- หน้าแรก
- /
- สูตร GI ต่ำ
- /
- ชิลีไก่งวงและถั่วดัชนีน้ำตาลต่ำเสิร์ฟพร้อมซูกินีอบ
ชิลีไก่งวงและถั่วดัชนีน้ำตาลต่ำเสิร์ฟพร้อมซูกินีอบ
ชิลีที่ดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด ทำจากเนื้อไก่งวงไม่ติดมัน ถั่วที่มีใยอาหารสูง และผักอบ ช่วยให้พลังงานต่อเนื่องโดยไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง
ชิลีไก่งวงสูตรบำรุงสุขภาพนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดโดยเฉพาะ แต่ยังคงรสชาติที่เข้มข้นและอิ่มท้อง ด้วยการผสมผสานโปรตีนลีนจากไก่งวงเข้ากับถั่วแดงหลวงที่เต็มไปด้วยไฟเบอร์ และผักที่ไม่มีแป้งหลากหลายชนิด เมนูนี้จึงเป็นมื้ออาหารที่สมดุลและไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว
เคล็ดลับที่ทำให้ชิลีจานนี้ดีต่อระดับน้ำตาลอยู่ที่การเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน การนำซูกินีไปอบก่อนใส่ลงไปช่วยดึงรสชาติให้เข้มข้นขึ้นในขณะที่ยังมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ ส่วนถั่วแดงหลวงแม้จะมีคาร์โบไฮเดรต แต่ก็มีดัชนีน้ำตาลต่ำ (ค่า GI อยู่ที่ 40) เพราะมีแป้งทนการย่อยและใยอาหารสูง ซึ่งช่วยชะลอการย่อยและการดูดซึมน้ำตาล เราใช้น้ำตาลทรายแดงเพียง 1 ช้อนชาต่อหม้อใหญ่ เพื่อให้ได้รสหวานนิดๆ โดยไม่กระทบต่อการควบคุมน้ำตาลในเลือด
เพื่อการจัดการน้ำตาลในเลือดที่ได้ผลดีที่สุด แนะนำให้ทานชิลีจานนี้คู่กับผักใบเขียวหรือข้าวคาร์ลิฟลาเวอร์ (ดอกกะหล่ำสับ) แทนข้าวขาวปกติ ปริมาณโปรตีนและไฟเบอร์ที่สูงจะช่วยให้คุณอิ่มท้องได้นานหลายชั่วโมงและมีพลังงานคงที่ ลองทานส่วนที่เป็นผักก่อน แล้วตามด้วยชิลีที่มีโปรตีนสูง เพราะลำดับการทานแบบนี้มีผลการศึกษาพบว่าช่วยลดการพุ่งสูงของน้ำตาลหลังมื้ออาหารได้มากถึง 73% ในบางกรณี
ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด
มื้อนี้จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมาก เนื่องจากมีค่าภาระน้ำตาลต่ำเพียง 7.8 และค่า GI 40 การผสมผสานระหว่างโปรตีนลีน ถั่วที่มีไฟเบอร์สูง และผัก จะช่วยให้พลังงานคงที่นาน 3-4 ชั่วโมงโดยไม่มีอาการน้ำตาลพุ่งสูง
เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด
- ✓ Eat the roasted zucchini and other vegetables first to slow digestion and glucose absorption
- ✓ Consider a 10-15 minute walk after eating to help muscles utilize glucose and further stabilize blood sugar
- ✓ Add a small serving of healthy fats like avocado or extra olive oil to further slow carbohydrate absorption
🥗 ส่วนผสม
- 2 cup ซูกินีหั่นชิ้น
- 2 tsp น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น
- 1 cup หอมหัวใหญ่สีเหลืองสับ
- 2 cup เซเลอรี่สับ
- 1 cup พริกหวานสับ (สีอะไรก็ได้)
- 2 tsp กระเทียมสดสับละเอียด
- 1 pcs อกไก่งวงปรุงสุกหั่นชิ้น
- 1.5 tbsp ผงชิลลี่
- 1 tsp เมล็ดยี่หร่า
- 4 cup ถั่วแดงหลวงกระป๋อง (ล้างน้ำและสะเด็ดน้ำออก)
- 2 cup น้ำสต๊อกผักแบบโซเดียมต่ำ
- 1 tsp น้ำตาลทรายแดง
- 2 cup ซูกินีหั่นชิ้น
- 2 tsp น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น
- 1 cup หอมหัวใหญ่สีเหลืองสับ
- 2 cup เซเลอรี่สับ
- 1 cup พริกหวานสับ (สีอะไรก็ได้)
- 2 tsp กระเทียมสดสับละเอียด
- 1 pcs อกไก่งวงปรุงสุกหั่นชิ้น
- 1.5 tbsp ผงชิลลี่
- 1 tsp เมล็ดยี่หร่า
- 4 cup ถั่วแดงหลวงกระป๋อง (ล้างน้ำและสะเด็ดน้ำออก)
- 2 cup น้ำสต๊อกผักแบบโซเดียมต่ำ
- 1 tsp น้ำตาลทรายแดง
👨🍳 วิธีทำ
- 1
วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 245 องศาเซลเซียส (475 องศาฟาเรนไฮต์) เตรียมถาดอบแก้วโดยฉีดสเปรย์น้ำมันหรือทาด้วยน้ำมันมะกอกบางๆ วางซูกินีที่หั่นไว้ลงในถาด เกลี่ยให้กระจายเป็นชั้นเดียวไม่ให้ซ้อนทับกันเพื่อให้สุกทั่วถึง
- 2
นำซูกินีเข้าเตาอบประมาณ 8 ถึง 10 นาที จนเริ่มนิ่มและขอบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง การอบจะช่วยดึงรสชาติหวานธรรมชาติของผักออกมาเข้มข้นขึ้น โดยที่ยังคงค่าดัชนีน้ำตาลต่ำไว้ได้ดี
- 3
ระหว่างที่รออบซูกินี ให้ตั้งหม้อใบใหญ่หรือหม้อก้นหนาด้วยไฟกลางค่อนอ่อน ใส่น้ำมันมะกอกลงไป ตามด้วยหอมหัวใหญ่สับ ผัดไปเรื่อยๆ ประมาณ 5 ถึง 7 นาที หมั่นคนเป็นระยะจนหอมนิ่มและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทองสวย
- 4
ใส่เซเลอรี่และพริกหวานสับลงไปผัดรวมกับหอมหัวใหญ่ ผัดต่ออีกประมาณ 4 ถึง 5 นาที หมั่นคนบ่อยๆ จนผักเริ่มนิ่มลง โดยให้เซเลอรี่ยังมีความกรอบอยู่นิดๆ เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่แตกต่าง
- 5
ใส่กระเทียมสับ เนื้อไก่งวงสับ ผงพริก และเมล็ดยี่หร่าลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันจนเครื่องเทศเคลือบทั่วเนื้อไก่และผัก จากนั้นลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ปิดฝาหม้อ แล้วเคี่ยวต่ออีก 5 นาทีเพื่อให้รสชาติเข้าเนื้อ
- 6
ใส่มะเขือเทศหั่นเต๋าพร้อมน้ำมะเขือเทศ ถั่วแดงหลวง น้ำสต๊อกผัก และน้ำตาลทรายแดงลงไป คนให้เข้ากัน เมื่อซูกินีอบเสร็จแล้ว ให้ใส่ลงไปในหม้อแล้วคนเบาๆ ให้เข้ากับส่วนผสมอื่นๆ
- 7
รอให้เดือดปุดๆ แล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ปิดฝาหม้อเคี่ยวต่ออีก 15 นาที หมั่นคนเป็นระยะเพื่อไม่ให้ติดก้นหม้อ รสชาติจะเข้มข้นขึ้นและถั่วจะดูดซับน้ำซุปที่กลมกล่อมเข้าไป
- 8
ชิมรสและปรุงเพิ่มตามชอบ ตักใส่ชามเสิร์ฟขณะร้อนๆ เพื่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ดี แนะนำให้ทานสลัดผักเป็นจานแรก และลองเปลี่ยนจากซาวร์ครีมมาเป็นกรีกโยเกิร์ตสักช้อนเพื่อเพิ่มโปรตีนแทน
📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ
| ต่อหนึ่งเสิร์ฟ | ทั้งจาน | |
|---|---|---|
| แคลอรี | 243 | 1943 |
| คาร์โบไฮเดรต | 29g | 232g |
| น้ำตาล | 6g | 45g |
| น้ำตาลเพิ่ม | 1g | 4g |
| น้ำตาลธรรมชาติ | 5g | 41g |
| โปรตีน | 27g | 212g |
| ไขมัน | 3g | 22g |
| ไขมันอิ่มตัว | 1g | 4g |
| ไขมันไม่อิ่มตัว | 2g | 17g |
| ไฟเบอร์ | 8g | 66g |
| ไฟเบอร์ละลายน้ำ | 1g | 5g |
| ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ | 1g | 10g |
| โซเดียม | 339mg | 2711mg |
การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์
ถ้าคุณ...
โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ
สารให้ความหวานที่ไม่มีแคลอรีเหล่านี้ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด (GI เท่ากับ 0) เมื่อเทียบกับน้ำตาลทรายแดงที่มีค่า GI ถึง 64 และทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว
ถั่วเหลืองผิวดำมีค่า GI อยู่ที่ 15 เมื่อเทียบกับถั่วแดงหลวงที่มีค่า GI 24 ส่วนถั่วเลนทิล (GI 32) และถั่วลูกไก่ (GI 28) ก็ช่วยให้ร่างกายปล่อยน้ำตาลช้าลงและมีโปรตีนสูงกว่าด้วย
มะเขือเทศสดมีค่าภาระน้ำตาล (GL) ต่อส่วนต่ำกว่า และมะเขือเทศกระป๋องหลายยี่ห้อมีการเติมน้ำตาลซึ่งทำให้ค่า GL โดยรวมสูงขึ้น การเลือกสูตรที่ไม่เติมน้ำตาลจะช่วยป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงโดยไม่จำเป็น
การใช้หอมแดงในปริมาณน้อยหรือใช้เฉพาะส่วนสีเขียวของต้นหอมจะช่วยลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตโดยรวมแต่ยังคงรสชาติไว้ได้ เพราะหอมหัวใหญ่ให้คาร์โบไฮเดรตประมาณ 4-5 กรัมต่อส่วน ซึ่งเราสามารถลดส่วนนี้ลงได้
🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้
ทำไมเมนูนี้ถึงช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่
ชิลีไก่งวงและถั่วจานนี้คือตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการจัดการน้ำตาลในเลือด โดยมีค่าภาระน้ำตาล (GL) เพียง 7.8 และค่า GI ประมาณ 40 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำทั้งคู่ เคล็ดลับอยู่ที่การทำงานร่วมกันของวัตถุดิบเพื่อชะลอการดูดซึมน้ำตาล ถั่วคือพระเอกของงานนี้ เพราะเต็มไปด้วยใยอาหารที่ละลายน้ำได้และแป้งทนการย่อย ซึ่งช่วยชะลอการย่อยในลำไส้ เมื่อคุณกินถั่ว ร่างกายจะไม่สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ทันที ส่งผลให้ระดับน้ำตาลค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ แทนที่จะพุ่งสูงขึ้น ส่วนไก่งวงให้โปรตีนลีนที่ช่วยชะลอการระบายอาหารออกจากกระเพาะ และกระตุ้นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมน้ำตาล ในขณะที่น้ำมันมะกอกให้ไขมันดีที่ช่วยเคลือบทางเดินอาหาร ทำให้การปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดช้าลงและคงที่ยิ่งขึ้น
ผักที่ไม่มีแป้งอย่างซูกินี พริกหวาน เซเลอรี และหอมใหญ่ คือตัวช่วยสำคัญที่ทำให้คุณอิ่มได้โดยไม่เพิ่มภาระน้ำตาล ผักเหล่านี้มีคาร์โบไฮเดรตต่ำมากแต่มีไฟเบอร์และน้ำสูง จึงแทบไม่มีผลต่อดัชนีน้ำตาลเลย แต่ช่วยเพิ่มปริมาณ สารอาหาร และรสชาติได้ดี การนำซูกินีไปอบเป็นวิธีที่ฉลาดมาก เพราะการอบจะช่วยดึงความหวานตามธรรมชาติออกมาในขณะที่ยังรักษาโครงสร้างไฟเบอร์ไว้ ทำให้คุณได้รสหวานโดยที่น้ำตาลไม่พุ่ง
เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อระดับน้ำตาล ลองทานซูกินีอบก่อนแล้วค่อยตามด้วยชิลี วิธีการ "กินผักก่อน" จะช่วยสร้างเกราะป้องกันไฟเบอร์ในระบบย่อยอาหาร ซึ่งจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเดินเล่นสัก 10 นาทีหลังมื้ออาหารยังช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่มากขึ้นไปอีก
สูตรที่เกี่ยวข้อง
PDF ฟรี — 3 หน้า
สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์
บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์
ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ