- หน้าแรก
- /
- สูตร GI ต่ำ
- /
- เค้กช็อกโกแลตเข้มข้นสูตรเป็นมิตรต่อระดับน้ำตาลในเลือด
เค้กช็อกโกแลตเข้มข้นสูตรเป็นมิตรต่อระดับน้ำตาลในเลือด
อร่อยกับเค้กช็อกโกแลตดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) ได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิด สูตรนี้ใช้ความหวานธรรมชาติจากมันเทศและซอสแอปเปิล ให้รสชาติเข้มข้นโดยไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง
เค้กช็อกโกแลตสูตรใหม่นี้พิสูจน์ให้เห็นว่า การคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่จำเป็นต้องอดของหวาน เราเปลี่ยนจากแป้งสาลีขัดขาวมาใช้แป้งโฮลวีทสำหรับทำขนม และใช้ความหวานจากมันเทศบดควบคู่กับสารให้ความหวานดัชนีน้ำตาลต่ำในปริมาณเล็กน้อยอย่างอัลลูโลสและน้ำตาลมะพร้าว ทำให้เค้กชิ้นนี้ส่งผลต่อระดับน้ำตาลน้อยกว่าเค้กทั่วไปอย่างมาก เคล็ดลับอยู่ที่ใยอาหารจากธัญพืชเต็มเมล็ดและโปรตีนจากกรีกโยเกิร์ตที่ช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคส นอกจากนี้ยังมีเมล็ดเจียที่ให้โอเมก้า 3 และไฟเบอร์เพิ่ม ส่วนดาร์กช็อกโกแลตแบบไม่หวานก็ให้สารต้านอนุมูลอิสระโดยไม่มีน้ำตาลส่วนเกิน การผสมผสานระหว่างซอสแอปเปิลและมันเทศนึ่งช่วยสร้างความหวานและความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ทำให้เราใช้น้ำตาลเพิ่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ต่างจากเค้กทั่วไปที่ประโคมน้ำตาลทรายขาว สูตรนี้ใช้น้ำตาลมะพร้าวเพียง 2 ช้อนโต๊ะผสมกับอัลลูโลส ซึ่งเป็นสารให้ความหวานที่ไม่มีแคลอรีและไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด เราเลือกใช้น้ำตาลมะพร้าวแทนน้ำตาลทรายแดงเพราะมีดัชนีน้ำตาลต่ำกว่า (35 เทียบกับ 64) ทั้งยังมีแร่ธาตุและใยอาหารอินนูลินที่ช่วยคุมการตอบสนองของน้ำตาล ส่วนเนยจืดช่วยเพิ่มความเข้มข้นและไขมันในเนยยังช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตด้วย (สำหรับใครที่คุมคอเลสเตอรอลควบคู่ไปด้วย สามารถใช้น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันอะโวคาโดในปริมาณเท่ากันแทนได้) เพื่อการคุมน้ำตาลให้ได้ผลดีที่สุด แนะนำให้ทานเค้กหลังมื้ออาหารที่มีโปรตีนสูงแทนการทานตอนท้องว่าง ด้วยปริมาณใยอาหารและขนาดชิ้นที่พอเหมาะ (1/12 ของก้อน) ทำให้เค้กนี้เหมาะสำหรับเป็นของว่างในแผนการกินแบบดัชนีน้ำตาลต่ำ ทานคู่กับสตรอว์เบอร์รีสดเพื่อเพิ่มไฟเบอร์และวิตามินซี และควรทานในช่วงเช้าหรือกลางวันซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีกว่า โดยแต่ละชิ้นจะให้ไฟเบอร์ประมาณ 4 กรัมและโปรตีน 5 กรัม ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้ดียิ่งขึ้น
ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด
เค้กนี้ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดในระดับต่ำถึงปานกลาง โดยมีค่า GL 13.7 และ GI 39 ซึ่งหมายความว่าระดับน้ำตาลจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ไม่พุ่งสูงปรี๊ด การผสมผสานของแป้งโฮลวีท เมล็ดเจีย และมันเทศช่วยให้ร่างกายดูดซึมกลูโคสช้าลง ทำให้มีพลังงานคงที่นาน 2-3 ชั่วโมง
เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด
- ✓ Eat a small portion (stick to one serving) after a meal containing protein and healthy fats rather than on an empty stomach to further blunt the glycemic response
- ✓ Pair your slice with a handful of nuts or a dollop of Greek yogurt to add protein and fat, which will slow sugar absorption
- ✓ Consider having this dessert after a light 10-15 minute walk or some physical activity, as movement helps muscles absorb glucose more efficiently
🥗 ส่วนผสม
- 1.25 cup แป้งโฮลวีทสำหรับทำขนม
- 1 tsp เบกกิ้งโซดา
- 0.25 tsp เกลือโคเชอร์
- 2 tsp เมล็ดเชีย
- 2 tbsp น้ำสำหรับทำเชียเจล
- 2 oz ดาร์กช็อกโกแลตแบบไม่หวาน สับละเอียด
- 2 tbsp เนยจืด วางให้นุ่ม
- 2 tbsp มันเทศเผา บดละเอียด
- 0.25 cup น้ำตาลทรายแดง ตวงแบบกดเบาๆ
- 0.25 cup แอปเปิลซอสแบบไม่หวาน
- 0.25 cup น้ำผึ้ง
- 1.5 tsp กลิ่นวานิลลา
- 0.5 cup กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ สูตรไม่มีไขมัน
- 0.5 cup น้ำเดือด
- 2 oz ดาร์กช็อกโกแลตแท่ง ละลายสำหรับราดหน้า
- 12 oz สตรอว์เบอร์รีสด หั่นบาง
- 2 tsp อบเชยป่น
- 1.25 cup แป้งโฮลวีทสำหรับทำขนม
- 1 tsp เบกกิ้งโซดา
- 0.25 tsp เกลือโคเชอร์
- 2 tsp เมล็ดเชีย
- 2 tbsp น้ำสำหรับทำเชียเจล
- 2 oz ดาร์กช็อกโกแลตแบบไม่หวาน สับละเอียด
- 2 tbsp เนยจืด วางให้นุ่ม
- 2 tbsp มันเทศเผา บดละเอียด
- 0.25 cup น้ำตาลทรายแดง ตวงแบบกดเบาๆ
- 0.25 cup แอปเปิลซอสแบบไม่หวาน
- 0.25 cup น้ำผึ้ง
- 1.5 tsp กลิ่นวานิลลา
- 0.5 cup กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ สูตรไม่มีไขมัน
- 0.5 cup น้ำเดือด
- 2 oz ดาร์กช็อกโกแลตแท่ง ละลายสำหรับราดหน้า
- 12 oz สตรอว์เบอร์รีสด หั่นบาง
- 2 tsp อบเชยป่น
👨🍳 วิธีทำ
- 1
วางตะแกรงเตาอบไว้ตรงกลางแล้วอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส (375 องศาฟาเรนไฮต์) เตรียมพิมพ์เค้กวงกลมขนาด 9 นิ้ว โดยฉีดสเปรย์น้ำมันบางๆ แล้วโรยแป้งโฮลวีทให้ทั่ว เคาะแป้งส่วนเกินออก
- 2
ผสมเมล็ดเชียกับน้ำ 2 ช้อนโต๊ะในถ้วยใบเล็ก คนให้เข้ากันแล้วพักไว้ 10 นาทีจนกลายเป็นเจล ระหว่างนั้นให้ร่อนแป้งโฮลวีทสำหรับทำขนม เบกกิ้งโซดา และเกลือโคเชอร์เข้าด้วยกันในชามผสมขนาดกลาง
- 3
ละลายดาร์กช็อกโกแลตแบบไม่หวาน 2 ออนซ์ โดยใช้หม้อตุ๋นสองชั้นหรือเข้าไมโครเวฟครั้งละ 20 วินาทีแล้วนำออกมาคน พักไว้ 5 นาทีให้พออุ่นแต่ยังเป็นของเหลวอยู่ ส่วนช็อกโกแลตอีก 2 ออนซ์ที่เหลือให้เก็บไว้สำหรับตกแต่ง
- 4
ในชามผสมใบใหญ่ ตีเนยที่นุ่มแล้ว มันเทศเผาบด น้ำตาลมะพร้าว แอปเปิลซอส และอัลลูโลสด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าความเร็วปานกลางประมาณ 2 นาทีจนเข้ากันดี ใส่เชียเจลลงไปแล้วตีต่ออีก 2 นาที เติมกลิ่นวานิลลา จากนั้นค่อยๆ ใส่ช็อกโกแลตละลายลงไป ตีจนเนื้อเนียน
- 5
ลดความเร็วเครื่องตีลงเป็นระดับต่ำ ใส่ส่วนผสมแป้งลงไปครึ่งหนึ่ง ตีแค่พอเข้ากัน จากนั้นใส่กรีกโยเกิร์ตลงไปครึ่งหนึ่งแล้วผสมเบาๆ ทำซ้ำกับแป้งและโยเกิร์ตที่เหลือ ระวังอย่าผสมนานเกินไป เนื้อแป้งที่ได้ควรจะข้นและเนียนเข้ากันดี
- 6
ใช้ช้อนไม้หรือพายยางค่อยๆ ตะล่อมน้ำเดือดลงไปจนส่วนผสมเนียนและเหลวพอที่จะเทได้ ตัวแป้งจะค่อนข้างเหลวซึ่งเป็นเรื่องปกติ จากนั้นเทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วใช้พายปาดหน้าให้เรียบ
- 7
อบประมาณ 18-22 นาที จนกว่าจะลองใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลางแล้วดึงออกมามีเศษเค้กชื้นๆ ติดมานิดหน่อย แต่ไม่มีเนื้อแป้งแฉะๆ ติดออกมา ตัวเค้กควรจะสปริงตัวกลับเบาๆ เมื่อกดลงไป พักเค้กให้เย็นในพิมพ์บนตะแกรงประมาณ 20 นาที
- 8
ค่อยๆ คว่ำเค้กลงบนตะแกรง แล้วพลิกกลับด้านให้ด้านหน้าหงายขึ้น พอเค้กเย็นสนิทแล้ว ให้ตัดแบ่งเป็น 12 ชิ้นเท่าๆ กัน นำดาร์กช็อกโกแลตที่เหลืออีก 2 ออนซ์ไปละลาย แล้วราดลงบนเค้กแต่ละชิ้นให้สวยงาม ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รีสดหั่นชิ้น และโรยผงอบเชยบางๆ ตามชอบ เสิร์ฟที่อุณหภูมิห้องได้เลย
📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ
| ต่อหนึ่งเสิร์ฟ | ทั้งจาน | |
|---|---|---|
| แคลอรี | 178 | 2130 |
| คาร์โบไฮเดรต | 29g | 342g |
| น้ำตาล | 15g | 181g |
| น้ำตาลเพิ่ม | 7g | 79g |
| น้ำตาลธรรมชาติ | 9g | 102g |
| โปรตีน | 4g | 44g |
| ไขมัน | 7g | 78g |
| ไขมันอิ่มตัว | 4g | 42g |
| ไขมันไม่อิ่มตัว | 3g | 31g |
| ไฟเบอร์ | 4g | 42g |
| ไฟเบอร์ละลายน้ำ | 0g | 5g |
| ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ | 1g | 10g |
| โซเดียม | 171mg | 2050mg |
การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์
ถ้าคุณ...
โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ
แป้งอัลมอนด์มีคาร์โบไฮเดรตต่ำกว่า แต่มีโปรตีนและไขมันดีสูงกว่า จึงส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยกว่ามาก ส่วนแป้งข้าวโอ๊ตมีเบต้ากลูแคน ซึ่งเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยลดการพุ่งสูงของน้ำตาลหลังมื้ออาหารได้ถึง 20-30%
ถึงแม้น้ำตาลมะพร้าวจะมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ต่ำกว่าน้ำตาลทรายทั่วไป แต่การเปลี่ยนมาใช้สารให้ความหวานที่ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดเลย อย่างอัลลูโลส อิริทริทอล หรือหล่อฮั้งก๊วย จะช่วยลดผลกระทบจากน้ำตาลที่มีต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่า ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่เป็นเบาหวานหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องคุมระดับน้ำตาลอย่างเคร่งครัด
แม้ไขมันในเนยจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้ แต่น้ำมันมะพร้าวและน้ำมันอะโวคาโดเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าสำหรับคนที่ต้องคุมทั้งระดับน้ำตาลและดูแลความเสี่ยงเรื่องโรคหัวใจ ไขมันจากพืชเหล่านี้ไม่มีคอเลสเตอรอลและอาจช่วยปรับระดับไขมันในเลือดให้ดีขึ้นได้ โดยที่ยังรักษาความนุ่มชุ่มชื้นของเค้กไว้เหมือนเดิม
สำหรับใครที่ไม่กินนมวัวหรืออยากลองอะไรใหม่ๆ โยเกิร์ตมะพร้าวและเต้าหู้อ่อนให้โปรตีนและความชุ่มชื้นได้ใกล้เคียงกันโดยไม่ทำให้ค่าดัชนีน้ำตาลสูงขึ้น นอกจากนี้ งานวิจัยล่าสุดยังพบว่าเต้าหู้มีสารไอโซฟลาโวนที่อาจช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้นด้วย
อะโวคาโดให้ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดีต่อสุขภาพและช่วยลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตโดยรวม ทำให้ค่าดัชนีน้ำตาลลดลงไปอีก ส่วนฟักทองบดช่วยให้เค้กนุ่มและมีความหวานตามธรรมชาติ แถมยังได้วิตามินเอเพิ่มขึ้นและมีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่ามันเทศเล็กน้อย
น้ำตาลทรายแดงยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการใช้สารให้ความหวานที่มีค่า GI ต่ำจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้
เค้กสูตรนี้ช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดผ่านกลไกทางวิทยาศาสตร์หลายอย่าง แป้งโฮลวีทสำหรับทำขนมให้ใยอาหาร 3-4 กรัมต่อชิ้น ซึ่งจะสร้างโครงสร้างคล้ายเจลในระบบย่อยอาหาร ช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคสและลดการตอบสนองของน้ำตาลในเลือดได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับแป้งขัดขาว เมล็ดเจียช่วยเสริมใยอาหารชนิดละลายน้ำและกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยชะลอการระบายอาหารออกจากกระเพาะ ส่วนกรีกโยเกิร์ตให้โปรตีน 5 กรัมต่อชิ้น ซึ่งช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินอย่างเหมาะสมและทำให้อิ่มนานขึ้น ป้องกันการกินเกิน การใช้มันเทศบดและซอสแอปเปิลไม่หวานช่วยให้ความหวานตามธรรมชาติที่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลน้อยกว่าน้ำตาลทราย และเพกทินในผลไม้ยังช่วยเพิ่มความหนืดที่ชะลอการย่อยคาร์โบไฮเดรต น้ำตาลมะพร้าวซึ่งมีดัชนีน้ำตาลเพียง 39 (เทียบกับน้ำตาลทรายที่ 65) มีใยอาหารอินนูลินที่ช่วยเลี้ยงแบคทีเรียดีในลำไส้และช่วยคุมการเผาผลาญกลูโคส ส่วนอัลลูโลสซึ่งเป็นน้ำตาลหายากตามธรรมชาติจะถูกดูดซึมแต่ไม่ถูกเผาผลาญเป็นพลังงาน จึงไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลหรืออินซูลินเลย ดาร์กช็อกโกแลตแบบไม่หวานยังมีโพลีฟีนอลที่งานวิจัยระบุว่าช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลินและลดความเครียดจากอนุมูลอิสระ ไขมันจากเนยและช็อกโกแลตช่วยลดค่าภาระน้ำตาล (Glycemic Load) โดยรวม ทำให้คาร์โบไฮเดรตเข้าสู่กระแสเลือดช้าลง ส่งผลให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างต่อเนื่องนาน 2-3 ชั่วโมง แทนที่จะพุ่งสูงแล้วตกลงอย่างรวดเร็ว เมื่อทานเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่สมดุล เค้กชิ้นนี้จะมีค่าภาระน้ำตาล (GL) ประมาณ 13.7 ต่อชิ้น ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ต่ำถึงปานกลาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคุมระดับน้ำตาลในเลือดเป็นครั้งคราว
สูตรที่เกี่ยวข้อง
PDF ฟรี — 3 หน้า
สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์
บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์
ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ