-15 minute walk after eating to help muscles absorb any glucose released and maintain stable blood sugar
- ✓ Consider adding a small side of leafy greens or non-starchy vegetables to increase fiber content and volume without affecting the already excellent glycemic profile
🥗 ส่วนผสม
- 2 tbsp น้ำมันมะกอก
- 500 g สะโพกไก่เลาะกระดูกและหนังออก
- 50 g แพนเชตต้าหั่นเต๋า
- 300 g เห็ดกระดุมดอกเล็ก
- 2 pcs หอมแดงหัวใหญ่สับ
- 250 ml น้ำสต๊อกไก่สูตรโซเดียมต่ำ
- 1 tbsp น้ำส้มสายชูไวน์ขาว
- 50 g ถั่วลันเตาแช่แข็ง
- 2 tbsp น้ำมันมะกอก
- 1.1 lb สะโพกไก่เลาะกระดูกและหนังออก
- 1.8 oz แพนเชตต้าหั่นเต๋า
- 10.6 oz เห็ดกระดุมดอกเล็ก
- 2 pcs หอมแดงหัวใหญ่สับ
- 1.1 cups น้ำสต๊อกไก่สูตรโซเดียมต่ำ
- 1 tbsp น้ำส้มสายชูไวน์ขาว
- 1.8 oz ถั่วลันเตาแช่แข็ง
- 0.5 oz พาร์สลีย์สดสับละเอียด
👨🍳 วิธีทำ
- 1
ซับสะโพกไก่ให้แห้งสนิทด้วยกระดาษอเนกประสงค์ แล้วปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำให้ทั่วทั้งสองด้าน จากนั้นโรยแป้งอัลมอนด์บางๆ ให้ทั่วชิ้นไก่ แล้วสะบัดแป้งส่วนเกินออกเพื่อให้เหลือแค่ชั้นบางๆ เท่านั้น
- 2
ตั้งกระทะใบใหญ่ด้วยไฟกลางค่อนข้างสูง ใส่น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ พอเริ่มร้อนได้ที่ ให้ใส่สะโพกไก่ลงไปทอดด้านละ 3-4 นาทีจนเป็นสีน้ำตาลทองและกรอบ ตักขึ้นใส่จานพักไว้
- 3
ใช้กระทะใบเดิม ใส่แพนเชตต้าลงไปผัดประมาณ 2-3 นาทีจนเริ่มกรอบและมีน้ำมันออกมา ใส่เห็ดตามลงไปแล้วผัดต่ออีก 5-6 นาที หมั่นคนเป็นพักๆ จนเห็ดคายน้ำและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล จากนั้นตักแพนเชตต้าและเห็ดไปพักไว้ในจานเดียวกับไก่
- 4
ใส่น้ำมันมะกอกที่เหลืออีก 1 ช้อนโต๊ะลงในกระทะพร้อมกับหอมแดงสับ ลดไฟลงเป็นไฟกลางแล้วผัดต่อ 4-5 นาที หมั่นคนเรื่อยๆ จนหอมแดงนุ่มและเริ่มใส แต่ระวังอย่าให้ไหม้จนเป็นสีน้ำตาล
- 5
เทน้ำสต๊อกไก่และน้ำส้มสายชูไวน์ขาวลงไป ใช้พายไม้ขูดคราบสีน้ำตาลที่ติดอยู่ก้นกระทะออกมา รอให้เดือดปุดๆ แล้วเคี่ยวต่ออีก 1-2 นาทีเพื่อให้รสชาติเข้มข้นขึ้น
- 6
ใส่สะโพกไก่ แพนเชตต้า และเห็ดกลับลงไปในกระทะ รวมถึงน้ำที่ออกมาจากเนื้อไก่ด้วย ลดไฟลงเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน ปิดฝาแง้มๆ ไว้ แล้วเคี่ยวต่อ 12-15 นาทีจนไก่สุกทั่ว (อุณหภูมิภายในอยู่ที่ 74 องศาเซลเซียส หรือ 165 องศาฟาเรนไฮต์)
- 7
ใส่ถั่วลันเตาแช่แข็งและพาร์สลีย์สับลงไปคนให้เข้ากัน ผัดต่อโดยไม่ต้องปิดฝาอีก 2-3 นาทีจนถั่วสุกร้อนและมีสีเขียวสด ชิมรสแล้วปรุงเพิ่มด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ
- 8
ตักใส่ชามก้นตื้นและราดด้วยซอสในกระทะ พร้อมเสิร์ฟทันที เพื่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานคู่กับผักใบเขียวนึ่งจานใหญ่ หรือสลัดผักใบเขียวก่อนเริ่มทานจานหลัก
📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ
| ต่อหนึ่งเสิร์ฟ | ทั้งจาน | |
|---|---|---|
| แคลอรี | 401 | 1605 |
| คาร์โบไฮเดรต | 9g | 34g |
| น้ำตาล | 4g | 17g |
| น้ำตาลธรรมชาติ | 4g | 17g |
| โปรตีน | 29g | 117g |
| ไขมัน | 29g | 116g |
| ไขมันอิ่มตัว | 7g | 28g |
| ไขมันไม่อิ่มตัว | 20g | 81g |
| ไฟเบอร์ | 3g | 10g |
| ไฟเบอร์ละลายน้ำ | 1g | 2g |
| ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ | 1g | 5g |
| โซเดียม | 549mg | 2195mg |
การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์
ถ้าคุณ...
โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ
ถั่วแขก หน่อไม้ฝรั่ง และซูกินี มีค่าภาระน้ำตาลต่ำกว่าถั่วลันเตา (ซึ่งมีแป้งและน้ำตาลธรรมชาติมากกว่า) จึงส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้นุ่มนวลกว่า
การใช้ส่วนสีเขียวของต้นกระเทียม ต้นหอม หรือต้นหอมฝรั่ง ช่วยเพิ่มรสชาติโดยมีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่าหอมแดง ช่วยลดค่าดัชนีน้ำตาลโดยรวมของเมนูนี้ลงไปอีก
มีผลวิจัยชี้ว่าน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลและน้ำส้มสายชูไวน์แดงช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้พุ่งสูงหลังมื้ออาหาร ส่วนน้ำเลมอนช่วยเพิ่มความเปรี้ยวโดยแทบไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดเลย
การใช้น้ำต้มกระดูกหรือน้ำสต๊อกทำเองช่วยให้มั่นใจได้ว่าไม่มีน้ำตาลแฝงหรือมอลโทเดกซ์ทริน (สารเติมแต่งที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง) ซึ่งมักพบในน้ำสต๊อกสำเร็จรูป ช่วยให้ค่าดัชนีน้ำตาลอยู่ในระดับต่ำที่สุด
🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้
# ทำไมเมนูนี้ถึงดีต่อการคุมน้ำตาลในเลือด
ไก่ผัดเห็ดจานนี้คือตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการจัดการระดับน้ำตาลในเลือด โดยมีค่าภาระน้ำตาล (GL) ต่ำมากเพียง 2.1 และค่า GI อยู่ที่ 24 เคล็ดลับอยู่ที่การผสมผสานโปรตีน ไขมันดี และวัตถุดิบที่มีไฟเบอร์สูงเข้าด้วยกันเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาลพุ่ง สะโพกไก่ให้โปรตีนคุณภาพสูงที่ช่วยชะลอการย่อยและทำให้อิ่มนาน ส่วนแพนเชตต้าให้รสชาติที่เข้มข้นและไขมันที่ช่วยชะลอการปล่อยกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อคุณทานโปรตีนและไขมันพร้อมกัน กระเพาะอาหารจะย่อยช้าลง ทำให้คาร์โบไฮเดรตถูกดูดซึมอย่างค่อยเป็นค่อยไปแทนที่จะทะลักเข้าสู่ระบบร่างกายพร้อมกันหมด
แป้งอัลมอนด์คือพระเอกของสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำนี้ ต่างจากแป้งสาลีที่ทำให้น้ำตาลพุ่งเร็ว แป้งอัลมอนด์อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว โปรตีน และไฟเบอร์ ในขณะที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำตามธรรมชาติ การรวมตัวกันนี้สร้าง "ตัวช่วยปรับสมดุลระบบเผาผลาญ" ที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ ส่วนเห็ดก็ช่วยเพิ่มไฟเบอร์และแทบไม่มีคาร์โบไฮเดรตเลย ช่วยให้อิ่มท้องและได้สารอาหารโดยไม่กระทบต่อน้ำตาล เมื่อรวมกับน้ำมันมะกอกซึ่งเป็นแหล่งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดีต่อระดับน้ำตาล เมนูนี้จึงเป็นมื้อที่ทำให้อิ่มสบายและมีพลังงานคงที่ไปหลายชั่วโมง
แนวคิดเรื่องค่าภาระน้ำตาล (GL) สำคัญมากในที่นี้ เพราะมันไม่ได้วัดแค่ว่าอาหารทำให้น้ำตาลขึ้นเร็วแค่ไหน (GI) แต่ยังวัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่มีอยู่จริงด้วย ด้วยคาร์โบไฮเดรตที่น้อยนิดและสารอาหารที่จัดเต็ม จานนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าคุณสามารถสนุกกับมื้ออาหารที่รสชาติเข้มข้นได้พร้อมกับดูแลสุขภาพระบบเผาผลาญไปด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น แนะนำให้ทานคู่กับผักใบเขียวหรือผักย่าง และลองเดินเล่นสัก 10-15 นาทีหลังทานอาหาร เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สูตรที่เกี่ยวข้อง
PDF ฟรี — 3 หน้า
สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์
บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์
ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ