← กลับไปที่สูตรอาหาร
ก๋วยเตี๋ยวเวียดนามกุ้งและผัก สูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ - สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปราศจากกลูเตน ปราศจากนม ปานกลาง

ก๋วยเตี๋ยวเวียดนามกุ้งและผัก สูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ

เมนูสลัดสไตล์เอเชียรสชาติสดชื่นที่มาพร้อมกับกุ้งเนื้อเด้ง ผักกรอบๆ และเส้นก๋วยเตี๋ยว คลุกเคล้ากับน้ำจิ้มมะนาวรสเด็ด เหมาะมากสำหรับการรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดตลอดทั้งวัน

15 min
เวลาเตรียม
7 min
เวลาปรุงอาหาร
22 min
เวลาทั้งหมด
2
จำนวนที่เสิร์ฟ

ก๋วยเตี๋ยวเวียดนามชามนี้เปลี่ยนจากสลัดธรรมดาให้กลายเป็นมื้ออาหารที่ดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งอิ่มท้องและได้สารอาหารครบถ้วน การจับคู่เส้นก๋วยเตี๋ยวกับกุ้งที่ให้โปรตีนสูงและผักที่เต็มไปด้วยใยอาหาร จะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลตามธรรมชาติ ในขณะที่ยังคงรสชาติแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แท้ๆ ไว้

เคล็ดลับที่ทำให้เมนูนี้ดีต่อสุขภาพคือส่วนผสมที่สมดุล แครอทสดและต้นหอมมีใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ซึ่งช่วยให้การย่อยคาร์โบไฮเดรตช้าลง ส่วนกุ้งก็ให้โปรตีนไขมันต่ำที่ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ สมุนไพรอย่างผักชีและสะระแหน่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์แบบเวียดนาม แต่ยังมีสารประกอบที่อาจช่วยส่งเสริมระบบเผาผลาญน้ำตาลที่ดีอีกด้วย สำหรับเส้นก๋วยเตี๋ยวแม้จะมีค่าดัชนีน้ำตาลปานกลางอยู่ที่ GI 55 แต่เราจำกัดปริมาณไว้ที่ 100 กรัม (น้ำหนักแห้ง) หรือ 50 กรัมต่อหนึ่งที่ ซึ่งเมื่อต้มแล้วจะได้เส้นประมาณ 125 กรัม และเมื่อทานคู่กับผักจำนวนมาก จะทำให้ค่าโหลดน้ำตาล (GL) โดยรวมเหลือเพียง 12.5 ต่อหนึ่งที่เท่านั้น

เพื่อการจัดการน้ำตาลในเลือดให้ได้ผลดีที่สุด แนะนำให้ทานเมนูนี้แบบเย็น และลองทานผักกับกุ้งก่อนที่จะทานเส้น ตัวน้ำจิ้มมะนาวรสเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดนี้ใช้สารให้ความหวานน้อยมาก เพียงแค่ครึ่งช้อนชาต่อน้ำตาลมะพร้าวหนึ่งที่ ช่วยให้รสชาติกลมกล่อมโดยไม่ทำให้น้ำตาลพุ่งสูง หรือถ้าอยากคุมน้ำตาลให้ดียิ่งขึ้น สามารถเปลี่ยนน้ำตาลมะพร้าวเป็นหล่อฮังก๊วยหรืออัลลูโลสในอัตราส่วน 1:1 ซึ่งจะให้ความหวานโดยไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลเลย เมนูนี้เหมาะสำหรับเป็นมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็นเบาๆ ที่ให้พลังงานต่อเนื่องโดยไม่ทำให้รู้สึกเพลียหลังมื้ออาหารเหมือนการทานเมนูเส้นหนักๆ ทั่วไป แต่ละที่ให้คาร์โบไฮเดรตประมาณ 28 กรัม สมดุลกับโปรตีน 18 กรัม และใยอาหารจากผัก 5 กรัม เพื่อความเสถียรของน้ำตาลในเลือดสูงสุด การรวมกันของเส้นที่มีค่า GI ปานกลางกับกุ้งโปรตีนสูงและผักที่มีกากใย ทำให้มื้อนี้มีค่า GI โดยประมาณอยู่ที่ 55 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดัชนีน้ำตาลต่ำแม้จะมีเส้นก๋วยเตี๋ยวอยู่ด้วยก็ตาม

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

12.5
ค่าภาระน้ำตาล
MEDIUM

ระดับน้ำตาลในเลือดจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เพราะเส้นก๋วยเตี๋ยวมีค่า GI ปานกลาง แต่ถูกปรับสมดุลด้วยโปรตีนจากกุ้งและใยอาหารจากผัก ช่วยให้คุณมีพลังงานคงที่นาน 3-4 ชั่วโมง โดยที่น้ำตาลไม่พุ่งสูงหรือตกลงฮวบฮาบ

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Eat the prawns and vegetables first before the noodles to slow carbohydrate absorption and reduce the glycemic response
  • Add extra vegetables like bean sprouts, cucumber, or lettuce to increase fiber content and further lower the overall glycemic impact
  • Take a 10-15 minute walk after eating to help muscles absorb glucose and prevent blood sugar elevation

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    ต้มน้ำให้เดือด เตรียมเส้นหมี่แห้ง 100 กรัม (ต้องเป๊ะนะคะ) ใส่ลงในชามทนความร้อนใบใหญ่ เทน้ำเดือดลงไปให้ท่วมเส้น การชั่งน้ำหนักที่แม่นยำสำคัญมากค่ะ เพราะจะช่วยคุมค่าดัชนีน้ำตาล (glycemic load) ให้อยู่ที่ 12.5 ต่อจาน โดยเส้นหมี่แห้ง 100 กรัม เมื่อลวกแล้วจะได้เส้นประมาณ 250 กรัม หรือแบ่งได้จานละ 125 กรัมพอดีค่ะ

  2. 2

    แช่เส้นทิ้งไว้ประมาณ 5-7 นาทีตามคำแนะนำข้างซอง จนเส้นนุ่มแต่ยังมีความหนึบอยู่เล็กน้อย จากนั้นสะเด็ดน้ำออกให้หมดแล้วรีบล้างด้วยน้ำเย็นทันทีอย่างน้อย 30 วินาที เพื่อหยุดความร้อนและล้างแป้งส่วนเกินออก ขั้นตอนนี้สำคัญมากนะคะ เพราะความเย็นจะช่วยสร้างแป้งต้านทานการย่อย (resistant starch) ซึ่งช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำลงค่ะ

  3. 3

    ระหว่างรอเส้น ให้เตรียมผักค่ะ ปอกเปลือกแครอทลูกเล็ก 2 หัว แล้วหั่นเป็นเส้นยาวประมาณ 5 ซม. หนา 2-3 มม. ซอยต้นหอม 2 ต้นเฉียงๆ แยกส่วนสีขาวกับสีเขียวไว้ สับผักชี 10 กรัม และใบสะระแหน่ 10 กรัมพอหยาบๆ (เก็บใบสวยๆ ไว้ตกแต่งจานด้วยก็ได้นะคะ) ผักเหล่านี้มีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตได้ดีมากค่ะ

  4. 4

    ทำน้ำยำในชามผสมใบเล็ก โดยผสมซีอิ๊วขาวสูตรโซเดียมต่ำ 2 ช้อนชา น้ำปลา 1 ช้อนชา น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา (หรือจะใช้สารให้ความหวานจากหล่อฮังก๊วยหรืออัลลูโลสแทนก็ได้ค่ะ เพื่อไม่ให้กระทบระดับน้ำตาลเลย) ใส่ผิวมะนาวและน้ำมะนาว 1 ลูก คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายหมด น้ำตาลมะพร้าวให้ความหวานละมุนและมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าน้ำตาลทรายทั่วไป แต่ถ้าอยากคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีที่สุด แนะนำให้ใช้หล่อฮังก๊วยหรืออัลลูโลสค่ะ ลองชิมรสดูแล้วปรับได้ตามชอบนะคะ ถ้าชอบเปรี้ยวก็เติมน้ำมะนาวเพิ่ม หรือถ้าอยากได้หวานอีกนิดโดยไม่กระทบน้ำตาลในเลือด ก็เหยาะหญ้าหวานลงไปสักนิดได้ค่ะ

  5. 5

    ใส่เส้นที่ล้างน้ำเย็นและสะเด็ดน้ำดีแล้วลงในชามผสมใบใหญ่ ตามด้วยแครอท ต้นหอมซอย (ทั้งส่วนสีขาวและเขียว) ผักชีสับ และใบสะระแหน่ คลุกเคล้าเบาๆ ให้ผักกระจายทั่วเส้นค่ะ

  6. 6

    ใส่กุ้งต้ม 140 กรัมพร้อมน้ำหมักพริก มะนาว และผักชีลงไป กุ้งควรจะอยู่ที่อุณหภูมิห้องหรือแบบเย็นก็ได้ค่ะ โปรตีนจากกุ้งเป็นตัวช่วยสำคัญในการช่วยชะลอการพุ่งสูงของน้ำตาลในเลือดหลังจากทานเส้นหมี่ค่ะ

  7. 7

    ราดน้ำยำที่เตรียมไว้ลงไปให้ทั่ว ใช้ที่คีบหรือช้อนคันใหญ่สองคันคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากันประมาณ 1-2 นาที เพื่อให้น้ำยำเคลือบเส้น ผัก และกุ้งจนทั่ว น้ำยำควรจะเคลือบวัตถุดิบทุกอย่างบางๆ โดยไม่มีน้ำนองอยู่ที่ก้นชามค่ะ

  8. 8

    แบ่งใส่ชามหรือกล่องถนอมอาหาร 2 ส่วนเท่าๆ กัน โดยแต่ละส่วนควรมีเส้นประมาณ 125 กรัม (จากเส้นแห้ง 50 กรัม) กุ้ง 70 กรัม และผักครึ่งหนึ่งค่ะ เคล็ดลับในการคุมระดับน้ำตาลคือ ให้ทานผักและกุ้งก่อนแล้วค่อยตามด้วยเส้นนะคะ ลำดับการทานแบบนี้จะช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตและป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงค่ะ เมนูนี้ทานได้ทันทีหรือจะแช่ตู้เย็นไว้ในภาชนะปิดสนิทได้นาน 24 ชั่วโมง ซึ่งรสชาติจะยิ่งเข้าเนื้อและอร่อยขึ้นค่ะ ถ้าจะทำเตรียมไว้ล่วงหน้า แนะนำให้แยกน้ำยำไว้ต่างหากแล้วค่อยนำมาคลุกตอนจะทาน เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ดีที่สุดค่ะ

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 183 366
คาร์โบไฮเดรต 27g 53g
น้ำตาล 8g 15g
น้ำตาลเพิ่ม 4g 8g
น้ำตาลธรรมชาติ 4g 7g
โปรตีน 20g 39g
ไขมัน 1g 1g
ไขมันอิ่มตัว 0g 0g
ไขมันไม่อิ่มตัว 1g 1g
ไฟเบอร์ 4g 8g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 1g 2g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 3g 5g
โซเดียม 612mg 1224mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

น้ำตาลมะพร้าว (ทั้งหมด 1 ช้อนชา, 0.5 ช้อนชาต่อหนึ่งที่) Monk Fruit Sweetener (1 Teaspoon, Same Sweetness, Zero Glycemic Impact), Allulose (1 Teaspoon, 70% Sweetness Of Sugar, Zero Glycemic Impact), Stevia (1/4 Teaspoon, Adjust To Taste, Zero Glycemic Impact)

น้ำตาลมะพร้าวมีค่า GI ปานกลางอยู่ที่ 54 และมีคาร์โบไฮเดรต 4 กรัมต่อช้อนชา แม้ปริมาณเพียงเล็กน้อยที่ใช้ (0.5 ช้อนชาต่อหนึ่งที่) จะมีน้ำตาลแค่ 2 กรัมและส่งผลต่อน้ำตาลในเลือดน้อยมาก แต่การเปลี่ยนมาใช้หล่อฮังก๊วยหรืออัลลูโลสจะช่วยตัดผลกระทบต่อระดับน้ำตาลออกไปได้ทั้งหมด ในขณะที่ยังคงรสชาติเปรี้ยวหวานที่ลงตัวของน้ำจิ้มไว้ได้ หล่อฮังก๊วยให้ความหวานเท่ากับน้ำตาลแต่ไม่มีแคลอรีและไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด จึงเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่ควบคุมโรคเบาหวานหรือภาวะดื้ออินซูลิน

เส้นก๋วยเตี๋ยว (แบบแห้ง 100 กรัม, 50 กรัมต่อหนึ่งที่) Shirataki Noodles (200g, 100g Per Serving, GI 0, Virtually Zero Carbohydrates), Kelp Noodles (200g, 100g Per Serving, GI 0, 1g Carbohydrates Per Serving), Zucchini Noodles (300g Spiralized, 150g Per Serving, GI 15, 3g Carbohydrates Per Serving)

เส้นหมี่ขาวมีค่า GI อยู่ที่ 53 ซึ่งถือว่าปานกลาง และมีคาร์โบไฮเดรตสุทธิ 25 กรัมต่อที่ สำหรับใครที่ต้องคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเคร่งครัด เส้นบุก (ทำจากใยอาหารของหัวบุก) จะให้สัมผัสเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยวแต่ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลเลย และมีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่า 1 กรัมต่อที่ ส่วนเส้นสาหร่ายแก้วจะให้สัมผัสที่กรุบกว่าเล็กน้อยและมีคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก หรือจะใช้ซูกินีทำเป็นเส้นก็ได้ ซึ่งจะได้ความสดแบบผักและมีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่าเส้นหมี่ถึง 90% ทั้งสามตัวเลือกนี้ยังคงเอกลักษณ์ของอาหารเวียดนามไว้ได้ดี แต่ช่วยลดค่าภาระน้ำตาล (glycemic load) จาก 12.5 ลงมาจนเกือบเป็นศูนย์

แครอท (2 หัวเล็ก, น้ำหนักรวมประมาณ 100 กรัม) Daikon Radish (150g, Julienned, GI 15, Adds Peppery Crunch), Cucumber (150g, Julienned, GI 15, Adds Refreshing Crispness), Red Bell Pepper (150g, Thinly Sliced, GI 15, Adds Sweet Crunch)

ถึงแม้แครอทจะมีสารอาหารและใยอาหารสูง แต่แครอทดิบก็มีค่า GI ปานกลางอยู่ที่ 35-40 สำหรับใครที่ต้องการคุมระดับน้ำตาลให้ต่ำที่สุด การใช้หัวไชเท้าจะให้ความกรอบที่ใกล้เคียงกันแต่มีค่า GI เพียง 15 แถมยังได้รสชาติแบบเอเชียแท้ๆ แตงกวาช่วยเพิ่มความสดชื่นและมีคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก ส่วนพริกหวานสีแดงช่วยเพิ่มรสหวานและวิตามินซีโดยไม่กระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือด การสลับมาใช้ผักเหล่านี้จะช่วยลดค่าภาระน้ำตาลโดยรวมของมื้ออาหารลงได้ประมาณ 2 แต้ม โดยที่ยังคงความสวยงามและความกรอบของผักซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเมนูเส้นแบบเวียดนามไว้ได้

น้ำตาลทรายแดง Coconut Sugar (Smaller Amount), Allulose, Erythritol

น้ำตาลทรายแดงยังทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แนะนำให้ใช้สารให้ความหวานที่มีค่า GI ต่ำกว่าแทน

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

สูตรนี้ช่วยลดผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดผ่าน 3 กลไกที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว อย่างแรกคือ เส้นก๋วยเตี๋ยวจะถูกทำให้เย็นลงหลังต้มสุก ซึ่งจะทำให้เกิด 'แป้งทนการย่อย' (resistant starch) ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตประเภทที่ย่อยยากในลำไส้เล็กและทำหน้าที่คล้ายใยอาหาร ส่งผลให้ระดับน้ำตาลตอบสนองน้อยลง ผลการศึกษาพบว่าการทำให้แป้งที่ปรุงสุกแล้วเย็นลงสามารถลดผลกระทบต่อระดับน้ำตาลได้ถึง 20-30% อย่างที่สองคือ ปริมาณโปรตีนสูงจากกุ้ง (18 กรัมต่อหนึ่งที่) จะไปกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอินครีตินที่ช่วยชะลอการระบายอาหารออกจากกระเพาะและเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ช่วยลดการพุ่งสูงของน้ำตาลจากเส้นก๋วยเตี๋ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างที่สามคือ ใยอาหารชนิดละลายน้ำจากแครอทและต้นหอมจะก่อตัวเป็นเจลในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด การรวมกันของทั้งสามปัจจัยนี้ ทั้งการเกิดแป้งทนการย่อย การใช้โปรตีนช่วยคุมน้ำตาล และการใช้ใยอาหารชะลอการดูดซึม เปลี่ยนเส้นก๋วยเตี๋ยวที่มีค่า GI ปานกลาง (GI 55) ให้กลายเป็นมื้ออาหารที่สมบูรณ์โดยมีค่า GI โดยประมาณเพียง 42 การใช้น้ำตาลมะพร้าวเพียงเล็กน้อย (0.5 ช้อนชาต่อหนึ่งที่ หรือน้ำตาลเพียง 2 กรัม) แทบไม่มีผลต่อโหลดน้ำตาลโดยรวม และหากเปลี่ยนไปใช้หล่อฮังก๊วยหรืออัลลูโลสตามที่แนะนำก็จะยิ่งช่วยตัดผลกระทบส่วนนี้ออกไปได้เลย วิธีการที่สอดประสานกันนี้แสดงให้เห็นว่าการเลือกคู่ผสมของอาหารและเทคนิคการเตรียมที่เหมาะสม สามารถทำให้ส่วนผสมที่มีค่า GI ปานกลางกลายเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับการคุมน้ำตาลในเลือดได้

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ