← กลับไปที่สูตรอาหาร
ริซอตโต้ข้าวบาร์เลย์กับไก่และเห็ดป่า - สูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปานกลาง

ริซอตโต้ข้าวบาร์เลย์กับไก่และเห็ดป่า

เมนูริซอตโต้สูตรดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด ที่เปลี่ยนมาใช้ข้าวบาร์เลย์เคี้ยวหนึบ อกไก่ลีนๆ และเห็ดหอมๆ เพื่อให้พลังงานที่ต่อเนื่องยาวนานโดยไม่ทำให้น้ำตาลพุ่งสูง

10 min
เวลาเตรียม
50 min
เวลาปรุงอาหาร
1h
เวลาทั้งหมด
4
จำนวนที่เสิร์ฟ

ริซอตโต้ข้าวบาร์เลย์จานนี้เปลี่ยนเมนูอิตาเลียนยอดฮิตให้กลายเป็นเมนูสุขภาพชั้นยอดที่ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งปรี๊ด ต่างจากริซอตโต้ทั่วไปที่ใช้ข้าวอาร์โบริโอ (Arborio) ซึ่งมีค่า GI สูง ข้าวบาร์เลย์มีดัชนีน้ำตาลเพียง 35 เท่านั้น ทำให้ร่างกายค่อยๆ ปล่อยกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้าๆ ช่วยให้คุณมีพลังงานคงที่ตลอดทั้งวัน

การจับคู่กันระหว่างอกไก่ลีนๆ กับข้าวบาร์เลย์ที่มีใยอาหารสูง ช่วยให้ร่างกายได้รับทั้งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งช่วยชะลอการตอบสนองของน้ำตาลได้ดียิ่งขึ้น ส่วนเห็ดป่าและเห็ดแชมปิญองช่วยเพิ่มรสชาติอูมามิที่กลมกล่อม พร้อมให้กากใยและสารอาหารเพิ่มโดยแทบไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลเลย การใส่พาร์เมซานชีสเล็กน้อยยังช่วยเพิ่มไขมันดีที่ทำให้การย่อยช้าลง เสริมด้วยกลิ่นหอมจากไทม์สดและหอมแดง

เพื่อการคุมน้ำตาลให้ดีที่สุด ลองทานสลัดผักจานเล็กๆ ก่อนเริ่มทานจานนี้ เพราะใยอาหารและน้ำส้มสายชูในน้ำสลัดจะช่วยลดการพุ่งของน้ำตาลได้ นอกจากนี้ ริซอตโต้จานนี้ยังเหมาะสำหรับทำเตรียมไว้ล่วงหน้า (meal prep) เพราะข้าวบาร์เลย์ยังคงเนื้อสัมผัสที่ดีเมื่อนำมาอุ่นซ้ำ และปริมาณแป้งทนการย่อย (resistant starch) จะเพิ่มขึ้นหลังจากแช่เย็นแล้วนำมาอุ่นใหม่ ซึ่งช่วยลดค่าดัชนีน้ำตาลลงได้อีก หนึ่งเสิร์ฟให้ปริมาณประมาณ 300 กรัม พร้อมสารอาหารที่สมดุลเพื่อระดับน้ำตาลที่คงที่

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

8.3
ค่าภาระน้ำตาล
LOW

มื้อนี้จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ เพราะค่า GI ที่ต่ำของข้าวบาร์เลย์และโปรตีนจากไก่ ช่วยให้คุณมีพลังงานคงที่ไปอีก 4-5 ชั่วโมงโดยที่น้ำตาลไม่พุ่งสูง

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Eat the chicken and mushrooms first before the barley to slow glucose absorption through protein and fiber
  • Add a side of leafy greens or a small salad to further reduce the glycemic response
  • Take a 10-15 minute walk after eating to help muscles absorb glucose and flatten the blood sugar curve

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    ตั้งกระทะก้นหนาใบใหญ่ด้วยไฟกลาง ใส่เนยและน้ำมันมะกอกลงไป รอจนเนยละลายและเริ่มเป็นฟองเล็กน้อย

  2. 2

    ใส่หอมแดงซอยละเอียดและกระเทียมสับลงไป ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำป่นเล็กน้อย ผัดประมาณ 5 นาที หมั่นคนเป็นระยะจนหอมแดงเริ่มใสและมีกลิ่นหอม แต่ระวังอย่าให้ไหม้จนเป็นสีน้ำตาล

  3. 3

    ใส่เนื้ออกไก่หั่นชิ้นลงไปผัดประมาณ 2-3 นาที พลิกไปมาให้ผิวไก่สุกทั่วกันทุกด้าน แต่ข้างในยังไม่ต้องสุกสนิท

  4. 4

    ใส่ข้าวบาร์เลย์ลงไป ผัดต่อเนื่องประมาณ 1 นาทีเพื่อให้ข้าวโดนความร้อนและเคลือบด้วยน้ำมันและเนย วิธีนี้จะช่วยดึงกลิ่นหอมคล้ายถั่วออกมา

  5. 5

    เทไวน์ขาวลงไปแล้วคนเรื่อยๆ จนข้าวบาร์เลย์ดูดซึมไวน์ไปเกือบหมด ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที ไวน์จะช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวเพื่อตัดความเลี่ยนของอาหาร หมายเหตุ: แอลกอฮอล์จะระเหยไปจนหมดระหว่างปรุงอาหาร เหลือไว้เพียงกลิ่นหอมและมีคาร์โบไฮเดรตน้อยมากจนแทบไม่มีผล

  6. 6

    ใส่เห็ดสับและใบไทม์สดลงไปผัดให้เข้ากัน จากนั้นเทน้ำสต๊อกไก่ร้อนลงไปประมาณ 3 ใน 4 ส่วน (ประมาณ 750 มล.) ส่วนที่เหลือเก็บไว้ค่อยๆ เติมเพื่อปรับความข้นในภายหลัง

  7. 7

    ลดไฟลงเป็นไฟอ่อน เคี่ยวไปเรื่อยๆ ประมาณ 40-45 นาที หมั่นคนทุกๆ 5-7 นาทีเพื่อไม่ให้ข้าวติดก้นกระทะ ข้าวบาร์เลย์ควรจะนุ่มแต่ยังมีความหนึบให้เคี้ยวสนุก และตัวรีซอตโตควรมีความครีมมี่แต่ไม่แฉะเหมือนซุป ถ้าดูแห้งเกินไปสามารถเติมน้ำสต๊อกที่เหลือเพิ่มได้

  8. 8

    ยกกระทะลงจากเตา ใส่พาร์เมซานชีสขูดลงไปคนให้ละลายเข้ากัน ชิมรสแล้วปรุงเพิ่มด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ ตักใส่ชามที่อุ่นเตรียมไว้ เสิร์ฟทันที โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยและพาร์เมซานชีสแผ่นบางตามต้องการ เพื่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานคู่กับผักใบเขียวหรือสลัดผัก

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 444 1777
คาร์โบไฮเดรต 32g 127g
น้ำตาล 5g 19g
น้ำตาลธรรมชาติ 5g 19g
โปรตีน 41g 164g
ไขมัน 13g 51g
ไขมันอิ่มตัว 5g 21g
ไขมันไม่อิ่มตัว 8g 30g
ไฟเบอร์ 5g 19g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 2g 7g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 3g 12g
โซเดียม 1114mg 4458mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

ข้าวบาร์เลย์มุก Hulled Barley, Barley Groats

ข้าวบาร์เลย์แบบไม่ขัดสีและแบบเต็มเมล็ดจะยังมีส่วนรำข้าวอยู่มากกว่าแบบมุก ซึ่งให้ใยอาหารเพิ่มขึ้น ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและลดการตอบสนองของน้ำตาลได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ไวน์ขาว Dry White Wine, Chicken Stock With Lemon Juice, White Wine Vinegar Diluted With Stock

การใช้ไวน์แบบดราย (dry wine) หรือเปลี่ยนมาใช้น้ำสต็อกที่มีรสเปรี้ยวแทนไวน์บางส่วน จะช่วยลดปริมาณน้ำตาลที่เหลืออยู่แต่ยังคงความเปรี้ยวไว้ได้ ซึ่งช่วยลดค่าดัชนีน้ำตาลโดยรวมของเมนูนี้

น้ำสต็อกไก่ Homemade Bone Broth, Low-Sodium Chicken Stock, Vegetable Stock

น้ำต้มกระดูกทำเองหรือน้ำสต็อกคุณภาพดีที่ไม่เติมน้ำตาล มอลโทเดกซ์ทริน หรือคาร์โบไฮเดรตแฝงอื่นๆ จะช่วยรักษาค่าดัชนีน้ำตาลของสูตรนี้ให้ต่ำอยู่เสมอ

เนย Extra Virgin Olive Oil, Avocado Oil, Ghee

แม้ว่าเนยจะมีผลต่อระดับน้ำตาลน้อยมาก แต่การใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันอะโวคาโดจะช่วยเพิ่มไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ตลอดมื้ออาหาร

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

ทำไมเมนูนี้ถึงดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด

ริซอตโต้ข้าวบาร์เลย์จานนี้คือตัวอย่างที่ดีของการคุมน้ำตาล ด้วยค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ที่ต่ำเพียง 25 และค่าโหลดน้ำตาล (GL) แค่ 8.3 ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ข้าวบาร์เลย์คือพระเอกของงานนี้ เพราะต่างจากข้าวขาวที่ใช้ทำริซอตโต้ทั่วไป ข้าวบาร์เลย์เต็มไปด้วยใยอาหารที่ละลายน้ำได้ที่เรียกว่า เบต้า-กลูแคน (beta-glucan) ใยอาหารนี้จะเปลี่ยนสภาพเป็นเจลในระบบย่อยอาหาร ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างมาก เปรียบเสมือนลูกระนาดที่คอยชะลอความเร็วการดูดซึมน้ำตาล แม้ข้าวบาร์เลย์จะมีคาร์โบไฮเดรต แต่ใยอาหารจะช่วยให้ร่างกายค่อยๆ ปล่อยพลังงานออกมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง แทนที่จะพุ่งสูงแล้วตกลงมาจนทำให้คุณรู้สึกเพลีย

อกไก่ช่วยเสริมการคุมน้ำตาลอีกชั้นด้วยโปรตีนคุณภาพสูง เมื่อเราทานโปรตีนพร้อมกับคาร์โบไฮเดรต ร่างกายจะหลั่งอินซูลินอย่างค่อยเป็นค่อยไปและช่วยให้อิ่มท้องนานขึ้น ไขมันดีจากน้ำมันมะกอกและเนยยังช่วยให้การย่อยช้าลงไปอีก เพราะไขมันใช้เวลาย่อยนานกว่า ซึ่งหมายความว่าอาหารทั้งมื้อจะเคลื่อนผ่านระบบย่อยอาหารในจังหวะที่สม่ำเสมอ การรวมตัวกันของใยอาหาร โปรตีน และไขมัน คือสูตรลับสามประสานเพื่อระดับน้ำตาลที่คงที่

เพื่อประโยชน์สูงสุด ลองทานตามลำดับดูครับ เริ่มจากทานไก่และเห็ดก่อนสักสองสามคำ แล้วค่อยตามด้วยข้าวบาร์เลย์ เทคนิคการเรียงลำดับการทานอาหารแบบนี้สามารถลดการพุ่งของน้ำตาลได้ถึง 40% จากผลการวิจัยบางชิ้น และการเดินเล่นสัก 10 นาทีหลังมื้ออาหารยังช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น ช่วยให้ระดับน้ำตาลนิ่งกว่าเดิม

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ