← กลับไปที่สูตรอาหาร
แรดิชอบสมุนไพรและกระเทียม - สูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปราศจากกลูเตน มังสวิรัติ ปราศจากถั่ว ปราศจากไข่ ปราศจากถั่วเหลือง ง่าย

แรดิชอบสมุนไพรและกระเทียม

แรดิชที่นำไปอบจนเป็นสีน้ำตาลทองจะเปลี่ยนรสชาติให้หวานอย่างไม่น่าเชื่อ กลายเป็นเครื่องเคียงดัชนีน้ำตาลต่ำที่อร่อยไม่แพ้มันฝรั่งอบ แต่ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง

10 min
เวลาเตรียม
25 min
เวลาปรุงอาหาร
35 min
เวลาทั้งหมด
4
จำนวนที่เสิร์ฟ

มาลองดูความมหัศจรรย์ของแรดิชอบกันครับ เป็นผักดัชนีน้ำตาลต่ำที่เปลี่ยนโลกการกินได้เลย เพราะพอเอาไปอบจนเกรียมสวยแล้ว เนื้อจะนุ่ม หวาน และอร่อยสุดๆ แรดิชมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) แค่ 15-20 เท่านั้น ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่คุมน้ำตาล เพราะมีคาร์โบไฮเดรตแค่ 3.4 กรัมต่อ 100 กรัม พออบด้วยไฟแรง รสเผ็ดซ่าตามธรรมชาติจะหายไป กลายเป็นรสหวานอ่อนๆ คล้ายกับหัวไชเท้าหรือมันฝรั่งอบ แต่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลน้อยกว่ามาก

สูตรนี้ดึงเอาประโยชน์ของแรดิชมาผสมกับไขมันดีจากกี (เนยใส) หรือเนย ซึ่งช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลช้าลงไปอีก แถมยังช่วยให้ดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันได้ดีขึ้นด้วย การใส่กระเทียมสดลงไปจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอัลลิซิน ซึ่งมีส่วนช่วยเรื่องความไวต่ออินซูลิน ส่วนสมุนไพรสดก็ช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระโดยไม่มีคาร์โบไฮเดรตเลย เมนูนี้จึงมีสารอาหารครบถ้วนสำหรับใครก็ตามที่กำลังดูแลระดับน้ำตาลในเลือดอยู่

เพื่อการคุมน้ำตาลให้ได้ผลดีที่สุด แนะนำให้ทานแรดิชอบนี้คู่กับโปรตีนคุณภาพดีอย่างไก่ย่าง เนื้อวัว หรือปลาครับ ใยอาหารและน้ำในแรดิชจะช่วยให้อิ่มท้องนานขึ้น ในขณะที่แคลอรี่ต่ำมาก (แค่ 16 แคลอรี่ต่อ 100 กรัม) ช่วยเรื่องการคุมน้ำหนักซึ่งสำคัญมากต่อการรักษาระดับน้ำตาล เครื่องเคียงจานนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าการกินเพื่อคุมน้ำตาลไม่จำเป็นต้องทิ้งความอร่อยเลย

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

1.3
ค่าภาระน้ำตาล
LOW

คาดว่าส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมาก ด้วยค่าภาระน้ำตาลที่ต่ำเพียง 1.3 และดัชนีน้ำตาล 15 จานนี้จะให้พลังงานที่คงที่โดยไม่ทำให้น้ำตาลพุ่งสูงอย่างมีนัยสำคัญ

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Enjoy this as a side dish paired with protein and healthy fats to create a complete, blood-sugar-friendly meal
  • The ghee provides fat that further slows any minimal glucose absorption, making this an excellent choice for any time of day
  • Consider eating this alongside lean protein like chicken or fish to maintain steady blood sugar levels for 4-5 hours

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    วางตะแกรงเตาอบไว้ตรงกลางแล้วอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 425°F (220°C) อุณหภูมิที่สูงขนาดนี้จำเป็นมากเพื่อให้เกิดการคาร์ราเมลไลซ์ ซึ่งจะเปลี่ยนรสชาติของแรดิชจากที่เผ็ดซ่าให้กลายเป็นรสหวาน

  2. 2

    เตรียมแรดิชโดยตัดขั้วและปลายรากออก จากนั้นผ่าครึ่งตามยาว ซับให้แห้งด้วยกระดาษอเนกประสงค์เพื่อเอาความชื้นส่วนเกินออก วิธีนี้จะช่วยให้แรดิชมีสีน้ำตาลสวยตอนย่าง

  3. 3

    ใส่แรดิชที่ผ่าครึ่งแล้วลงในชามผสมใบใหญ่ ตามด้วยกีหรือเนยละลาย เกลือ พริกไทยดำ และสมุนไพรแห้งที่คุณชอบ คลุกเคล้าให้เข้ากันจนเนยเคลือบทั่วทุกชิ้น อย่าเพิ่งใส่กระเทียมลงไปตอนนี้ เราจะใส่ระหว่างย่างเพื่อไม่ให้กระเทียมไหม้

  4. 4

    วางแรดิชที่ปรุงรสแล้วเรียงเป็นชั้นเดียวบนถาดอบขอบสูงใบใหญ่หรือถาดอบขนาด 9x13 นิ้ว โดยคว่ำด้านที่ตัดลงถ้าทำได้ อย่าวางซ้อนกันแน่นเกินไปเพื่อให้แรดิชเกิดการคาร์ราเมลไลซ์ได้ดี แทนที่จะเป็นการนึ่งจนแฉะ

  5. 5

    ย่างเป็นเวลา 10 นาที จากนั้นนำออกจากเตาแล้วใส่กระเทียมสับลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วเกลี่ยแรดิชให้เรียงเป็นชั้นเดียวอีกครั้ง นำกลับเข้าเตาอบแล้วย่างต่อ

  6. 6

    เมื่อผ่านไปอีก 10 นาที ให้คลุกแรดิชอีกรอบแล้วย่างต่ออีก 5-10 นาทีสุดท้าย จนแรดิชกลายเป็นสีน้ำตาลทอง นุ่มพอที่จะใช้ส้อมจิ้มทะลุได้ และขอบเริ่มเกรียมสวย เวลาในการย่างทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 25-30 นาที

  7. 7

    ตักแรดิชอบใส่จานเสิร์ฟแล้วโรยหน้าด้วยสมุนไพรสดตามชอบ ถ้าอยากเพิ่มความอร่อยเข้มข้น ให้ราดด้วยน้ำสลัดแรนซ์หรือจะแยกไว้จิ้มก็ได้ แนะนำให้ทานทันทีตอนที่ยังร้อนๆ เพื่อให้ได้สัมผัสที่กรอบนอกนุ่มใน

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 54 215
คาร์โบไฮเดรต 5g 19g
น้ำตาล 2g 9g
น้ำตาลธรรมชาติ 2g 9g
โปรตีน 1g 4g
ไขมัน 4g 14g
ไขมันอิ่มตัว 2g 9g
ไขมันไม่อิ่มตัว 1g 6g
ไฟเบอร์ 2g 8g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 1g 2g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 1g 5g
โซเดียม 337mg 1346mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

กี (เนยใส) Extra Virgin Olive Oil, Avocado Oil, Macadamia Nut Oil

น้ำมันเหล่านี้มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและโพลีฟีนอลสูง ซึ่งช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลินและชะลอการดูดซึมน้ำตาล ในขณะที่กีส่วนใหญ่เป็นไขมันอิ่มตัวซึ่งส่งผลต่อการคุมน้ำตาลน้อยกว่า

สมุนไพรอบแห้ง Fresh Rosemary, Fresh Thyme, Fresh Oregano

สมุนไพรสดมีสารออกฤทธิ์อย่างกรดโรสมารินิกและโพลีฟีนอลอื่นๆ มากกว่า ซึ่งช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยคาร์โบไฮเดรต ทำให้การปล่อยน้ำตาลกลูโคสช้าลงเมื่อเทียบกับสมุนไพรแห้ง

กระเทียม Roasted Garlic, Garlic-Infused Oil, Shallots

กระเทียมย่างส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยกว่าเล็กน้อยเนื่องจากการเกิดคาร์ราเมลของน้ำตาลระหว่างปรุงสุก ส่วนน้ำมันกลิ่นกระเทียมให้รสชาติโดยไม่มีคาร์โบไฮเดรต และหอมแดงให้รสชาติที่ใกล้เคียงกันพร้อมสารแอนโทไซยานินที่มีประโยชน์ต่อการเผาผลาญกลูโคส

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

วิทยาศาสตร์เบื้องหลังเมนูคุมน้ำตาลนี้

แรดิชคือของดีที่หลายคนมองข้ามสำหรับการคุมน้ำตาลครับ เพราะมีดัชนีน้ำตาลต่ำมากแค่ 15 และมีคาร์โบไฮเดรตน้อยสุดๆ ต่างจากพืชหัวที่มีแป้งเยอะอย่างมันฝรั่งหรือแครอท แรดิชมีคาร์บแค่ประมาณ 3-4 กรัมต่อหนึ่งถ้วย และส่วนใหญ่เป็นใยอาหารไม่ใช่ตัวน้ำตาล ใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำนี้จะช่วยให้การย่อยช้าลง ป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเหมือนเวลาทานผักที่มีคาร์บสูง พอเอาไปอบ แรดิชจะมีรสหวานนิดๆ คล้ายหัวไชเท้า ใช้แทนมันฝรั่งในมื้ออาหารได้ดีเลยครับ

การใส่กี (เนยใส) ช่วยเสริมประโยชน์เรื่องการคุมน้ำตาลด้วยหลักการ "การจับคู่ไขมัน" ไขมันจะช่วยให้กระเพาะอาหารบีบตัวช้าลง ทำให้อาหารค่อยๆ เคลื่อนจากกระเพาะไปยังลำไส้เล็กเพื่อดูดซึมน้ำตาล วิธีนี้ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอแทนที่จะพุ่งสูงปรี๊ด นอกจากนี้ กียังมีกรดบิวไทเรต ซึ่งเป็นกรดไขมันสายสั้นที่อาจช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้นในระยะยาว ส่วนสมุนไพรและกระเทียมไม่เพียงแต่เพิ่มรสชาติ แต่ยังมีสารอย่างอัลลิซิน (จากกระเทียม) ที่งานวิจัยชี้ว่าช่วยคุมระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารได้ด้วย

ด้วยค่าภาระน้ำตาล (GL) แค่ 1.3 ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค เมนูนี้แทบไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดเลย แม้แต่กับคนที่มีภาวะดื้ออินซูลินหรือเป็นเบาหวาน เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรทานแรดิชอบเป็นเครื่องเคียงคู่กับอาหารที่มีโปรตีนสูงอย่างไก่ย่างหรือปลา เพื่อช่วยให้ระดับน้ำตาลนิ่งยิ่งขึ้น และถ้าลองทานผักจานนี้ก่อนเป็นอันดับแรกในมื้ออาหาร จะช่วยลดการพุ่งสูงของน้ำตาลหลังมื้ออาหารได้มากถึง 73% ตามผลการศึกษาเรื่อง "ลำดับการทานอาหาร" ครับ

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ