- หน้าแรก
- /
- สูตร GI ต่ำ
- /
- เค้กฟักทองผสมเครื่องเทศและเฮเซลนัทสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ
เค้กฟักทองผสมเครื่องเทศและเฮเซลนัทสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ
เค้กฟักทองสูตรสุขภาพที่หอมกลิ่นเครื่องเทศสไตล์ฤดูใบไม้ร่วง ผสมผสานฟักทองที่มีใยอาหารสูงและธัญพืชเต็มเมล็ด พร้อมความกรุบกรอบจากเฮเซลนัท ออกแบบมาเพื่อคนรักของหวานโดยไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง
เค้กฟักทองสูตรนี้เปลี่ยนเค้กทานเล่นแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นของว่างที่เป็นมิตรต่อระดับน้ำตาลในเลือด โดยที่ยังคงรสชาติและเนื้อสัมผัสที่อร่อยเหมือนเดิม เราเลือกใช้แป้งโฮลวีทผสมกับเมล็ดแฟลกซ์และฟักทองบด เพื่อให้ได้เนื้อเค้กที่นุ่มชุ่มชื้นและมีใยอาหารสูง ซึ่งจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสและช่วยให้อิ่มท้องได้นานขึ้น ความหวานตามธรรมชาติจากฟักทองช่วยลดการใช้น้ำตาลทรายลง ส่วนเครื่องเทศอย่างอบเชย ลูกจันทน์เทศ ออลสไปซ์ และกานพลู นอกจากจะให้กลิ่นหอมอบอวลแล้ว ยังอาจช่วยส่งเสริมการทำงานของอินซูลินให้ดีขึ้นด้วย
สูตรนี้ใช้น้ำผึ้งและน้ำตาลทรายแดงเล็กน้อยเพื่อให้ความหวาน แม้ว่าส่วนผสมเหล่านี้จะมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ระดับปานกลาง (น้ำผึ้ง GI ประมาณ 58, น้ำตาลทรายแดง GI ประมาณ 68) แต่ผลกระทบต่อร่างกายจะถูกลดทอนลงด้วยใยอาหารจำนวนมากจากแป้งโฮลวีท เมล็ดแฟลกซ์ และฟักทอง หากคุณต้องการควบคุมระดับน้ำตาลให้ดียิ่งขึ้น สามารถใช้น้ำตาลหล่อฮังก๊วยหรืออิริทริทอลแทนน้ำผึ้งในอัตราส่วน 1:1 และเปลี่ยนน้ำตาลทรายแดงเป็นน้ำตาลมะพร้าว (GI ประมาณ 35) หรือน้ำตาลหล่อฮังก๊วยเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนแป้งอเนกประสงค์เป็นแป้งอัลมอนด์หรือแป้งโฮลวีททั้งหมดเพื่อลดการตอบสนองของน้ำตาลในเลือดให้ต่ำลงไปอีก
เฮเซลนัทที่โรยหน้าให้ไขมันดีและโปรตีน ซึ่งช่วยชะลอการตอบสนองของดัชนีน้ำตาล ทำให้เค้กแต่ละชิ้นเป็นเหมือนมื้ออาหารเล็กๆ ที่สมดุล ไม่ใช่แค่ของหวานที่ทำให้น้ำตาลพุ่ง ส่วนเมล็ดแฟลกซ์ช่วยเพิ่มกรดไขมันโอเมก้า 3 และใยอาหาร ทำให้เค้กนี้มีคุณค่าทางโภชนาการที่น่าประทับใจ เหมาะสำหรับทานเป็นของว่างช่วงสายคู่กับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือทานคู่กับชาร้อนไม่ใส่น้ำตาลในยามบ่าย
เพื่อการจัดการระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานเค้กหนึ่งชิ้นคู่กับแหล่งโปรตีน เช่น ถั่ว ชีส หรือไข่ต้ม การผสมผสานระหว่างใยอาหารชนิดละลายน้ำจากฟักทอง แป้งทนการย่อยจากธัญพืชเต็มเมล็ด และไขมันดี จะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างสม่ำเสมอและยาวนาน สามารถเก็บใส่กล่องไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นาน 3 วัน หรือจะหั่นเป็นชิ้นแล้วแช่แข็งไว้เพื่อความสะดวกในการควบคุมปริมาณการทานก็ได้
ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด
เค้กนี้มีผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดปานกลาง โดยมีค่า GL 16.9 และ GI 49 ซึ่งหมายความว่าจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ แทนที่จะพุ่งสูงขึ้นทันที การรวมตัวกันของแป้งโฮลวีท เมล็ดแฟลกซ์ และฟักทอง ให้ใยอาหารที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ส่งผลให้มีพลังงานต่อเนื่องนาน 2-3 ชั่วโมง
เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด
- ✓ Pair a slice with a protein source like Greek yogurt, nuts, or a hard-boiled egg to further slow sugar absorption and extend satiety
- ✓ Eat this as part of a balanced meal rather than on an empty stomach, and consider having it after some protein or vegetables
- ✓ Limit portion size to one slice and take a 10-15 minute walk after eating to help muscles utilize the glucose more efficiently
🥗 ส่วนผสม
- 3 tbsp น้ำมันคาโนลา
- 0.75 cup เนื้อฟักทองบดชนิดไม่หวาน
- 0.5 cup น้ำผึ้ง
- 3 tbsp น้ำตาลทรายแดง (กดให้แน่น)
- 2 pcs ไข่ไก่ (ตีพอแตก)
- 1 cup แป้งโฮลวีต
- 0.5 cup แป้งอเนกประสงค์
- 2 tbsp แฟลกซ์ซีดบด
- 0.5 tsp ผงฟู
- 0.5 tsp ออลสไปซ์ป่น
- 0.5 tsp อบเชยป่น
- 0.5 tsp ลูกจันทน์เทศป่น
- 0.25 tsp กานพลูป่น
- 0.25 tsp เกลือ
- 2 tbsp เฮเซลนัทสับ
- 3 tbsp น้ำมันคาโนลา
- 0.75 cup เนื้อฟักทองบดชนิดไม่หวาน
- 0.5 cup น้ำผึ้ง
- 3 tbsp น้ำตาลทรายแดง (กดให้แน่น)
- 2 pcs ไข่ไก่ (ตีพอแตก)
- 1 cup แป้งโฮลวีต
- 0.5 cup แป้งอเนกประสงค์
- 2 tbsp แฟลกซ์ซีดบด
- 0.5 tsp ผงฟู
- 0.5 tsp ออลสไปซ์ป่น
- 0.5 tsp อบเชยป่น
- 0.5 tsp ลูกจันทน์เทศป่น
- 0.25 tsp กานพลูป่น
- 0.25 tsp เกลือ
- 2 tbsp เฮเซลนัทสับ
👨🍳 วิธีทำ
- 1
วางตะแกรงอบไว้ตรงกลางเตาแล้วอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 350°F (175°C) เตรียมพิมพ์โลฟขนาด 8x4 นิ้ว โดยฉีดสเปรย์น้ำมันหรือทาด้วยน้ำมันบางๆ ให้ทั่วทั้งก้นและด้านข้างของพิมพ์
- 2
ในชามผสมใบใหญ่ ผสมน้ำมันคาโนลา ฟักทองบด น้ำผึ้ง น้ำตาลทรายแดง และไข่ไก่ที่ตีแล้วเข้าด้วยกัน ใช้เครื่องตีไข่ไฟฟ้าความเร็วต่ำผสมส่วนผสมของเหลวเหล่านี้ประมาณ 1 นาที จนเนื้อเนียนและสีสม่ำเสมอเป็นเนื้อเดียวกัน
- 3
ในชามขนาดกลางอีกใบ ใช้ตะกร้อมือผสมแป้งทั้งสองชนิด แฟลกซ์ซีดบด ผงฟู ออลสไปซ์ อบเชย ลูกจันทน์เทศ กานพลู และเกลือเข้าด้วยกัน คนให้เข้ากันประมาณ 30 วินาที เพื่อให้เครื่องเทศและผงฟูกระจายตัวทั่วส่วนผสมของแห้ง
- 4
เทส่วนผสมแป้งและเครื่องเทศลงในชามฟักทอง ปรับเครื่องตีเป็นความเร็วปานกลางแล้วตีต่อประมาณ 45-60 วินาที แค่พอให้ส่วนผสมของแห้งเข้ากันดีและไม่เหลือเศษแป้ง อย่าผสมนานเกินไปเพราะจะทำให้เนื้อขนมเหนียวและแข็ง
- 5
เทส่วนผสมลงในพิมพ์โลฟที่เตรียมไว้ ใช้พายยางเกลี่ยให้ทั่วถึงมุมพิมพ์ โรยเฮเซลนัทสับให้ทั่วด้านบน แล้วใช้ปลายนิ้วกดเบาๆ ให้ถั่วจมลงในเนื้อขนมเล็กน้อย เพื่อไม่ให้หลุดร่วงเวลาหั่น
- 6
นำเข้าอบประมาณ 50-55 นาที จนขนมเป็นสีเหลืองทองและเด้งคืนตัวเล็กน้อยเมื่อกดเบาๆ เช็กว่าสุกหรือยังโดยใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลาง ถ้าดึงออกมาแล้วไม้สะอาดหรือมีเศษขนมติดออกมาเพียงเล็กน้อยแสดงว่าสุกแล้ว
- 7
นำออกจากเตาอบแล้ววางพักบนตะแกรง ทิ้งไว้ในพิมพ์ 10 นาทีเพื่อให้ขนมเซ็ตตัว จากนั้นค่อยๆ คว่ำพิมพ์เพื่อเอาขนมออกมาวางบนตะแกรง แล้วหงายด้านบนขึ้น พักไว้ให้เย็นสนิทอย่างน้อย 30 นาทีก่อนนำมาหั่น
- 8
เมื่อขนมเย็นสนิทแล้ว ให้ใช้มีดฟันเลื่อยหั่นเป็น 12 ชิ้นเท่าๆ กัน หนาประมาณ 3/4 นิ้ว เพื่อการคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานคู่กับแหล่งโปรตีน เช่น กรีกโยเกิร์ต คอทเทจชีส หรือถั่วสักกำมือ
📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ
| ต่อหนึ่งเสิร์ฟ | ทั้งจาน | |
|---|---|---|
| แคลอรี | 174 | 2082 |
| คาร์โบไฮเดรต | 28g | 338g |
| น้ำตาล | 16g | 186g |
| น้ำตาลเพิ่ม | 3g | 38g |
| น้ำตาลธรรมชาติ | 12g | 148g |
| โปรตีน | 4g | 42g |
| ไขมัน | 6g | 73g |
| ไขมันอิ่มตัว | 1g | 8g |
| ไขมันไม่อิ่มตัว | 5g | 64g |
| ไฟเบอร์ | 2g | 28g |
| ไฟเบอร์ละลายน้ำ | 1g | 6g |
| ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ | 1g | 16g |
| โซเดียม | 82mg | 983mg |
การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์
ถ้าคุณ...
โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ
สารให้ความหวานที่ไม่มีแคลอรีเหล่านี้ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด (GI เท่ากับ 0) เมื่อเทียบกับน้ำผึ้งซึ่งมีค่า GI อยู่ที่ 58 และอาจทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงได้
น้ำตาลทรายแดงมีค่า GI อยู่ที่ 64 และทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนน้ำตาลดอกมะพร้าวมีค่า GI ต่ำกว่าที่ 35 ในขณะที่น้ำตาลแอลกอฮอล์อย่างไซลิทอล (GI 7) และอิริทริทอล (GI 0) แทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดเลย
แป้งอเนกประสงค์มีค่า GI สูงถึง 85 ส่วนแป้งอัลมอนด์มีค่า GI เป็น 0 แป้งมะพร้าวประมาณ 45 และใยอาหารจากโอ๊ตเป็นส่วนที่ร่างกายย่อยไม่ได้ ทั้งหมดนี้ช่วยลดค่าโหลดน้ำตาล (glycemic load) โดยรวมของขนมปังโลฟนี้ลงได้อย่างมาก
แม้น้ำมันคาโนลาจะไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด แต่น้ำมันมะกอกและน้ำมันอะโวคาโดมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น และช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคส ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารได้ดีกว่า
แป้งโฮลวีทยังคงมีค่า GI ระดับปานกลางถึงสูงอยู่ที่ 69 ส่วนแป้งจากถั่วและเมล็ดพืชต่างๆ มีค่า GI ต่ำกว่า 20 แถมยังมีโปรตีนและไขมันดีสูงกว่า ซึ่งช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อระดับน้ำตาลได้น้อยลงมาก พร้อมทั้งยังช่วยเพิ่มรสชาติหอมมันแบบถั่วให้กับขนมด้วย
🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้
ทำไมสูตรนี้ถึงดีต่อการรักษาสมดุลน้ำตาลในเลือด
เค้กฟักทองผสมเครื่องเทศและเฮเซลนัทสูตรนี้มีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) อยู่ที่ 49 และมีค่าภาระน้ำตาล (GL) ต่ำเพียง 16.9 ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งเกิดจากการเลือกใช้ส่วนผสมที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลกลูโคส ฟักทองบดคือหัวใจสำคัญของสูตรนี้ เพราะเต็มไปด้วยใยอาหารชนิดละลายน้ำที่จะเปลี่ยนสภาพเป็นเจลในระบบย่อยอาหาร ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด นอกจากนี้ ฟักทองยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบสูง ช่วยลดความหนาแน่นของคาร์โบไฮเดรต ทำให้คุณรู้สึกอิ่มและพอใจโดยไม่ต้องรับน้ำตาลในปริมาณมากเกินไป ส่วนน้ำมันคาโนลาช่วยเพิ่มไขมันดีที่ช่วยให้กระเพาะอาหารว่างช้าลง ทำให้ร่างกายมีเวลาค่อยๆ จัดการกับคาร์โบไฮเดรตแทนที่จะรับเข้าไปทีเดียวพร้อมกัน
ไข่ไก่ในสูตรช่วยเพิ่มโปรตีนที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ โดยกระตุ้นการตอบสนองของอินซูลินอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้สูตรนี้จะมีน้ำผึ้งและน้ำตาลทรายแดง แต่ปริมาณต่อชิ้นนั้นถูกควบคุมให้พอเหมาะ และถูกลดผลกระทบด้วยไขมันและใยอาหารจากส่วนผสมอื่นๆ นี่คือจุดที่การเข้าใจเรื่องค่าภาระน้ำตาล (GL) มีความสำคัญ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องประเภทของคาร์โบไฮเดรต (GI) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงปริมาณที่คุณทานเข้าไปด้วย ค่า GL ที่ 16.9 ถือว่าต่ำ ซึ่งหมายความว่าขนมชิ้นนี้จะไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงและตกลงอย่างรวดเร็วเหมือนขนมอบทั่วไป
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการคุมน้ำตาล แนะนำให้ทานเค้กนี้คู่กับถั่วสักกำมือหรือทานหลังมื้ออาหารที่มีโปรตีนสูง ไขมันและโปรตีนที่เพิ่มเข้ามาจะช่วยให้กราฟน้ำตาลในเลือดเรียบยิ่งขึ้น และลองไปเดินเล่นสัก 10-15 นาทีหลังทานเสร็จ เพราะการขยับร่างกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งอินซูลินมากนัก ทำให้ขนมสูตรที่เป็นมิตรต่อระดับน้ำตาลอยู่แล้วนี้ ยิ่งดีต่อระบบเผาผลาญของคุณมากขึ้นไปอีก
สูตรที่เกี่ยวข้อง
PDF ฟรี — 3 หน้า
สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์
บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์
ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ