← กลับไปที่สูตรอาหาร
ถั่วตาสีดำอบสไตล์เซาท์เทิร์นกับสมุนไพรรสรมควัน - สูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน วีแกน ปราศจากกลูเตน ปราศจากนม ปราศจากถั่ว ปราศจากถั่วเหลือง ง่าย

ถั่วตาสีดำอบสไตล์เซาท์เทิร์นกับสมุนไพรรสรมควัน

ถั่วตาสีดำเนื้อนุ่มเคี่ยวกับสมุนไพรหอมๆ และกลิ่นรมควันจางๆ กลายเป็นเมนูที่กินแล้วสบายท้อง ดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด แถมยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์และโปรตีนจากพืช

5 min
เวลาเตรียม
1h 20m
เวลาปรุงอาหาร
1h 25m
เวลาทั้งหมด
6
จำนวนที่เสิร์ฟ

ถั่วตาสีดำคือสุดยอดอาหารสำหรับการคุมน้ำตาลในเลือด เพราะมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ต่ำเพียงประมาณ 36 และมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้สูงมาก ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลกลูโคส สูตรอาหารสไตล์เซาท์เทิร์นนี้เปลี่ยนถั่วธรรมดาๆ ให้กลายเป็นจานที่รสชาติลุ่มลึกโดยไม่ต้องพึ่งเนื้อสัตว์หรือน้ำตาลทราย การอบในเตาอบอย่างช้าๆ ช่วยให้ถั่วดูดซับกลิ่นหอมของไทม์ ออริกาโน และปาปริก้า จนได้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม อิ่มท้องโดยไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง

การผสมผสานระหว่างโปรตีน (ประมาณ 8 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค) และไฟเบอร์ (เกือบ 6 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค) ทำให้เมนูนี้เหมาะมากสำหรับการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ตลอดทั้งวัน ถั่วตาสีดำต่างจากแป้งขัดขาวตรงที่มันจะค่อยๆ ปล่อยพลังงานออกมา ป้องกันไม่ให้น้ำตาลพุ่งสูงเหมือนการกินข้าวขาวหรืออาหารแปรรูป การเติมสมุนไพรและเครื่องเทศไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มรสชาติ แต่ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่ส่งผลดีต่อระบบเผาผลาญ ส่วนแคปไซซินในซอสพริกอาจช่วยเรื่องความไวต่ออินซูลินอีกด้วย

เพื่อการคุมน้ำตาลให้ดีที่สุด แนะนำให้กินถั่วนี้คู่กับผักที่ไม่มีแป้ง เช่น ผักคะน้าฝรั่งหรือกะหล่ำดาวคั่ว ถั่วตาสีดำปรุงสุก 3/4 ถ้วย ให้ค่าโหลดน้ำตาล (GL) ต่ำเพียง 5.6 ซึ่งถือว่าดีมากสำหรับการคุมน้ำตาล ลองกินผักก่อนแล้วค่อยตามด้วยถั่วเพื่อช่วยชะลอการตอบสนองของน้ำตาลให้ดียิ่งขึ้น เมนูนี้ยังเหมาะสำหรับการทำเตรียมไว้ล่วงหน้า (meal prep) เพราะรสชาติจะยิ่งเข้มข้นขึ้นเมื่อค้างคืน และปริมาณแป้งทนการย่อย (resistant starch) จะเพิ่มขึ้นเมื่อทำให้เย็นแล้วนำมาอุ่นใหม่ ซึ่งส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือดมากขึ้นไปอีก

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

5.6
ค่าภาระน้ำตาล
LOW

เมนูนี้จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดในระดับต่ำถึงปานกลาง เนื่องจากมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (36) และค่าโหลดน้ำตาลที่ไม่สูง (5.6) ถั่วตาสีดำมีไฟเบอร์และโปรตีนที่ช่วยให้การดูดซึมน้ำตาลสม่ำเสมอ ส่งผลให้มีพลังงานคงที่นาน 3-4 ชั่วโมงโดยที่น้ำตาลไม่พุ่งสูง

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Pair this dish with a non-starchy vegetable like leafy greens or roasted broccoli to add more fiber and further slow glucose absorption
  • Eat this meal with a small portion of healthy fats such as avocado or a drizzle of olive oil to enhance satiety and minimize any blood sugar rise
  • Consider taking a 10-15 minute walk after eating to help muscles absorb glucose and maintain stable blood sugar levels

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    วางตะแกรงอบไว้ตรงกลางแล้ววอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส (300 องศาฟาเรนไฮต์) การใช้ไฟอ่อนแบบนี้จะช่วยให้ถั่วตาสามสีสุกอย่างช้าๆ และทั่วถึง เนื้อสัมผัสจะเนียนนุ่มโดยที่เม็ดถั่วไม่แตกเละ

  2. 2

    ล้างถั่วตาสามสีแห้งผ่านกระชอนตาถี่ด้วยน้ำเย็นให้สะอาด คัดเอาเศษผงหรือเมล็ดที่เสียออก พักให้สะเด็ดน้ำแล้วใส่ลงในหม้อดัตช์โอเวน (Dutch oven) ขนาด 3 ควอร์ต หรือหม้อก้นหนาที่เข้าเตาอบได้และมีฝาปิดสนิท

  3. 3

    ใส่ผงซุปมังสวิรัติ เกลือ ซอสทาบาสโก พาร์สลีย์แห้ง ปาปริก้ารมควัน ไทม์แห้ง ออริกาโนแห้ง พริกไทยดำ และกลิ่นควันไม้ลงในหม้อถั่วโดยตรง คนให้เครื่องปรุงกระจายตัวจนทั่ว

  4. 4

    เทน้ำเย็นลงในหม้อให้ท่วมถั่วขึ้นมาประมาณ 2 นิ้ว (รวมประมาณ 1,200 มล.) คนอีกครั้งให้ส่วนผสมเข้ากันดี แล้วปิดฝาหม้อให้สนิท

  5. 5

    นำหม้อเข้าเตาอบที่วอร์มไว้แล้ว อบนาน 75 นาที หรือจนกว่าถั่วจะนุ่มแต่ยังคงรูปสวยอยู่ ลองเช็กดูตอนครบ 60 นาที เพราะเวลาที่ใช้ขึ้นอยู่กับว่าถั่วแห้งที่คุณใช้เก่าหรือใหม่แค่ไหน

  6. 6

    ใช้ถุงมือกันความร้อนหนาๆ ค่อยๆ ยกหม้อออกจากเตาอบมาวางบนเตาแก๊ส เปิดฝาออกแล้วเปิดไฟกลาง

  7. 7

    เคี่ยวถั่วต่อไปโดยไม่ต้องปิดฝา หมั่นใช้พายไม้คนเรื่อยๆ ประมาณ 5-7 นาที จนน้ำงวดลงและข้นขึ้นเป็นซอสเนื้อเนียนเคลือบตัวถั่ว ระวังอย่าให้ถั่วติดก้นหม้อ

  8. 8

    ชิมรสแล้วปรุงเพิ่มด้วยเกลือหรือซอสพริกตามชอบ ตักใส่ชามก้นตื้นเสิร์ฟตอนร้อนๆ ปริมาณต่อที่ประมาณ 3/4 ถ้วย โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยเพื่อความสวยงาม หากต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีที่สุด แนะนำให้ทานคู่กับผักใบเขียวหรือผักที่ไม่มีแป้งในปริมาณที่พอเหมาะ

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 94 563
คาร์โบไฮเดรต 17g 104g
น้ำตาล 3g 16g
น้ำตาลเพิ่ม 0g 1g
น้ำตาลธรรมชาติ 3g 16g
โปรตีน 6g 37g
ไขมัน 1g 3g
ไขมันอิ่มตัว 0g 1g
ไขมันไม่อิ่มตัว 0g 2g
ไฟเบอร์ 5g 32g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 0g 1g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 0g 1g
โซเดียม 702mg 4210mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

ถั่วตาสีดำ Green Lentils, Black Soybeans, Lupini Beans

เลนทิลเขียวมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่า (30 เทียบกับ 42) ถั่วเหลืองผิวดำมีคาร์โบไฮเดรตน้อยมากโดยมีค่า GI ต่ำกว่า 15 และถั่วลูพินีมีคาร์โบไฮเดรตต่ำมากจนแทบไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาล ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยคุมน้ำตาลได้ดีกว่าถั่วตาสีดำ

ผงซุปผัก Homemade Vegetable Broth, Bone Broth, Mushroom Broth

ผงปรุงรสสำเร็จรูปมักจะมีน้ำตาล มอลโทเดกซ์ทริน หรือแป้งข้าวโพดผสมอยู่ ซึ่งทำให้ค่าดัชนีน้ำตาลสูงขึ้น ในขณะที่น้ำสต๊อกทำเอง น้ำต้มกระดูก หรือน้ำสต๊อกเห็ดไม่มีคาร์โบไฮเดรตเพิ่ม และไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง

ซอสพริก Fresh Chili Peppers, Cayenne Pepper, Crushed Red Pepper Flakes

ซอสพริกสำเร็จรูปบางยี่ห้อมีน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมข้าวโพด ซึ่งเพิ่มค่าดัชนีน้ำตาล แต่พริกสดและเครื่องเทศแห้งแท้ๆ มีสารแคปไซซินโดยไม่มีคาร์โบไฮเดรต และอาจช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้นด้วย

พริกปาปริก้า Smoked Paprika With Added Cayenne, Chipotle Powder, Ancho Chili Powder

ถึงแม้ปาปริก้าจะมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำอยู่แล้ว แต่ตัวเลือกเหล่านี้ให้รสรมควันที่เหมือนกัน พร้อมได้สารแคปไซซินเพิ่มจากพริกที่เผ็ดกว่า ซึ่งงานวิจัยชี้ว่าอาจช่วยปรับปรุงระบบเผาผลาญน้ำตาลและการตอบสนองต่ออินซูลินได้

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

วิทยาศาสตร์เบื้องหลังเมนูดีต่อระดับน้ำตาลจานนี้

ถั่วตาสีดำคือดาวเด่นของการคุมน้ำตาล และสูตรนี้ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าทำไมพืชตระกูลถั่วถึงได้ชื่อว่าเป็นอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ ด้วยค่า GI เพียง 36 และค่า GL ที่ต่ำมากเพียง 5.6 ต่อจาน เมนูนี้จะไม่ทำให้ระดับน้ำตาลของคุณพุ่งปรี๊ด เคล็ดลับอยู่ที่องค์ประกอบเฉพาะของถั่วตาสีดำที่มีทั้งไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ (ประมาณ 6 กรัมต่อครึ่งถ้วย) และโปรตีนจากพืช (ประมาณ 7 กรัม) คู่หูไฟเบอร์และโปรตีนนี้จะช่วยชะลอการย่อยอาหารอย่างมาก ทำให้คาร์โบไฮเดรตค่อยๆ ถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดทีละนิด แทนที่จะเข้าไปทีเดียวทั้งหมด ลองนึกภาพเครื่องชงกาแฟแบบดริปที่ค่อยๆ ไหลออกมา เทียบกับการเทกากกาแฟลงในน้ำร้อนโดยตรง การค่อยๆ ปล่อยพลังงานแบบนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำตาลพุ่งสูงแล้วตกลงมาอย่างรวดเร็ว

ความเจ๋งของสูตรนี้คือความเรียบง่าย ซึ่งส่งผลดีต่อระบบเผาผลาญ น้ำสต๊อกผักและสมุนไพรช่วยเพิ่มรสชาติโดยไม่ต้องเติมน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยเร็ว เมื่อคุณกินเมนูนี้ ไฟเบอร์จะกลายเป็นสารลักษณะคล้ายเจลในทางเดินอาหาร ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลกลูโคส ในขณะเดียวกัน โปรตีนจะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายจัดการกับน้ำตาลได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมค่า GL 5.6 ถึงถือว่าต่ำมาก เพราะมันคำวณทั้งคุณภาพของคาร์โบไฮเดรต (GI) และปริมาณที่คุณกินจริงๆ ในหนึ่งมื้อ

เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ลองกินเมนูนี้ร่วมกับไขมันดี เช่น เหยาะน้ำมันมะกอกลงไป หรือกินคู่กับผักใบเขียว ไขมันที่เพิ่มเข้ามาจะช่วยชะลอการย่อยให้ช้าลงไปอีก และการเดินเล่นสัก 10-15 นาทีหลังมื้ออาหาร ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อดูดซึมน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่และสม่ำเสมอ

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ