← กลับไปที่สูตรอาหาร
ไก่และมันหวานอบห่อกระดาษซอสแกงเขียวหวาน - สูตรอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปราศจากกลูเตน ปราศจากนม ปานกลาง

ไก่และมันหวานอบห่อกระดาษซอสแกงเขียวหวาน สูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ

ไก่อบกระดาษไขหอมๆ พร้อมมันหวานและพริกหวานในซอสแกงเขียวหวานกะทิ เมนูสไตล์ไทยที่ดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด ทำเสร็จใน 40 นาที โดยมีค่าภาระน้ำตาล (GL) อยู่ที่ 18.7 และดัชนีน้ำตาล (GI) ที่ 58

10 min
เวลาเตรียม
30 min
เวลาปรุงอาหาร
40 min
เวลาทั้งหมด
1
จำนวนที่เสิร์ฟ

เมนูแกงเขียวหวานสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำนี้ นำโปรตีนไขมันต่ำมาปรุงร่วมกับผักที่มีใยอาหารสูง โดยห่อในกระดาษไขเพื่อคุมปริมาณต่อจานให้พอดี มันหวานแม้จะมีชื่อว่าหวาน แต่มีดัชนีน้ำตาลต่ำกว่ามันฝรั่งทั่วไป (ประมาณ 54-63 เมื่ออบทั้งเปลือกแบบหั่นเต๋า) ยิ่งเมื่อกินคู่กับโปรตีนและไขมันดีจากกะทิก็จะยิ่งช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้ดี อกไก่ให้โปรตีนที่จำเป็น ส่วนพริกหวานช่วยเพิ่มวิตามินซีและใยอาหารโดยไม่ทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูง

กะทิเข้มข้นมีไตรกลีเซอไรด์สายปานกลางที่อาจช่วยสนับสนุนระบบเผาผลาญ และพริกแกงเขียวหวานที่หอมเครื่องเทศช่วยชูรสชาติโดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลมากเกินไป เราเลือกใช้น้ำตาลมะพร้าว (GI ~35) เป็นตัวเลือกหลักในการให้ความหวาน เพื่อคุมค่าภาระน้ำตาลให้ต่ำ โดยใช้เพียง 2 ช้อนชาสำหรับทั้งสูตร นอกจากนี้ยังสามารถใช้น้ำตาลทรายแดงแทนได้หากจำเป็น แต่อันที่จริงน้ำตาลมะพร้าวหรืออิริทริทอล (GI 0) เป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับการคุมน้ำตาล การอบในกระดาษไขช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและสารอาหารไว้ได้ครบถ้วนโดยไม่ต้องเติมน้ำมันเพิ่ม ทำให้เป็นเมนูที่สะอาดและดีต่อสุขภาพจริงๆ

เพื่อการคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีที่สุด แนะนำให้ทานเมนูนี้คู่กับผักใบเขียวจานเล็กๆ โดยทานผักก่อนเพื่อเพิ่มใยอาหารและชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต การผสมผสานระหว่างโปรตีน 30 กรัมจากไก่ ใยอาหาร 4 กรัมจากผัก และไขมันดี 8 กรัม ช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานที่สม่ำเสมอนาน 3-4 ชั่วโมง โดยไม่เกิดภาวะน้ำตาลพุ่งสูงเหมือนการสั่งอาหารนอกบ้านทั่วไป ผักชีสดและน้ำมะนาวช่วยเพิ่มความสดชื่นและให้สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เคอร์ซิตินและวิตามินซี ที่ช่วยเรื่องความไวต่ออินซูลินและสุขภาพโดยรวม ทั้งนี้กะทิเข้มข้นมีไขมันอิ่มตัวประมาณ 17 กรัมต่อปริมาณ 25 กรัม ดังนั้นการคุมปริมาณจึงสำคัญต่อสุขภาพหัวใจ สูตรนี้จึงใช้ในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อให้ได้รสชาติไทยแท้แต่ยังอยู่ในเกณฑ์สารอาหารที่ดี

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

18.0
ค่าภาระน้ำตาล
MEDIUM

ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดในระดับปานกลาง ด้วยค่า GI 58 และ GL 18.7 การผสมผสานระหว่างโปรตีนจากไก่ ใยอาหารจากผัก และไขมันจากกะทิ จะช่วยให้พลังงานคงที่นาน 3-4 ชั่วโมง โดยระดับน้ำตาลจะค่อยๆ ขึ้นและลงอย่างช้าๆ แทนที่จะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Eat the chicken and vegetables first before consuming more of the sweet potato to slow glucose absorption
  • Add extra non-starchy vegetables like broccoli, green beans, or zucchini to increase fiber and reduce the overall glycemic impact of the meal
  • Take a 10-15 minute walk after eating to help muscles absorb glucose and blunt the post-meal blood sugar rise

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส (180 องศาเซลเซียส สำหรับเตาอบแบบพัดลม) และเตรียมถาดอบใบใหญ่ไว้ให้พร้อม

  2. 2

    ผสมครีมกะทิกับน้ำเดือด 3 ช้อนโต๊ะในถ้วยใบเล็ก คนให้เข้ากันจนเนื้อเนียนละเอียด ไม่เป็นก้อน

  3. 3

    ใส่น้ำตาลมะพร้าว (หรือน้ำตาลทรายแดง) น้ำปลา และพริกแกงเขียวหวานลงไป คนให้เข้ากันดีจนได้ซอสที่เนียนและส่งกลิ่นหอม

  4. 4

    วางกระดาษไขแผ่นใหญ่ (ยาวประมาณ 40 ซม.) ลงบนถาดอบ จัดวางมันเทศหั่นเต๋าและพริกหวานสีแดงไว้ตรงกลาง โดยเว้นที่ว่างตรงกลางไว้สำหรับวางเนื้อไก่

  5. 5

    วางอกไก่ลงในที่ว่างตรงกลาง จากนั้นราดซอสแกงเขียวหวานให้ทั่วทั้งไก่และผัก ให้ซอสเคลือบส่วนผสมทุกอย่างจนทั่ว

  6. 6

    พับขอบกระดาษด้านยาวเข้าหากันแล้วม้วนปิดให้สนิท จากนั้นบิดปลายกระดาษทั้งสองข้างให้แน่นเหมือนห่อลูกอม เพื่อให้เป็นห่อที่ปิดสนิท

  7. 7

    นำเข้าเตาอบประมาณ 25-30 นาที จนไก่สุก (อุณหภูมิภายในถึง 75 องศาเซลเซียส) และมันเทศนิ่มจนใช้ส้อมจิ้มลงไปได้ง่ายๆ

  8. 8

    ค่อยๆ ย้ายห่อกระดาษไปวางบนจานหรือชามก้นตื้น เปิดห่ออย่างระมัดระวังเพื่อระบายไอน้ำ โรยหน้าด้วยผักชีสดและบีบมะนาวเพิ่มความสดชื่นก่อนเสิร์ฟ เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีที่สุด แนะนำให้ทานผักก่อน แล้วตามด้วยเนื้อสัตว์และมันเทศ

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 506 506
คาร์โบไฮเดรต 43g 43g
น้ำตาล 19g 19g
น้ำตาลเพิ่ม 8g 8g
น้ำตาลธรรมชาติ 11g 11g
โปรตีน 40g 40g
ไขมัน 21g 21g
ไขมันอิ่มตัว 16g 16g
ไขมันไม่อิ่มตัว 4g 4g
ไฟเบอร์ 10g 10g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 0g 0g
โซเดียม 803mg 803mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

น้ำตาลทรายแดง (2 ช้อนชา) Coconut Sugar (2 Tsp) - GI ~35, Preferred Option, Erythritol (2 Tsp) - GI 0, Lowest Impact But Less Authentic Sweetness, Monk Fruit Sweetener (1 Tsp) - GI 0, Use Half Amount As It'S Twice As Sweet

น้ำตาลทรายแดงมีดัชนีน้ำตาลสูงถึง 64-68 และร่างกายดูดซึมได้เร็ว ส่วนน้ำตาลมะพร้าวให้ความหวานแบบไทยแท้แต่มีค่า GI ต่ำกว่าถึง 50% เพราะมีใยอาหารอินนูลินที่ช่วยชะลอการย่อย อิริทริทอลไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลเลยเพราะร่างกายไม่ได้ย่อยเป็นน้ำตาล แต่อาจทำให้รสชาติแกงเขียวหวานเปลี่ยนไปเล็กน้อย ส่วนหล่อฮั้งก๊วยเป็นตัวเลือกที่ให้พลังงานศูนย์แคลอรีและไม่กระทบน้ำตาลในเลือดเลย แต่ต้องปรับปริมาณการใช้ให้เหมาะสม

มันหวาน (150 กรัม) Butternut Squash (150g) - GI ~51, Similar Texture, Celeriac (150g) - GI ~35, Lowest Carb Option, Turnip (150g) - GI ~30, Very Low Impact But Different Flavor

แม้ว่ามันเทศจะมีค่า GI ต่ำกว่ามันฝรั่งทั่วไปอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เข้มงวดขึ้น สามารถใช้ฟักทองบัตเตอร์นัทแทนได้ เพราะให้ความหวานและเนื้อสัมผัสใกล้เคียงกันแต่ค่า GI ต่ำกว่าเล็กน้อย ส่วนเซเลอรีแอก (Celeriac) จะให้เนื้อสัมผัสแบบพืชหัวแต่มีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่ามาก (9 กรัม เทียบกับ 27 กรัม ต่อ 150 กรัม) และค่า GI ก็ต่ำกว่าด้วย แม้รสชาติจะไม่หวานเท่า ส่วนหัวไชเท้าจะส่งผลต่อระดับน้ำตาลน้อยที่สุด แต่ต้องปรับเครื่องปรุงแกงเขียวหวานเพิ่มหน่อยเพื่อชดเชยรสชาติที่ค่อนข้างจืดของมัน

กะทิก้อน (25 กรัม) Full-Fat Coconut Milk (60ml) - Similar Fat Content, Easier To Measure, Coconut Cream (45ml) - Slightly Lower Fat, Smoother Consistency, Tahini (20g) + Coconut Extract (1/4 Tsp) - Nut-Based Alternative With Similar Richness

กะทิก้อนอาจจะหาซื้อยากและตวงให้เป๊ะได้ลำบาก การใช้กะทิแท้ 100% จะให้กรดไขมันสายปานกลาง (MCT) และเนื้อสัมผัสที่เข้มข้นเหมือนกันแถมยังตวงง่ายกว่าด้วย แต่อาจจะต้องใช้ปริมาณมากขึ้นเพื่อให้ได้ไขมันเท่ากัน ส่วนหัวกะทิเป็นตัวเลือกกลางๆ ที่เนื้อข้นแต่มีไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าเล็กน้อย (12 กรัม เทียบกับ 17 กรัม) สำหรับทาฮินีจะได้ไขมันดีจากงา พร้อมแคลเซียมและแมกนีเซียมที่ช่วยเรื่องการเผาผลาญน้ำตาล แม้รสชาติจะเปลี่ยนไปบ้างแต่การเติมกลิ่นมะพร้าวจะช่วยรักษาเอกลักษณ์ของอาหารไทยไว้ได้

น้ำตาลทรายแดง Coconut Sugar (Smaller Amount), Allulose, Erythritol

น้ำตาลทรายแดงยังทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูงเร็วอยู่ แนะนำให้ใช้สารให้ความหวานที่มีค่า GI ต่ำจะดีกว่า

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

สูตรนี้ใช้หลักการควบคุมน้ำตาลหลายอย่างร่วมกัน มันหวานที่หั่นเต๋าเล็กๆ และอบทั้งเปลือกจะรักษาค่า GI ไว้ที่ประมาณ 54-63 ซึ่งต่ำกว่าการบดหรือปอกเปลือกจนหมด ปริมาณ 150 กรัมให้คาร์โบไฮเดรตประมาณ 27 กรัม พร้อมใยอาหาร 3.5 กรัม ทำให้มีคาร์โบไฮเดรตสุทธิ 23.5 กรัม เมื่อทานคู่กับโปรตีนจากอกไก่ 30 กรัม อัตราการย่อยจะช้าลงอย่างมาก เพราะโปรตีนจะไปกระตุ้นฮอร์โมนที่ช่วยชะลอการย่อยอาหาร ทำให้การปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป กะทิ 25 กรัมให้ไขมันประมาณ 8 กรัม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไตรกลีเซอไรด์สายปานกลาง (MCTs) ที่ร่างกายเผาผลาญต่างจากไขมันทั่วไปและอาจช่วยปรับปรุงความไวต่ออินซูลิน พริกแกงมีสารแคปไซซินและเคอร์คูมินซึ่งมีงานวิจัยระบุว่าช่วยให้เซลล์กล้ามเนื้อดูดซึมน้ำตาลได้ดีขึ้นถึง 25% น้ำปลาให้กลูตาเมตที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ขณะที่กรดซิตริกในน้ำมะนาวสามารถลดการตอบสนองต่อดัชนีน้ำตาลได้ 20-30% โดยการชะลอการย่อยแป้ง ค่าภาระน้ำตาลรวม 18.7 จัดอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งหมายความว่ามื้อนี้จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นประมาณ 35-50 mg/dL ในคนส่วนใหญ่ โดยจะขึ้นสูงสุดที่ 45-60 นาทีหลังมื้ออาหาร และกลับสู่ระดับปกติภายใน 2-3 ชั่วโมง สัดส่วนใยอาหารต่อคาร์โบไฮเดรตที่ 1:6.7 และสัดส่วนโปรตีนต่อคาร์โบไฮเดรตที่ 1.1:1 ถือเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมมากในการรักษาสมดุลของอินซูลิน

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ