← กลับไปที่สูตรอาหาร
หอมใหญ่ทอดสไตล์อินเดีย (Bhaji) สูตรหม้อทอดไร้น้ำมัน - สูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปราศจากกลูเตน มังสวิรัติ ปานกลาง

หอมใหญ่ทอดสไตล์อินเดีย (Bhaji) สูตรหม้อทอดไร้น้ำมัน

ของทอดสไตล์อินเดียกรอบๆ ที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นเพราะใช้หม้อทอดไร้น้ำมันแทนการทอดในน้ำมันท่วม หอมใหญ่และแครอทคลุกเคล้าเครื่องเทศ (Bhaji) สูตรนี้ให้รสชาติต้นตำรับโดยใช้น้ำมันเพียงนิดเดียว

15 min
เวลาเตรียม
35 min
เวลาปรุงอาหาร
50 min
เวลาทั้งหมด
10
จำนวนที่เสิร์ฟ

หอมใหญ่ทอด (Bhaji) สูตรหม้อทอดไร้น้ำมันนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันท่วมๆ เพื่อให้ได้ความกรอบนอกนุ่มในและรสชาติที่เข้มข้นเลย ทำจากแป้งถั่วลูกไก่ (Gram flour) ของทอดสไตล์อินเดียดั้งเดิมนี้มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าการใช้แป้งสาลีโดยธรรมชาติ จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

แป้งถั่วลูกไก่เป็นแหล่งสารอาหารชั้นยอดที่มีค่า GI ต่ำเพียงประมาณ 35 เพราะมีโปรตีนและไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคส หอมใหญ่และแครอทช่วยเพิ่มความหวานจากธรรมชาติและไฟเบอร์ ส่วนเครื่องเทศอย่างการัมมาซาลาและเมล็ดเทียนข้าวเปลือกไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มรสชาติ แต่ยังอาจช่วยส่งเสริมระบบเผาผลาญอีกด้วย การใช้หม้อทอดไร้น้ำมันแทนการทอดแบบปกติช่วยลดน้ำมันส่วนเกินได้โดยไม่เสียความกรอบที่น่ากินไป

เสิร์ฟ Bhaji เหล่านี้คู่กับดิปโยเกิร์ตถั่วเหลืองผสมสะระแหน่เพื่อความสดชื่น จะทานเป็นของว่างหรืออาหารเรียกน้ำย่อยก็ได้ เพื่อการควบคุมน้ำตาลในเลือดที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานคู่กับดิปโยเกิร์ตที่มีโปรตีนสูง และทานเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่สมดุลแทนการทานตอนท้องว่าง การผสมผสานระหว่างโปรตีนจากแป้งถั่วลูกไก่และโยเกิร์ต บวกกับไฟเบอร์จากผัก จะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อเทียบกับของทอดทั่วไป

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

2.2
ค่าภาระน้ำตาล
LOW

ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมากเนื่องจากมีค่าภาระน้ำตาลต่ำ (2.1) และค่า GI ต่ำ (29) แป้งถั่วลูกไก่ที่เป็นส่วนประกอบหลักให้คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ย่อยช้าและโปรตีน ส่งผลให้พลังงานคงที่นาน 3-4 ชั่วโมงโดยที่น้ำตาลไม่พุ่งสูง

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • ทานคู่กับดิปโยเกิร์ตสะระแหน่เพื่อเพิ่มโปรตีนและไขมัน ซึ่งจะช่วยชะลอการย่อยและลดการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดได้ดียิ่งขึ้น
  • ทานคู่กับสลัดผักสดหรือผักดิบเพื่อเพิ่มไฟเบอร์และปริมาณอาหาร โดยที่ยังคงผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดให้ต่ำอยู่
  • หลีกเลี่ยงการทานตอนท้องว่าง ควรทานเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่มีโปรตีนเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    ในชามผสมใบใหญ่ ใส่แป้งถั่วลูกไก่ ผงการัมมาซาลา พริกปาปริก้า เมล็ดฟินเนล (ถ้ามี) และพริกไทยดำเล็กน้อยเข้าด้วยกัน ใช้ตะกร้อมือคนให้เครื่องเทศเข้ากับแป้งดี

  2. 2

    ใส่หอมหัวใหญ่ซอยบาง แครอทขูด และผักชีสับลงในส่วนผสมแป้ง คลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยมือหรือช้อนจนแป้งเคลือบผักจนทั่ว

  3. 3

    ค่อยๆ เติมน้ำเย็นลงไป 3 ช้อนโต๊ะ แล้วคนให้เข้ากัน ถ้ายังไม่เกาะตัวให้เติมเพิ่มได้อีก 1-2 ช้อนโต๊ะ เพื่อให้ได้ส่วนผสมที่ข้นพอจะยึดผักไว้ด้วยกันได้ ตัวแป้งควรจะเหนียวแต่ไม่เหลว พักทิ้งไว้ 5 นาทีเพื่อให้แป้งดูดซับน้ำและเกาะตัวกันดีขึ้น

  4. 4

    ระหว่างพักแป้ง ให้วอร์มหม้อทอดไร้น้ำมันที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมน้ำจิ้มโดยผสมโยเกิร์ตถั่วเหลือง ใบสะระแหน่สับ และพริกเขียวสับละเอียดเข้าด้วยกันในชามใบเล็ก ปรับความเผ็ดได้ตามชอบ แล้วนำไปแช่เย็นรอไว้

  5. 5

    แบ่งส่วนผสมเป็น 10 ส่วนเท่าๆ กัน ใช้มือชุบน้ำหมาดๆ เพื่อไม่ให้แป้งติดมือ แล้วปั้นแต่ละส่วนเป็นทรงรีหรือทรงลูกรักบี้ กดให้แน่นเพื่อให้เกาะตัวกันดีเวลาสุก วางเรียงใส่จานไว้

  6. 6

    ฉีดสเปรย์น้ำมันแคลอรี่ต่ำบางๆ ให้ทั่วเพื่อให้สีสวยและกรอบ วางบาจี 5 ชิ้นลงในหม้อทอด ระวังอย่าให้ติดกัน ทอดประมาณ 8-10 นาทีจนเป็นสีเหลืองทองและอยู่ตัวดี ตักขึ้นใส่จานแล้วคลุมด้วยฟอยล์หลวมๆ เพื่อรักษาความร้อนไว้

  7. 7

    ทำซ้ำแบบเดิมกับส่วนที่เหลืออีก 5 ชิ้น เมื่อเสร็จแล้วถ้าอยากให้อุ่นพร้อมกันก็นำชุดแรกกลับเข้าหม้อทอดโดยใช้ไฟอ่อนประมาณ 2-3 นาที เสิร์ฟบาจีตอนร้อนๆ คู่กับน้ำจิ้มโยเกิร์ตสะระแหน่ ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่สับและใบสะระแหน่สดตามชอบ

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 53 532
คาร์โบไฮเดรต 7g 74g
น้ำตาล 3g 31g
น้ำตาลธรรมชาติ 3g 31g
โปรตีน 2g 24g
ไขมัน 2g 17g
ไขมันอิ่มตัว 1g 6g
ไขมันไม่อิ่มตัว 1g 11g
ไฟเบอร์ 1g 14g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 0g 3g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 1g 6g
โซเดียม 24mg 237mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

แป้งถั่วลูกไก่ แป้งอัลมอนด์, แป้งอัลมอนด์ผสมแฟลกซ์ซีดบด, แป้งมะพร้าวผสมไซเลียมฮัสค์เล็กน้อย

แป้งอัลมอนด์และแป้งมะพร้าวมีค่าดัชนีน้ำตาลแทบจะเป็นศูนย์เมื่อเทียบกับแป้งถั่วลูกไก่ที่มีค่า GI 35-44 จึงส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมากในขณะที่ยังช่วยให้ส่วนผสมเกาะตัวกันได้ดี

แครอท ซูกินี, พริกหวาน, กะหล่ำดอก

แครอทมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) อยู่ที่ประมาณ 35-92 ขึ้นอยู่กับวิธีการปรุง ส่วนซูกินี พริกหวาน และกะหล่ำดอกมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่ามาก (GI น้อยกว่า 15) ซึ่งจะช่วยลดค่าภาระน้ำตาล (glycemic load) โดยรวมของหอมทอดได้

หอมหัวใหญ่ ลดปริมาณหอมหัวใหญ่ลงแล้วใส่ผักชีเพิ่ม, ผสมหอมหัวใหญ่กับผักโขมสับ, ใช้กะหล่ำปลีสับละเอียดแทนหอมหัวใหญ่ครึ่งหนึ่ง

แม้ว่าหอมหัวใหญ่จะมีค่า GI ค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 10-15 แต่การลดปริมาณลงแล้วแทนที่ด้วยผักที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำอย่างผักโขมหรือกะหล่ำปลี จะช่วยลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตและค่าภาระน้ำตาลลงได้อีก

โยเกิร์ต กรีกโยเกิร์ต, โยเกิร์ตมะพร้าวสูตรไม่หวาน, โยเกิร์ตรสธรรมชาติชนิดไขมันเต็ม

กรีกโยเกิร์ตและโยเกิร์ตชนิดไขมันเต็มส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยกว่าโยเกิร์ตทั่วไป เพราะมีโปรตีนและไขมันสูงกว่า ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคสและลดการพุ่งสูงของระดับน้ำตาลในเลือด

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

# วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง Bhaji ที่เป็นมิตรต่อระดับน้ำตาลในเลือด

หอมใหญ่ทอด (Bhaji) สูตรหม้อทอดไร้น้ำมันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมว่าวัตถุดิบดั้งเดิมสามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ได้อย่างไร ด้วยค่าภาระน้ำตาล (Glycemic Load) ที่ต่ำเพียง 2.1 และค่า GI ประมาณ 29 ของว่างจานนี้จะไม่ทำให้ระดับน้ำตาลของคุณพุ่งสูงเหมือนของทอดทั่วไป เคล็ดลับอยู่ที่แป้งถั่วลูกไก่ (Gram flour) ซึ่งแตกต่างจากแป้งสาลีอย่างสิ้นเชิง แป้งถั่วลูกไก่หนึ่งถ้วยมีโปรตีนประมาณ 22 กรัม และไฟเบอร์ 10 กรัม ในขณะที่แป้งสาลีมีไฟเบอร์เพียงเล็กน้อยแค่ 3 กรัม การผสมผสานที่ทรงพลังของโปรตีนและไฟเบอร์นี้ช่วยชะลอการย่อยอาหารได้อย่างมาก หมายความว่าคาร์โบไฮเดรตจะค่อยๆ ถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดแทนที่จะเข้าไปทีเดียวทั้งหมด ลองนึกภาพเหมือนระบบน้ำหยดเทียบกับการเปิดเขื่อน ร่างกายของคุณจะมีเวลาจัดการกับน้ำตาลอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ทำให้ระบบอินซูลินทำงานหนักเกินไป

ตัวหอมใหญ่เองก็มีประโยชน์ต่อระดับน้ำตาลในเลือดอย่างน่าประหลาดใจ แม้หอมใหญ่จะมีน้ำตาลตามธรรมชาติ แต่ก็อุดมไปด้วยเควอซิทิน (Quercetin) และสารประกอบกำมะถันที่อาจช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ส่วนเมล็ดเทียนข้าวเปลือกและการัมมาซาลาก็ไม่ได้มีไว้แค่เพิ่มรสชาติ เครื่องเทศเหล่านี้มีสารโพลีฟีนอลที่ช่วยควบคุมการตอบสนองของระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหาร การใช้หม้อทอดไร้น้ำมันแทนการทอดในน้ำมันท่วมก็เป็นอีกทางเลือกที่ฉลาด เพราะช่วยตัดน้ำมันปริมาณมากที่อาจรบกวนการทำงานของอินซูลินออกไป

เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อระดับน้ำตาลในเลือด ควรทาน Bhaji นี้เป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่สมดุลแทนการทานเดี่ยวๆ โดยทานคู่กับดิปโยเกิร์ตที่มีโปรตีนสูงและแกงที่เน้นผัก หากคุณไวต่อคาร์โบไฮเดรตเป็นพิเศษ ลองทานหลังจากที่ทานโปรตีนและผักไปแล้ว กลยุทธ์ "การจัดลำดับอาหาร" นี้สามารถลดการพุ่งสูงของน้ำตาลได้ถึง 40% ตามงานวิจัยล่าสุด

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ