← กลับไปที่สูตรอาหาร
ปีกไก่บัฟฟาโล่ทอดหม้อลมร้อนสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ - สูตรอาหาร Low Glycemic
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปราศจากกลูเตน ปราศจากนม ง่าย

ปีกไก่บัฟฟาโล่ทอดหม้อลมร้อนกับซอสสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ

ปีกไก่ทอดหม้อลมร้อนกรอบๆ เคลือบซอสบัฟฟาโล่ที่เป็นมิตรต่อระดับน้ำตาลในเลือด เป็นเมนูโปรตีนสูงที่ทานเล่นได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำตาลพุ่งหากจับคู่กับเครื่องเคียงที่เหมาะสม

15 min
เวลาเตรียม
16 min
เวลาปรุงอาหาร
31 min
เวลาทั้งหมด
4
จำนวนที่เสิร์ฟ

ปีกไก่บัฟฟาโล่สูตรหม้อลมร้อนนี้ให้ทั้งความกรอบและความเผ็ดสะใจแบบที่คุณต้องการ แถมยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ด้วย เคล็ดลับอยู่ที่วิธีการปรุงและการเลือกใช้วัตถุดิบอย่างชาญฉลาด การใช้หม้อลมร้อนแทนการทอดในน้ำมันท่วมช่วยให้เราได้หนังไก่ที่กรอบโดนใจโดยไม่มีน้ำมันส่วนเกิน และการใช้ผงฟูช่วยให้หนังไก่กรอบเป็นพิเศษจนแทบไม่ต่างจากการทอดแบบดั้งเดิมเลย

สูตรดั้งเดิมมักใช้ส่วนผสมของน้ำผึ้ง ซึ่งมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) อยู่ในระดับปานกลาง (~58) แม้เราจะยังใส่น้ำผึ้งเล็กน้อยเพื่อให้ได้รสชาติบัฟฟาโล่แท้ๆ แต่ค่าภาระน้ำตาล (GL) โดยรวมยังคงต่ำ เพราะปีกไก่เป็นโปรตีนและไขมันล้วน ซึ่งไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลและยังช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคสอีกด้วย ส่วนซอสบัฟฟาโล่ก็ให้รสเปรี้ยวเผ็ดโดยไม่มีน้ำตาล ทำให้เมนูนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่ควบคุมน้ำตาล

เพื่อการควบคุมน้ำตาลที่ดียิ่งขึ้น แนะนำให้ทานคู่กับก้านเซลเลอรี่และน้ำจิ้มแรนช์หรือบลูชีสแบบไขมันเต็ม (ไขมันจะช่วยให้ย่อยช้าลงไปอีก) ควรทานเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารแทนการทานเล่นเดี่ยวๆ และลองทานสลัดจานเล็กก่อนเพื่อเพิ่มกากใย ปริมาณโปรตีนที่สูง (ประมาณ 25 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค) จะช่วยให้ระดับพลังงานคงที่และทำให้อิ่มนาน ป้องกันอาการน้ำตาลตกที่มักจะทำให้เราอยากของหวาน เมนูนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าการดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องสละรสชาติที่อร่อยและจัดจ้านไปเลย

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

5.3
ค่าภาระน้ำตาล
LOW

ส่งผลน้อยถึงปานกลาง โดยมีค่าภาระน้ำตาล (GL) 5.3 และ GI 51 โปรตีนและไขมันจากปีกไก่จะช่วยชะลอการย่อยและให้พลังงานที่คงที่นาน 3-4 ชั่วโมง แต่อาจมีน้ำตาลพุ่งขึ้นเล็กน้อยในช่วงสั้นๆ จากน้ำผึ้งที่อยู่ในซอสเคลือบ

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • ทานปีกไก่คู่กับเครื่องเคียงที่มีกากใยสูง เช่น ก้านเซลเลอรี่ แตงกวาหั่นชิ้น หรือสลัดผักรวม เพื่อช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคส
  • ทานปีกไก่เป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารแทนการทานเดี่ยวๆ และควรทานผักก่อนเพื่อสร้างเกราะป้องกันจากกากใย
  • เดินเล่นสัก 10-15 นาทีหลังทานอาหาร เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อดูดซับกลูโคสและลดการพุ่งสูงของน้ำตาลจากซอสน้ำผึ้ง

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    เตรียมปีกไก่โดยใช้กระดาษอเนกประสงค์ซับให้แห้งสนิท ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพื่อให้ไก่กรอบที่สุด จากนั้นใช้มีดคมๆ หรือกรรไกรทำครัวตัดแบ่งปีกไก่ออกเป็นสองส่วน คือส่วนน่องเล็ก (drumette) และส่วนปีกกลาง (wingette) ส่วนปลายปีกจะทิ้งไปหรือเก็บไว้ต้มน้ำซุปก็ได้ครับ

  2. 2

    นำไก่ที่เตรียมไว้ใส่ชามผสมใบใหญ่ ฉีดสเปรย์น้ำมันแคลอรีต่ำให้ทั่วบางๆ จากนั้นโรยผงฟู หอมหัวใหญ่ผง กระเทียมผง และเกลือลงไปให้ทั่ว คลุกเคล้าด้วยมือหรือที่คีบจนเครื่องปรุงเคลือบไก่ทุกชิ้นเสมอกัน เคล็ดลับความกรอบอยู่ที่ผงฟูนี่แหละครับที่จะช่วยให้หนังไก่กรอบเป็นพิเศษ

  3. 3

    เรียงไก่ที่ปรุงรสแล้วลงในตะกร้าหม้อทอดไร้น้ำมัน โดยวางเรียงเป็นชั้นเดียวไม่ให้ซ้อนทับกัน ถ้าหม้อทอดมีขนาดเล็ก แนะนำให้แบ่งทอดเป็นสองรอบเพื่อให้ลมร้อนหมุนเวียนได้ดีและไก่กรอบทั่วถึงกัน เพราะถ้าใส่แน่นเกินไป ไก่จะเหมือนถูกนึ่งมากกว่าทอดและจะไม่กรอบครับ

  4. 4

    ตั้งอุณหภูมิหม้อทอดที่ 200 องศาเซลเซียส (400 องศาฟาเรนไฮต์) แล้วทอดไก่รอบแรก 8 นาที พอครบเวลาให้เปิดตะกร้าแล้วใช้ที่คีบกลับด้านไก่แต่ละชิ้นอย่างระมัดระวังเพื่อให้สีสวยสม่ำเสมอ จากนั้นทอดต่ออีก 8 นาที จนหนังไก่กลายเป็นสีเหลืองทองและกรอบได้ที่

  5. 5

    ระหว่างที่รอไก่สุก ให้เตรียมซอสบัฟฟาโลโดยผสมน้ำมัน น้ำผึ้ง และซอสบัฟฟาโลลงในถ้วยใบเล็ก ตีให้เข้ากันดี น้ำมันจะช่วยให้ซอสเคลือบปีกไก่ได้ทั่วถึง แถมยังเป็นไขมันดีที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดด้วย ลองชิมรสดูแล้วปรับความเผ็ดได้ตามชอบโดยการเพิ่มซอสบัฟฟาโลลงไป

  6. 6

    พอไก่สุกทั่วและกรอบได้ที่แล้ว (อุณหภูมิภายในควรอยู่ที่ 75 องศาเซลเซียส หรือ 165 องศาฟาเรนไฮต์) ให้รีบตักไก่ใส่ชามผสมใบใหญ่ที่สะอาดทันที จากนั้นราดซอสบัฟฟาโลที่เตรียมไว้ลงบนไก่ตอนที่ยังร้อนๆ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว จนซอสเคลือบปีกไก่ทุกชิ้นจนเงาสวย

  7. 7

    จัดเสิร์ฟทันทีตอนที่ไก่ยังร้อนและกรอบอยู่ เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีที่สุด แนะนำให้ทานคู่กับเซเลอรี่ แตงกวาหั่นชิ้น และดิปแบบฟูลแฟตอย่างน้ำสลัดแรนช์หรือบลูชีส เพราะผักจะช่วยเพิ่มกากใย ส่วนไขมันในดิปจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลให้ช้าลงไปอีก ทำให้เมนูนี้เป็นมื้ออาหารหรือของว่างที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low-GI) และมีสารอาหารที่สมดุลสุดๆ

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 350 1402
คาร์โบไฮเดรต 10g 42g
น้ำตาล 9g 35g
น้ำตาลเพิ่ม 0g 0g
น้ำตาลธรรมชาติ 9g 35g
โปรตีน 22g 89g
ไขมัน 24g 97g
ไขมันอิ่มตัว 7g 27g
ไขมันไม่อิ่มตัว 16g 62g
ไฟเบอร์ 0g 1g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 0g 0g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 0g 0g
โซเดียม 1013mg 4051mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

น้ำผึ้ง อิริทริทอล, สารสกัดจากหล่อฮั้งก้วย, อัลลูโลส

น้ำผึ้งมีค่าดัชนีน้ำตาลระดับปานกลางที่ 58 และทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนอิริทริทอล หล่อฮั้งก้วย และอัลลูโลส เป็นสารให้ความหวานที่ไม่มีแคลอรีและมีค่าดัชนีน้ำตาลเป็น 0 ให้ความหวานได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือด

ซอสบัฟฟาโล่ ซอสพริกโฮมเมดผสมน้ำส้มสายชูและเครื่องเทศ, ซอสพริก Frank'S RedHot สูตรดั้งเดิม, ซอสทาบาสโก

ซอสบัฟฟาโลสำเร็จรูปส่วนใหญ่มักจะใส่น้ำตาลเพิ่ม ซึ่งทำให้ค่าดัชนีน้ำตาล (GI) สูงขึ้น การทำซอสเองด้วยน้ำส้มสายชู พริกป่น และเครื่องเทศ หรือการเลือกใช้ซอสเผ็ดสูตรไม่มีน้ำตาลอย่าง Frank's RedHot (น้ำตาล 0 กรัม) จะช่วยตัดน้ำตาลแฝงที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงได้

สเปรย์น้ำมันสำหรับทำอาหาร สเปรย์น้ำมันอะโวคาโด, สเปรย์น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น, สเปรย์น้ำมันมะพร้าว

สเปรย์น้ำมันทั่วไปมักมีสารเติมแต่งและก๊าซขับดัน การใช้สเปรย์น้ำมันบริสุทธิ์ที่มีไขมันดีอย่างน้ำมันอะโวคาโดหรือน้ำมันมะกอก จะช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคสและช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น โดยไม่เพิ่มคาร์โบไฮเดรต

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

วิทยาศาสตร์เบื้องหลังระดับน้ำตาลในเลือดกับปีกไก่บัฟฟาโล่

ปีกไก่บัฟฟาโล่สูตรหม้อลมร้อนนี้เป็นตัวเลือกที่ฉลาดอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับการคุมน้ำตาล เพราะมีค่าภาระน้ำตาล (GL) เพียง 5.3 ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 10 ที่ถือว่า "ต่ำ" มาก เคล็ดลับอยู่ที่โปรตีนในเนื้อไก่ ปีกไก่แต่ละชิ้นไม่มีคาร์โบไฮเดรตเลยแต่ให้โปรตีนสูง ซึ่งช่วยชะลอการย่อยและป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเหมือนการทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เมื่อคุณทานโปรตีน ร่างกายจะค่อยๆ ปล่อยพลังงานเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับพลังงานคงที่ ไม่เหมือนการทานอาหารที่มีค่า GI สูงที่ทำให้ระดับน้ำตาลขึ้นลงเหมือนรถไฟเหาะ การใช้ผงฟูช่วยให้ได้เนื้อสัมผัสที่กรอบโดยไม่ต้องชุบแป้ง ตัดคาร์โบไฮเดรตขัดสีที่มักจะเคลือบอยู่บนไก่ทอดทั่วไปซึ่งเป็นตัวการทำให้น้ำตาลพุ่ง

ความเจ๋งของสูตรนี้คือสิ่งที่ *ไม่มี* ปีกไก่บัฟฟาโล่ทั่วไปมักจะคลุกแป้งสาลีหรือแป้งข้าวโพดก่อนทอด ซึ่งเพิ่มคาร์โบไฮเดรตที่มีค่า GI สูงถึง 15-20 กรัมต่อจาน การใช้แค่ผงฟูและเครื่องเทศทำให้คุณได้รสชาติและความกรอบครบถ้วนโดยแทบไม่มีผลต่อระดับน้ำตาล ค่า GI โดยประมาณที่ 51 นั้นถือว่าอยู่ในระดับ "ปานกลาง" แต่จำไว้ว่าค่าภาระน้ำตาล (GL) สำคัญกว่าค่า GI เพียงอย่างเดียว เนื่องจากมีคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก แม้ค่า GI จะอยู่ระดับปานกลาง แต่ผลกระทบต่อกลูโคสก็ยังน้อยมากอยู่ดี

เคล็ดลับมือโปรเพื่อระดับน้ำตาลที่คงที่ที่สุด: เริ่มมื้ออาหารด้วยสลัดจานเล็กหรือผักสดก่อนทานปีกไก่ กากใยจากผักจะสร้างเกราะป้องกันในระบบทางเดินอาหารที่ช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคส ทานปีกไก่คู่กับก้านเซลเลอรี่และน้ำจิ้มแรนช์หรือบลูชีสแบบไขมันเต็ม ไขมันดีจะช่วยให้อิ่มนานขึ้นและรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ตลอดทั้งคืน

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ