← กลับไปที่สูตรอาหาร
ไก่ย่างคลุกสมุนไพรกับซอสมะเขือเทศสีเหลืองรมควัน - สูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปราศจากกลูเตน ปราศจากนม ปานกลาง

ไก่ย่างคลุกสมุนไพรกับซอสมะเขือเทศสีเหลืองรมควัน

อกไก่ย่างเนื้อนุ่มคลุกเคล้าสมุนไพรสด ราดด้วยซอสมะเขือเทศสีเหลืองย่างรสเข้มข้น สูตรนี้มีน้ำตาลต่ำตามธรรมชาติและอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

20 min
เวลาเตรียม
20 min
เวลาปรุงอาหาร
40 min
เวลาทั้งหมด
4
จำนวนที่เสิร์ฟ

อาหารจานนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน โดยดึงความหวานตามธรรมชาติของมะเขือเทศสีเหลืองออกมา ซึ่งมีความเป็นกรดต่ำกว่าและส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยกว่ามะเขือเทศสีแดง การผสมผสานระหว่างอกไก่ลีนๆ กับน้ำมันมะกอกกลิ่นสมุนไพรช่วยให้พลังงานที่ต่อเนื่องโดยไม่ทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูง จึงเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับการคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ซอสมะเขือเทศรมควันให้รสชาติที่ซับซ้อนโดยไม่ต้องเติมน้ำตาล ในขณะที่สมุนไพรสดอย่างโหระพา ไทม์ และพาร์สลีย์ มีสารต้านการอักเสบที่ช่วยดูแลระบบเผาผลาญ มะเขือเทศสีเหลืองอุดมไปด้วยไลโคปีนและวิตามินซี แถมยังมีค่าภาระน้ำตาล (glycemic load) เกือบเป็นศูนย์ จึงเหมาะมากสำหรับแผนการกินแบบดัชนีน้ำตาลต่ำ (low-GI)

เพื่อการควบคุมน้ำตาลในเลือดให้ดีที่สุด แนะนำให้ทานคู่กับผักที่ไม่มีแป้งในปริมาณมาก หรือสลัดผักรวมราดน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ไขมันดีจากน้ำมันมะกอกจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ส่วนโปรตีนสูงจากไก่จะช่วยให้อิ่มท้องและรักษาระดับพลังงานให้คงที่ แต่ละจานให้โปรตีนลีนประมาณ 5 ออนซ์ โดยมีคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก มั่นใจได้ว่าระดับน้ำตาลในเลือดจะคงที่ไปอีกหลายชั่วโมงหลังมื้ออาหาร

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

1.4
ค่าภาระน้ำตาล
LOW

คาดว่าส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมาก มื้ออาหารที่เน้นโปรตีนพร้อมสมุนไพรสดและมะเขือเทศนี้มีค่าภาระน้ำตาลต่ำมากเพียง 0.8 ซึ่งจะช่วยให้พลังงานคงที่ต่อเนื่อง 4-5 ชั่วโมง โดยไม่มีอาการน้ำตาลพุ่งสูงอย่างมีนัยสำคัญ

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Eat the chicken and vegetables together to maximize protein's blood sugar stabilizing effect
  • Consider adding a small portion of fiber-rich vegetables like broccoli or leafy greens on the side to further slow digestion
  • A brief 10-15 minute walk after eating will help muscles absorb any glucose released, though the impact will already be minimal with this meal

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    วอร์มเตาย่างให้ร้อนจัด หรือตั้งค่าไฟบนของเตาอบให้ร้อน ทาน้ำมันบางๆ ที่ตะแกรงย่าง หรือรองถาดอบด้วยฟอยล์แล้วฉีดน้ำมันกันติด วางตะแกรงให้ห่างจากแหล่งความร้อนประมาณ 4-6 นิ้ว เพื่อให้ได้รอยไหม้ที่สวยกำลังดี

  2. 2

    วางมะเขือเทศสีเหลืองที่ผ่าครึ่งแล้วลงบนเตาย่างโดยคว่ำด้านที่ตัดลง หรือถ้าใช้เตาอบให้หงายด้านที่ตัดขึ้น ย่างจนเปลือกเริ่มไหม้และพอง ใช้เวลาประมาณ 5 นาที การย่างจะช่วยดึงความหวานตามธรรมชาติของมะเขือเทศออกมาเล็กน้อย แต่จะไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดมากนักเพราะมีน้ำและกากใยสูง จากนั้นตักมะเขือเทศใส่ชามทนความร้อน ปิดด้วยพลาสติกแรปให้สนิท แล้วพักไว้ 10 นาทีเพื่อให้ไอน้ำช่วยให้เปลือกนิ่มและลอกออกได้ง่าย

  3. 3

    ระหว่างที่รอมะเขือเทศ ให้ตั้งกระทะใบเล็กใช้ไฟกลาง ใส่น้ำมันมะกอกลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อนใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนหอมและนิ่ม ประมาณ 1 นาที ระวังอย่าให้กระเทียมไหม้จนเป็นสีน้ำตาล จากนั้นยกลงจากเตาพักไว้ให้คลายร้อน

  4. 4

    ลอกเปลือกมะเขือเทศออกแล้วใส่เนื้อลงในเครื่องปั่นหรือเครื่องบดสับ ใส่กระเทียมที่ผัดพร้อมน้ำมัน น้ำส้มสายชูบัลซามิก โหระพาสับ 1 ช้อนโต๊ะ และพริกไทยดำ 1/8 ช้อนชา ปั่นให้ได้เนื้อสัมผัสตามชอบ จะแบบเนียนละเอียดหรือแบบพอมีเนื้อก็ได้ ชิมรสและปรุงเพิ่มตามต้องการ ซอสที่เสร็จแล้วจะมีน้ำตาลจากน้ำส้มสายชูบัลซามิกประมาณ 0.75 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งแทบไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดเลย

  5. 5

    ซับอกไก่ให้แห้งด้วยกระดาษอเนกประสงค์ แล้วปรุงรสทั้งสองด้านด้วยเกลือและพริกไทยดำที่เหลืออีก 1/8 ช้อนชา จากนั้นผสมพาร์สลีย์สับ ไทม์ และโหระพาฝรั่งที่เหลืออีก 2 ช้อนโต๊ะลงในจานก้นแบน ผสมให้เข้ากันเพื่อเตรียมไว้สำหรับคลุกไก่

  6. 6

    นำอกไก่แต่ละชิ้นลงไปกดกับส่วนผสมสมุนไพรให้แน่น ให้สมุนไพรเคลือบทั่วทั้งชิ้นอย่างสม่ำเสมอและหนาพอประมาณ สมุนไพรเหล่านี้จะกลายเป็นชั้นเคลือบที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ข้างในขณะปรุงอาหาร แถมยังไม่มีคาร์โบไฮเดรตและไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดด้วย

  7. 7

    วางอกไก่ที่คลุกสมุนไพรแล้วลงบนเตาย่างที่วอร์มจนร้อน หรือจะใช้เตาอบระบบย่าง (broiler) ก็ได้ ย่างด้านแรกประมาณ 4 นาทีจนเป็นสีเหลืองทองและมีรอยย่าง จากนั้นค่อยๆ พลิกด้านแล้วย่างต่ออีก 4 นาที จนอุณหภูมิภายในถึง 165 องศาฟาเรนไฮต์ และน้ำที่ไหลออกมาจากเนื้อไก่มีลักษณะใส เมื่อสุกแล้วให้นำออกจากเตา พักทิ้งไว้ 3 นาทีเพื่อให้น้ำในเนื้อกระจายตัวทั่วชิ้น

  8. 8

    จัดอกไก่ใส่จานที่อุ่นเตรียมไว้ ตักซอสมะเขือเทศสีเหลืองที่ยังอุ่นๆ ราดลงบนไก่ให้ทั่ว โดยใช้ซอสประมาณ 1/4 ถ้วยต่อจาน เสิร์ฟทันทีพร้อมกับผักใบเขียวหรือผักย่างที่ไม่มีแป้ง เช่น บรอกโคลี ซูกินี หรือดอกกะหล่ำ เพื่อช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดและให้พลังงานที่สม่ำเสมอ

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 230 918
คาร์โบไฮเดรต 6g 22g
น้ำตาล 4g 15g
น้ำตาลธรรมชาติ 4g 15g
โปรตีน 34g 137g
ไขมัน 8g 31g
ไขมันอิ่มตัว 1g 5g
ไขมันไม่อิ่มตัว 6g 25g
ไฟเบอร์ 2g 6g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 0g 0g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 0g 1g
โซเดียม 218mg 872mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

น้ำส้มสายชูบัลซามิก Red Wine Vinegar, Apple Cider Vinegar, Lemon Juice

น้ำส้มสายชูไวน์แดงและน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลแทบไม่มีน้ำตาลเลยเมื่อเทียบกับน้ำส้มสายชูบัลซามิกซึ่งมีน้ำตาลตามธรรมชาติที่อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ ส่วนน้ำเลมอนช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวโดยส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมาก

มะเขือเทศสีเหลือง Red Bell Pepper, Zucchini, Eggplant

พริกหวานสีแดงมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่ามะเขือเทศ และให้ความหวานได้โดยไม่ต้องเติมน้ำตาล ส่วนซูกินีและมะเขือม่วงมีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่าอีก ทำให้ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมากในขณะที่ยังช่วยรักษาเนื้อสัมผัสของซอสเอาไว้ได้

น้ำมันมะกอก Avocado Oil, Macadamia Nut Oil

ถึงน้ำมันมะกอกจะดีอยู่แล้ว แต่น้ำมันอะโวคาโดและน้ำมันแมคคาเดเมียมีไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวสูงกว่า ซึ่งช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่หลังมื้ออาหาร

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

วิทยาศาสตร์เบื้องหลังเมนูที่เป็นมิตรต่อระดับน้ำตาลในเลือด

ไก่คลุกสมุนไพรกับซอสมะเขือเทศสีเหลืองจานนี้คือตัวอย่างที่ดีของการจัดการน้ำตาลในเลือด เพราะมีค่าภาระน้ำตาล (glycemic load) ต่ำมากเพียง 0.8 ต่อจาน เคล็ดลับอยู่ที่การเน้นโปรตีนและการใช้ไขมันดีอย่างถูกจังหวะ อกไก่ให้โปรตีนลีนที่ช่วยชะลอการย่อยและทำให้การปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่น้ำมันมะกอกเพิ่มไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดีต่อหัวใจ ซึ่งช่วยลดการพุ่งสูงของน้ำตาลได้อีกทาง เมื่อสารอาหารเหล่านี้ทำงานร่วมกัน คุณจะได้มื้ออาหารที่อิ่มนานและรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ได้หลายชั่วโมง

มะเขือเทศสีเหลืองและน้ำส้มสายชูบัลซามิกมีคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก แต่ให้รสชาติและคุณค่าทางโภชนาการสูง มะเขือเทศสีเหลืองมีน้ำตาลน้อยกว่ามะเขือเทศสีแดงเล็กน้อยและมีใยอาหารสูง ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตที่มีอยู่ งานวิจัยยังพบว่ากรดอะซิติกในน้ำส้มสายชูบัลซามิกช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลินและลดการพุ่งสูงของน้ำตาลหลังมื้ออาหารโดยการชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ซึ่งหมายความว่าร่างกายจะค่อยๆ ย่อยอาหารจานนี้ ป้องกันอาการน้ำตาลแกว่งที่ทำให้รู้สึกเพลียหรือหิวเร็ว

เพื่อประโยชน์สูงสุด ควรทานคู่กับผักที่ไม่มีแป้งปริมาณมาก เช่น บรอกโคลีย่างหรือสลัดผักรวม การทานผักก่อนจะช่วยสร้าง "ตาข่ายใยอาหาร" ในระบบย่อยอาหาร ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้ดียิ่งขึ้น หากต้องการเพิ่มเครื่องเคียงที่มีแป้งอย่างควินัวหรือมันเทศ ให้คุมปริมาณให้พอเหมาะและเก็บไว้ทานเป็นลำดับสุดท้าย การเดินเล่นสัก 10 นาทีหลังอาหารยังช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ยิ่งกว่าเดิม

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ