- หน้าแรก
- /
- สูตร GI ต่ำ
- /
- ไก่คั่วพริกเกลือสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low-GI)
ไก่คั่วพริกเกลือสูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low-GI)
เมนูไก่คั่วพริกเกลือสไตล์จีนที่คุ้นเคยในเวอร์ชันที่ดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด มาพร้อมไก่กรอบ พริกหวานหลากสี และเครื่องเทศหอมๆ โดยไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง
เมนูยอดฮิตจากร้านอาหารจีนเวอร์ชันสุขภาพดีนี้ให้รสชาติอร่อยครบถ้วนโดยไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดแกว่ง เราใช้แป้งข้าวโพดเพียงเล็กน้อย (แค่ 1 ช้อนโต๊ะสำหรับ 2 ที่ หรือจะเปลี่ยนเป็นแป้งอัลมอนด์เพื่อให้ค่า GI ต่ำลงไปอีกก็ได้) และเน้นพริกหวานที่อุดมด้วยไฟเบอร์ ทำให้ได้จานที่อร่อยถูกใจและช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่
การผสมผสานระหว่างอกไก่ไขมันต่ำและผักหลากสีช่วยสร้างสมดุลระหว่างโปรตีนและไฟเบอร์ ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อชะลอการดูดซึมน้ำตาล ผงพะโล้ช่วยเพิ่มความหอมลุ่มลึกโดยไม่ต้องเติมน้ำตาล ส่วนน้ำมันงาก็ให้ไขมันดีที่ช่วยคุมการตอบสนองของระดับน้ำตาลได้ดียิ่งขึ้น พริกหวานมีประโยชน์มากต่อการคุมน้ำตาล เพราะมีทั้งวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ โดยมีค่า GI เพียง 40 เท่านั้น
เพื่อการควบคุมน้ำตาลที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานผักก่อนแล้วค่อยตามด้วยไก่ และทานคู่กับข้าวดอกกะหล่ำแทนข้าวสวย ปริมาณโปรตีนที่สูง (ประมาณ 40 กรัมต่อที่) ช่วยให้พลังงานคงที่และทำให้อิ่มนาน ช่วยป้องกันอาการอยากอาหารหลังมื้ออาหารที่มักทำให้น้ำตาลพุ่งสูง ส่วนแป้งที่ใช้ชุบไก่เราใส่ให้น้อยที่สุด แค่พอให้ได้เนื้อสัมผัสโดยไม่กระทบต่อระดับน้ำตาลมากนัก
ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด
คาดว่าจะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมาก เนื่องจากมีค่าภาระน้ำตาล (GL) เพียง 4.8 และค่า GI 30 ปริมาณโปรตีนสูงจากอกไก่บวกกับผักที่มีไฟเบอร์สูงจะช่วยให้พลังงานคงที่นาน 3-4 ชั่วโมงโดยไม่ทำให้น้ำตาลพุ่งสูง
เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด
- ✓ Eat the bell peppers and onions first before the chicken to benefit from the fiber and slow down overall digestion
- ✓ The corn starch coating adds some carbohydrates, so keep portion sizes moderate (palm-sized serving of chicken)
- ✓ Pair this meal with a 10-15 minute walk after eating to help muscles absorb any glucose and maintain stable blood sugar levels
🥗 ส่วนผสม
- 320 g สันในไก่
- 1 tsp ผงพะโล้
- 1 tsp พริกไทยดำ
- 1 tsp เกลือ
- 1 tbsp แป้งข้าวโพด
- 1 tbsp น้ำมันงา
- 1 pcs พริกหวานสีเขียว
- 1 pcs พริกหวานสีแดงลูกเล็ก
- 1 pcs หอมแดง
- 11.3 oz สันในไก่
- 1 tsp ผงพะโล้
- 1 tsp พริกไทยดำ
- 1 tsp เกลือ
- 1 tbsp แป้งข้าวโพด
- 1 tbsp น้ำมันงา
- 1 pcs พริกหวานสีเขียว
- 1 pcs พริกหวานสีแดงลูกเล็ก
- 1 pcs หอมแดง
👨🍳 วิธีทำ
- 1
หั่นสันในไก่เป็นทรงลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ประมาณชิ้นละ 2 ซม. เพื่อให้ไก่สุกทั่วถึงกันและได้เนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด
- 2
ผสมผงพะโล้ พริกไทยดำ เกลือ และแป้งข้าวโพดลงในชามผสมขนาดกลาง ใส่ไก่ที่หั่นไว้ลงไปแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันจนเครื่องเทศเคลือบชิ้นไก่ทั่วทุกชิ้น
- 3
ระหว่างพักไก่ ให้เตรียมผักโดยหั่นพริกหวานสีเขียวและสีแดงเป็นเส้นหนาๆ ยาวประมาณ 3 ซม. เพื่อให้ผักยังคงความกรอบอยู่หลังจากปรุงสุก
- 4
ตั้งกระทะเทฟลอนใบใหญ่หรือกระทะก้นลึกด้วยไฟกลางค่อนข้างแรง ใส่น้ำมันงาลงไป รอจนน้ำมันเริ่มร้อนจัดแต่ไม่ถึงกับมีควันขึ้น ใช้เวลาประมาณ 2 นาที
- 5
ใส่ไก่ที่คลุกเครื่องเทศแล้วลงในกระทะที่ร้อน จัดวางให้เป็นชั้นเดียวและเว้นระยะห่างระหว่างชิ้น ทอดทิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาทีจนด้านล่างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและกรอบ จากนั้นจึงกลับด้านแล้วทอดต่ออีก 3-4 นาที
- 6
พอไก่เกือบสุก (อุณหภูมิภายในถึง 165°F/74°C) ให้ใส่พริกที่หั่นไว้ลงไป ผัดต่ออีก 2-3 นาทีจนผักสุกแต่ยังกรอบและขอบเริ่มเกรียมเล็กน้อย
- 7
ชิมรสและปรุงเพิ่มตามชอบ จากนั้นรีบยกออกจากเตาทันทีเพื่อไม่ให้ไก่สุกเกินไปจนเนื้อเหนียวและแห้ง
- 8
เสิร์ฟทันทีขณะร้อน เพื่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานคู่กับข้าวจากดอกกะหล่ำ หรือทานผักก่อนแล้วค่อยตามด้วยโปรตีน โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยหรือเมล็ดงาตามชอบ
📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ
| ต่อหนึ่งเสิร์ฟ | ทั้งจาน | |
|---|---|---|
| แคลอรี | 308 | 617 |
| คาร์โบไฮเดรต | 16g | 32g |
| น้ำตาล | 6g | 12g |
| น้ำตาลธรรมชาติ | 6g | 12g |
| โปรตีน | 39g | 77g |
| ไขมัน | 10g | 20g |
| ไขมันอิ่มตัว | 2g | 3g |
| ไขมันไม่อิ่มตัว | 8g | 16g |
| ไฟเบอร์ | 4g | 7g |
| โซเดียม | 1240mg | 2481mg |
การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์
ถ้าคุณ...
โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ
แป้งข้าวโพดมีค่า GI สูงถึง 85 และอาจทำให้น้ำตาลพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว แป้งอัลมอนด์ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลเลยแถมยังได้ไขมันดีและโปรตีนเพิ่ม แป้งมะพร้าวมีไฟเบอร์มากกว่าและค่า GI ต่ำกว่า ส่วนการใช้แค่เครื่องเทศจะช่วยตัดผลกระทบจากแป้งออกไปได้ทั้งหมด แม้ว่าไก่จะไม่กรอบเท่าเดิมก็ตาม
ข้าวขาวมีค่า GI อยู่ที่ 73 ซึ่งจะเพิ่มภาระน้ำตาลให้กับมื้อนี้ค่อนข้างมาก ส่วนข้าวคอลิฟลาวเวอร์ (กะหล่ำดอก) ให้สัมผัสที่ใกล้เคียงกันแต่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำมากและมีค่า GI เพียง 15 เท่านั้น สำหรับข้าวบุกไม่มีคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้และไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลเลย ส่วนคีนัวในปริมาณเล็กน้อยจะให้โปรตีนและไฟเบอร์มากกว่าข้าวขาวในขณะที่ยังมีค่า GI ระดับปานกลาง
แม้น้ำมันงาจะดีต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่บางคนอาจชอบรสชาติอื่นหรือต้องการน้ำมันที่ทนความร้อนได้สูงกว่าสำหรับการทำอาหารด้วยไฟแรง น้ำมันอะโวคาโดสามารถทนความร้อนสูงได้โดยไม่เสียสภาพ ส่วนน้ำมันมะกอกก็มีประโยชน์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มเติม น้ำมันทั้งสามชนิดนี้ไม่มีผลต่อค่าดัชนีน้ำตาลและช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตได้
🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้
สูตรนี้ช่วยคุมระดับน้ำตาลได้ดีจากการเลือกวัตถุดิบอย่างชาญฉลาดและเลี่ยงส่วนผสมที่มีค่า GI สูง เราจำกัดการใช้แป้งข้าวโพดเพียง 1 ช้อนโต๊ะสำหรับ 2 ที่ (ประมาณ 1.5 ช้อนชาต่อที่) ซึ่งให้คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยเร็วเพียง 4-5 กรัมเท่านั้น เมื่อรวมกับโปรตีน 40 กรัมจากอกไก่และไฟเบอร์จากพริกหวาน (GI 40) การตอบสนองของระดับน้ำตาลจึงต่ำมาก น้ำมันงายังช่วยให้ไขมันดีที่ชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตได้อีก พริกหวานเป็นมิตรกับระดับน้ำตาลในเลือดสุดๆ เพราะมีคาร์โบไฮเดรตเพียง 6 กรัมต่อ 100 กรัม และมีค่าภาระน้ำตาล (GL) ต่ำ ผงพะโล้ช่วยเพิ่มมิติของรสชาติโดยไม่มีคาร์โบไฮเดรตหรือผลต่อระดับน้ำตาล หากต้องการคุมน้ำตาลให้ดียิ่งขึ้น สามารถใช้แป้งอัลมอนด์ (GI 0) แทนแป้งข้าวโพด หรือจะใช้แค่เครื่องเทศคลุกไก่อย่างเดียวก็ได้ แม้จะทำให้ความกรอบลดลงบ้าง สัดส่วนโปรตีนที่สูงเมื่อเทียบกับคาร์โบไฮเดรตจะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานต่อเนื่องยาวนาน 3-4 ชั่วโมงโดยที่น้ำตาลไม่พุ่งสูง
สูตรที่เกี่ยวข้อง
PDF ฟรี — 3 หน้า
สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์
บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์
ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ