← กลับไปที่สูตรอาหาร
ชิลีไก่งวงและถั่วดัชนีน้ำตาลต่ำเสิร์ฟพร้อมซูกินีอบ - สูตรอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปราศจากกลูเตน ปราศจากนม ปานกลาง

ชิลีไก่งวงและถั่วดัชนีน้ำตาลต่ำเสิร์ฟพร้อมซูกินีอบ

ชิลีที่ดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด ทำจากเนื้อไก่งวงไม่ติดมัน ถั่วที่มีใยอาหารสูง และผักอบ ช่วยให้พลังงานต่อเนื่องโดยไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง

15 min
เวลาเตรียม
30 min
เวลาปรุงอาหาร
45 min
เวลาทั้งหมด
8
จำนวนที่เสิร์ฟ

ชิลีไก่งวงสูตรบำรุงสุขภาพนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดโดยเฉพาะ แต่ยังคงรสชาติที่เข้มข้นและอิ่มท้อง ด้วยการผสมผสานโปรตีนลีนจากไก่งวงเข้ากับถั่วแดงหลวงที่เต็มไปด้วยไฟเบอร์ และผักที่ไม่มีแป้งหลากหลายชนิด เมนูนี้จึงเป็นมื้ออาหารที่สมดุลและไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว

เคล็ดลับที่ทำให้ชิลีจานนี้ดีต่อระดับน้ำตาลอยู่ที่การเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน การนำซูกินีไปอบก่อนใส่ลงไปช่วยดึงรสชาติให้เข้มข้นขึ้นในขณะที่ยังมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ ส่วนถั่วแดงหลวงแม้จะมีคาร์โบไฮเดรต แต่ก็มีดัชนีน้ำตาลต่ำ (ค่า GI อยู่ที่ 40) เพราะมีแป้งทนการย่อยและใยอาหารสูง ซึ่งช่วยชะลอการย่อยและการดูดซึมน้ำตาล เราใช้น้ำตาลทรายแดงเพียง 1 ช้อนชาต่อหม้อใหญ่ เพื่อให้ได้รสหวานนิดๆ โดยไม่กระทบต่อการควบคุมน้ำตาลในเลือด

เพื่อการจัดการน้ำตาลในเลือดที่ได้ผลดีที่สุด แนะนำให้ทานชิลีจานนี้คู่กับผักใบเขียวหรือข้าวคาร์ลิฟลาเวอร์ (ดอกกะหล่ำสับ) แทนข้าวขาวปกติ ปริมาณโปรตีนและไฟเบอร์ที่สูงจะช่วยให้คุณอิ่มท้องได้นานหลายชั่วโมงและมีพลังงานคงที่ ลองทานส่วนที่เป็นผักก่อน แล้วตามด้วยชิลีที่มีโปรตีนสูง เพราะลำดับการทานแบบนี้มีผลการศึกษาพบว่าช่วยลดการพุ่งสูงของน้ำตาลหลังมื้ออาหารได้มากถึง 73% ในบางกรณี

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

7.8
ค่าภาระน้ำตาล
LOW

มื้อนี้จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมาก เนื่องจากมีค่าภาระน้ำตาลต่ำเพียง 7.8 และค่า GI 40 การผสมผสานระหว่างโปรตีนลีน ถั่วที่มีไฟเบอร์สูง และผัก จะช่วยให้พลังงานคงที่นาน 3-4 ชั่วโมงโดยไม่มีอาการน้ำตาลพุ่งสูง

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Eat the roasted zucchini and other vegetables first to slow digestion and glucose absorption
  • Consider a 10-15 minute walk after eating to help muscles utilize glucose and further stabilize blood sugar
  • Add a small serving of healthy fats like avocado or extra olive oil to further slow carbohydrate absorption

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 245 องศาเซลเซียส (475 องศาฟาเรนไฮต์) เตรียมถาดอบแก้วโดยฉีดสเปรย์น้ำมันหรือทาด้วยน้ำมันมะกอกบางๆ วางซูกินีที่หั่นไว้ลงในถาด เกลี่ยให้กระจายเป็นชั้นเดียวไม่ให้ซ้อนทับกันเพื่อให้สุกทั่วถึง

  2. 2

    นำซูกินีเข้าเตาอบประมาณ 8 ถึง 10 นาที จนเริ่มนิ่มและขอบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง การอบจะช่วยดึงรสชาติหวานธรรมชาติของผักออกมาเข้มข้นขึ้น โดยที่ยังคงค่าดัชนีน้ำตาลต่ำไว้ได้ดี

  3. 3

    ระหว่างที่รออบซูกินี ให้ตั้งหม้อใบใหญ่หรือหม้อก้นหนาด้วยไฟกลางค่อนอ่อน ใส่น้ำมันมะกอกลงไป ตามด้วยหอมหัวใหญ่สับ ผัดไปเรื่อยๆ ประมาณ 5 ถึง 7 นาที หมั่นคนเป็นระยะจนหอมนิ่มและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทองสวย

  4. 4

    ใส่เซเลอรี่และพริกหวานสับลงไปผัดรวมกับหอมหัวใหญ่ ผัดต่ออีกประมาณ 4 ถึง 5 นาที หมั่นคนบ่อยๆ จนผักเริ่มนิ่มลง โดยให้เซเลอรี่ยังมีความกรอบอยู่นิดๆ เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่แตกต่าง

  5. 5

    ใส่กระเทียมสับ เนื้อไก่งวงสับ ผงพริก และเมล็ดยี่หร่าลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันจนเครื่องเทศเคลือบทั่วเนื้อไก่และผัก จากนั้นลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ปิดฝาหม้อ แล้วเคี่ยวต่ออีก 5 นาทีเพื่อให้รสชาติเข้าเนื้อ

  6. 6

    ใส่มะเขือเทศหั่นเต๋าพร้อมน้ำมะเขือเทศ ถั่วแดงหลวง น้ำสต๊อกผัก และน้ำตาลทรายแดงลงไป คนให้เข้ากัน เมื่อซูกินีอบเสร็จแล้ว ให้ใส่ลงไปในหม้อแล้วคนเบาๆ ให้เข้ากับส่วนผสมอื่นๆ

  7. 7

    รอให้เดือดปุดๆ แล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ปิดฝาหม้อเคี่ยวต่ออีก 15 นาที หมั่นคนเป็นระยะเพื่อไม่ให้ติดก้นหม้อ รสชาติจะเข้มข้นขึ้นและถั่วจะดูดซับน้ำซุปที่กลมกล่อมเข้าไป

  8. 8

    ชิมรสและปรุงเพิ่มตามชอบ ตักใส่ชามเสิร์ฟขณะร้อนๆ เพื่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ดี แนะนำให้ทานสลัดผักเป็นจานแรก และลองเปลี่ยนจากซาวร์ครีมมาเป็นกรีกโยเกิร์ตสักช้อนเพื่อเพิ่มโปรตีนแทน

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 243 1943
คาร์โบไฮเดรต 29g 232g
น้ำตาล 6g 45g
น้ำตาลเพิ่ม 1g 4g
น้ำตาลธรรมชาติ 5g 41g
โปรตีน 27g 212g
ไขมัน 3g 22g
ไขมันอิ่มตัว 1g 4g
ไขมันไม่อิ่มตัว 2g 17g
ไฟเบอร์ 8g 66g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 1g 5g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 1g 10g
โซเดียม 339mg 2711mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

น้ำตาลทรายแดง Erythritol, Stevia, Monk Fruit Sweetener

สารให้ความหวานที่ไม่มีแคลอรีเหล่านี้ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด (GI เท่ากับ 0) เมื่อเทียบกับน้ำตาลทรายแดงที่มีค่า GI ถึง 64 และทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว

ถั่วแดงหลวง Black Soybeans, Lentils, Chickpeas

ถั่วเหลืองผิวดำมีค่า GI อยู่ที่ 15 เมื่อเทียบกับถั่วแดงหลวงที่มีค่า GI 24 ส่วนถั่วเลนทิล (GI 32) และถั่วลูกไก่ (GI 28) ก็ช่วยให้ร่างกายปล่อยน้ำตาลช้าลงและมีโปรตีนสูงกว่าด้วย

มะเขือเทศกระป๋อง Fresh Tomatoes, Tomato Paste In Small Amounts, Crushed Tomatoes With No Added Sugar

มะเขือเทศสดมีค่าภาระน้ำตาล (GL) ต่อส่วนต่ำกว่า และมะเขือเทศกระป๋องหลายยี่ห้อมีการเติมน้ำตาลซึ่งทำให้ค่า GL โดยรวมสูงขึ้น การเลือกสูตรที่ไม่เติมน้ำตาลจะช่วยป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงโดยไม่จำเป็น

หอมหัวใหญ่ Shallots, Leeks, Scallions (Green Parts)

การใช้หอมแดงในปริมาณน้อยหรือใช้เฉพาะส่วนสีเขียวของต้นหอมจะช่วยลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตโดยรวมแต่ยังคงรสชาติไว้ได้ เพราะหอมหัวใหญ่ให้คาร์โบไฮเดรตประมาณ 4-5 กรัมต่อส่วน ซึ่งเราสามารถลดส่วนนี้ลงได้

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

ทำไมเมนูนี้ถึงช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่

ชิลีไก่งวงและถั่วจานนี้คือตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการจัดการน้ำตาลในเลือด โดยมีค่าภาระน้ำตาล (GL) เพียง 7.8 และค่า GI ประมาณ 40 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำทั้งคู่ เคล็ดลับอยู่ที่การทำงานร่วมกันของวัตถุดิบเพื่อชะลอการดูดซึมน้ำตาล ถั่วคือพระเอกของงานนี้ เพราะเต็มไปด้วยใยอาหารที่ละลายน้ำได้และแป้งทนการย่อย ซึ่งช่วยชะลอการย่อยในลำไส้ เมื่อคุณกินถั่ว ร่างกายจะไม่สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ทันที ส่งผลให้ระดับน้ำตาลค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ แทนที่จะพุ่งสูงขึ้น ส่วนไก่งวงให้โปรตีนลีนที่ช่วยชะลอการระบายอาหารออกจากกระเพาะ และกระตุ้นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมน้ำตาล ในขณะที่น้ำมันมะกอกให้ไขมันดีที่ช่วยเคลือบทางเดินอาหาร ทำให้การปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดช้าลงและคงที่ยิ่งขึ้น

ผักที่ไม่มีแป้งอย่างซูกินี พริกหวาน เซเลอรี และหอมใหญ่ คือตัวช่วยสำคัญที่ทำให้คุณอิ่มได้โดยไม่เพิ่มภาระน้ำตาล ผักเหล่านี้มีคาร์โบไฮเดรตต่ำมากแต่มีไฟเบอร์และน้ำสูง จึงแทบไม่มีผลต่อดัชนีน้ำตาลเลย แต่ช่วยเพิ่มปริมาณ สารอาหาร และรสชาติได้ดี การนำซูกินีไปอบเป็นวิธีที่ฉลาดมาก เพราะการอบจะช่วยดึงความหวานตามธรรมชาติออกมาในขณะที่ยังรักษาโครงสร้างไฟเบอร์ไว้ ทำให้คุณได้รสหวานโดยที่น้ำตาลไม่พุ่ง

เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อระดับน้ำตาล ลองทานซูกินีอบก่อนแล้วค่อยตามด้วยชิลี วิธีการ "กินผักก่อน" จะช่วยสร้างเกราะป้องกันไฟเบอร์ในระบบย่อยอาหาร ซึ่งจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเดินเล่นสัก 10 นาทีหลังมื้ออาหารยังช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่มากขึ้นไปอีก

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ