← กลับไปที่สูตรอาหาร
ถั่วบัตเตอร์ผัดกระเทียมอุ่นๆ กับเลมอนสด - สูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปราศจากกลูเตน มังสวิรัติ ปราศจากถั่ว ปราศจากไข่ ปราศจากถั่วเหลือง ง่าย

ถั่วบัตเตอร์ผัดกระเทียมอุ่นๆ กับเลมอนสด

เมนูเครื่องเคียงสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่ใช้ถั่วบัตเตอร์เนื้อนุ่มหนึบ ผัดกับน้ำมันกระเทียมหอมๆ และเลมอนสด ทำเสร็จในเวลาเพียง 10 นาที ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่

5 min
เวลาเตรียม
5 min
เวลาปรุงอาหาร
10 min
เวลาทั้งหมด
4
จำนวนที่เสิร์ฟ

สลัดอุ่นๆ ที่เรียบง่ายแต่ดูดีจานนี้ดึงรสชาติที่ดีที่สุดของถั่วบัตเตอร์ออกมา เหมาะมากสำหรับใครที่กำลังคุมระดับน้ำตาลในเลือด ถั่วบัตเตอร์มีดัชนีน้ำตาลต่ำ (GI ประมาณ 29-35) ซึ่งหมายความว่าจะค่อยๆ ปล่อยกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้าๆ ให้พลังงานต่อเนื่องโดยไม่ทำให้น้ำตาลพุ่งสูง ปริมาณไฟเบอร์และโปรตีนที่สูงยังช่วยให้ย่อยช้าลง ทำให้จานนี้มีประโยชน์มากเมื่อทานคู่กับโปรตีนไขมันต่ำหรือทานเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่สมดุล การใช้น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นคู่กับน้ำเลมอนสดไม่เพียงแต่ช่วยชูรสชาติ แต่ยังช่วยคุมระดับน้ำตาลได้ด้วย ไขมันดีจากน้ำมันมะกอกช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต ในขณะที่ความเปรี้ยวของเลมอนช่วยลดการตอบสนองต่อดัชนีน้ำตาลในมื้ออาหาร กระเทียมสดช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและมีประโยชน์ต่อระบบเผาผลาญ รวมถึงช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น เมนูนี้ทานเป็นเครื่องเคียงอุ่นๆ คู่กับปลากระพงหรือไก่ย่างก็เข้ากัน หรือจะเสิร์ฟแบบอุณหภูมิห้องคู่กับสลัดผักสดก็ได้ เพื่อการคุมน้ำตาลที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานจานนี้เป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารโดยเริ่มทานผักและโปรตีนก่อน แล้วค่อยทานคาร์โบไฮเดรตเป็นลำดับสุดท้าย ไขมันดีจากน้ำมันมะกอกและไฟเบอร์จากถั่วจะช่วยรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ โดยหนึ่งหน่วยบริโภคจะให้คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนประมาณ 15 กรัม โปรตีนจากพืช 7 กรัม และไฟเบอร์ 6 กรัม ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ดีมากสำหรับการคุมน้ำตาลตลอดวัน หนึ่งหน่วยบริโภคเท่ากับถั่วที่ปรุงเสร็จแล้วประมาณ 200 กรัม หรือประมาณ 1 ถ้วยตวง

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

12.4
ค่าภาระน้ำตาล
MEDIUM

ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในระดับต่ำถึงปานกลาง โดยจะค่อยๆ ปล่อยพลังงานอย่างต่อเนื่องนาน 3-4 ชั่วโมง การผสมผสานระหว่างถั่วที่มีไฟเบอร์สูง ไขมันดีจากน้ำมันมะกอก และค่า GI ที่ต่ำเพียง 29 จะทำให้น้ำตาลในเลือดค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างคงที่โดยไม่พุ่งสูงปรี๊ด

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Add a source of lean protein like grilled chicken or fish to further slow digestion and stabilize blood sugar response
  • Eat this dish alongside or after a serving of non-starchy vegetables like leafy greens or roasted broccoli to add more fiber
  • Take a 10-15 minute walk after eating to help muscles absorb glucose and prevent any post-meal blood sugar elevation

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    เทถั่วบัตเตอร์กระป๋องลงในกระชอน กรองน้ำออกให้หมดแล้วล้างผ่านน้ำเย็นเพื่อล้างโซเดียมส่วนเกินออก พักไว้ให้สะเด็ดน้ำระหว่างเตรียมส่วนผสมอื่นๆ

  2. 2

    ปอกเปลือกกระเทียมแล้วบุบด้วยด้านแบนของมีดหรือใช้ที่กดกระเทียม ขูดผิวเลมอนด้วยที่ขูด ระวังขูดเอาเฉพาะผิวสีเหลืองด้านนอก ไม่ให้โดนส่วนสีขาวเพราะจะขม จากนั้นผ่าครึ่งเลมอนแล้วคั้นน้ำ กรองเอาเมล็ดออก

  3. 3

    ล้างพาร์สลีย์ด้วยน้ำเย็น ซับให้แห้งด้วยทิชชู่อเนกประสงค์ แล้วสับใบหยาบๆ เด็ดก้านแข็งทิ้งไป ให้ได้พาร์สลีย์สับประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ

  4. 4

    ตั้งกระทะใบใหญ่บนไฟกลางแล้วใส่น้ำมันมะกอกลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อนให้ใส่กระเทียมบุบลงไปผัดประมาณ 60-90 วินาที หมั่นคนเรื่อยๆ จนเริ่มมีกลิ่นหอมและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ระวังอย่าให้กระเทียมไหม้เพราะจะทำให้มีรสขม

  5. 5

    ใส่ถั่วบัตเตอร์ที่สะเด็ดน้ำแล้วลงในกระทะที่มีน้ำมันกระเทียม ค่อยๆ คนให้ถั่วเคลือบน้ำมันจนทั่วและอุ่นต่ออีกประมาณ 2-3 นาที คอยคนเป็นระยะ ให้ถั่วร้อนทั่วถึงแต่ระวังอย่าให้เละ

  6. 6

    ยกกระทะลงจากเตา จากนั้นใส่ผิวเลมอน น้ำเลมอน และพาร์สลีย์สับลงไปคนให้เข้ากันทันที ปรุงรสด้วยพริกไทยดำป่นและเกลือทะเลเล็กน้อยตามชอบ แต่อย่าลืมว่าถั่วกระป๋องมักจะมีรสเค็มอยู่บ้างแล้ว

  7. 7

    ตักสลัดถั่วบัตเตอร์อุ่นๆ ใส่จานเสิร์ฟ จะทานทันทีตอนร้อนๆ หรือรอให้เย็นลงในอุณหภูมิห้องก็ได้ เมนูนี้เข้ากันได้ดีกับปล่าย่าง ไก่อบ หรือจะเสิร์ฟเป็นส่วนหนึ่งของชุดอาหารเมดิเตอร์เรเนียน (mezze) ก็อร่อย ถ้าทานไม่หมดสามารถเก็บใส่ภาชนะปิดสนิทแช่ตู้เย็นได้นาน 3 วัน จะทานแบบเย็นหรือนำมาอุ่นร้อนนิดหน่อยก็ได้

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 297 1187
คาร์โบไฮเดรต 42g 169g
น้ำตาล 6g 25g
น้ำตาลธรรมชาติ 6g 25g
โปรตีน 16g 64g
ไขมัน 8g 32g
ไขมันอิ่มตัว 1g 5g
ไขมันไม่อิ่มตัว 7g 28g
ไฟเบอร์ 15g 58g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 0g 1g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 0g 2g
โซเดียม 7mg 27mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

ถั่วบัตเตอร์เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับการคุมน้ำตาลในเลือด เพราะมีดัชนีน้ำตาลต่ำเพียง 29-35 ซึ่งจะทำให้น้ำตาลในเลือดค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ค่า GI ที่ต่ำนี้มาจากปริมาณแป้งที่ทนต่อการย่อย (resistant starch) และไฟเบอร์ที่สูงถึง 6 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งช่วยชะลอการย่อยคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ถั่วยังมีโปรตีนจากพืช 7 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ช่วยชะลอการระบายอาหารออกจากกระเพาะ ทำให้น้ำตาลไม่พุ่งเร็ว น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นในสูตรนี้ให้ไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตและเพิ่มความไวต่ออินซูลิน งานวิจัยระบุว่าการเติมวัตถุดิบที่มีฤทธิ์เป็นกรดอย่างน้ำเลมอนลงในมื้ออาหารสามารถลดผลกระทบต่อระดับน้ำตาลได้ถึง 30% โดยการชะลอการย่อยแป้ง ส่วนกระเทียมสดมีสารประกอบที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินและปรับปรุงระบบเผาผลาญกลูโคส เมื่อรวมส่วนผสมเหล่านี้เข้าด้วยกัน จะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ได้นาน 3-4 ชั่วโมงหลังรับประทาน ทำให้ได้พลังงานที่สม่ำเสมอโดยไม่รู้สึกอ่อนเพลียจากการที่น้ำตาลตก การผสมผสานระหว่างคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไฟเบอร์ โปรตีน และไขมันดี คือความสมดุลของสารอาหารหลักที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการคุมระดับน้ำตาล

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ