← กลับไปที่สูตรอาหาร
ลูกแพร์ตุ๋นอบเชยกับเบอร์รี่สด - สูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปราศจากกลูเตน ปราศจากนม มังสวิรัติ วีแกน ปราศจากถั่ว ปราศจากไข่ ปราศจากถั่วเหลือง ง่าย

ลูกแพร์ตุ๋นอบเชยกับเบอร์รี่สด

ลูกแพร์ตุ๋นสุดหรูในน้ำผลไม้รสเปรี้ยวหอมๆ พร้อมเครื่องเทศอุ่นๆ เป็นของหวานหวานธรรมชาติที่ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง

10 min
เวลาเตรียม
30 min
เวลาปรุงอาหาร
40 min
เวลาทั้งหมด
4
จำนวนที่เสิร์ฟ

ของหวานที่ดูดีแต่ทำง่ายจานนี้แสดงให้เห็นว่าผลไม้สดๆ ก็ช่วยให้เราหายอยากของหวานได้ แถมยังช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ด้วย ต่างจากของหวานทั่วไปที่ใช้น้ำตาลทรายขาว ลูกแพร์พวกนี้จะถูกนำไปตุ๋นอย่างเบามือในน้ำผลไม้และเครื่องเทศหอมๆ เพื่อดึงความหวานตามธรรมชาติออกมา ใยอาหารในลูกแพร์จะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ส่วนอบเชยก็มีผลวิจัยว่าช่วยให้ร่างกายดึงน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น (เพิ่มความไวต่ออินซูลิน)

การตุ๋นเป็นเทคนิคการทำอาหารที่ถนอมคุณค่าทางสารอาหารของผลไม้ไว้ได้ดี ในขณะที่ช่วยให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนละลายในปาก การใช้น้ำส้มและน้ำแอปเปิลช่วยให้ความหวานโดยไม่ต้องเติมน้ำตาลทราย แม้ว่าในน้ำผลไม้จะมีน้ำตาลธรรมชาติอยู่บ้างก็ตาม เพื่อการคุมน้ำตาลให้ดีที่สุด แนะนำให้ทานของหวานจานนี้หลังมื้ออาหารที่มีโปรตีนสูง ซึ่งจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้อีกทาง ส่วนราสเบอร์รี่สดจะช่วยตัดเลสด้วยรสเปรี้ยวและเพิ่มใยอาหาร และผิวส้มจะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่นพร้อมสารฟลาโวนอยด์ที่มีประโยชน์

สูตรนี้เหมาะมากสำหรับทำรับแขกหรือจะทำทานเองในวันธรรมดาก็ได้ คุณสามารถเตรียมลูกแพร์ไว้ล่วงหน้าแล้วเสิร์ฟแบบอุ่นหรือแบบเย็นก็ได้ตามชอบ จะทานคู่กับกรีกโยเกิร์ตสักนิดเพื่อเพิ่มโปรตีน หรือทานคู่กับถั่วสักกำมือเพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดสมดุลยิ่งขึ้นก็ได้ครับ

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

13.6
ค่าภาระน้ำตาล
MEDIUM

ส่งผลน้อยถึงปานกลาง - น้ำตาลธรรมชาติจากผลไม้จะถูกปรับสมดุลด้วยใยอาหารจากลูกแพร์และเบอร์รี่ ทำให้ระดับน้ำตาลค่อยๆ เพิ่มขึ้นและให้พลังงานคงที่นาน 2-3 ชั่วโมง ค่าภาระน้ำตาลที่ 13.6 ถือว่าช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่ผันผวนมากนัก

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Eat this dessert after a meal containing protein and healthy fats rather than on an empty stomach to further slow sugar absorption
  • Pair with a handful of nuts or a small serving of Greek yogurt to add protein and fat that will blunt the glycemic response
  • Take a 10-15 minute walk after eating to help muscles absorb glucose and reduce blood sugar spikes

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    เตรียมน้ำสำหรับตุ๋นโดยผสมน้ำส้ม น้ำแอปเปิล อบเชยป่น และลูกจันทน์เทศป่นลงในชามใบเล็ก คนให้เข้ากันจนเครื่องเทศกระจายตัวทั่ว

  2. 2

    ใช้ที่ปอกเปลือกผลไม้ค่อยๆ ปอกเปลือกลูกแพร์แต่ละลูกออก โดยเหลือขั้วไว้เพื่อให้ดูสวยงามครับ จากนั้นใช้ที่ตักเมลอนอันเล็กหรือมีดปอกผลไม้คว้านไส้จากด้านล่างเพื่อเอาเมล็ดออก โดยระวังให้ลูกแพร์ยังคงรูปทรงเดิมไว้

  3. 3

    เลือกหม้อก้นตื้นหรือกระทะก้นลึกที่ใหญ่พอจะวางลูกแพร์ทั้ง 4 ลูกในแนวนอนได้ จัดวางลูกแพร์ที่ปอกแล้วลงในกระทะ แล้วเทน้ำผลไม้ที่ผสมเครื่องเทศลงไป โดยกะให้ปริมาณน้ำสูงขึ้นมาอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของตัวลูกแพร์ครับ

  4. 4

    ตั้งกระทะบนไฟกลางจนน้ำเริ่มเดือดปุดๆ โดยให้สังเกตว่ามีฟองเล็กๆ ขึ้นตามขอบกระทะ แต่ไม่ถึงกับเดือดพล่านนะครับ จากนั้นลดไฟลงเป็นไฟกลางค่อนอ่อนเพื่อรักษาความร้อนให้เดือดเบาๆ ต่อไป

  5. 5

    ต้มลูกแพร์ประมาณ 30 นาที โดยใช้ช้อนคันใหญ่ค่อยๆ กลับด้านทุกๆ 7-8 นาทีเพื่อให้สุกและมีสีสวยสม่ำเสมอกัน ลูกแพร์จะใช้ได้เมื่อเนื้อนุ่มพอที่จะใช้มีดจิ้มลงไปได้ง่ายแต่ยังไม่เละและยังคงรูปทรงเดิมอยู่ครับ

  6. 6

    ใช้กระชอนหรือช้อนมีรูค่อยๆ ตักลูกแพร์แต่ละลูกขึ้นมาจัดใส่จาน โดยวางตั้งขึ้นให้ขั้วชี้ขึ้นด้านบนครับ ถ้าอยากได้ซอสราดเพิ่ม ก็สามารถเคี่ยวน้ำที่เหลือในกระทะด้วยไฟแรงต่ออีกสัก 3-4 นาทีจนงวดลงเป็นไซรัปบางๆ ได้เลย

  7. 7

    ตกแต่งจานด้วยราสเบอร์รี่สดวางรอบๆ ฐานลูกแพร์ แล้วโรยผิวส้มขูดสดๆ ไว้ด้านบน จะเสิร์ฟทันทีตอนที่ยังอุ่นๆ หรือจะแช่เย็นทิ้งไว้ 2 ชั่วโมงแล้วค่อยเสิร์ฟแบบเย็นก็อร่อยครับ และเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีขึ้น แนะนำให้ทานเมนูนี้หลังมื้ออาหารที่มีโปรตีนสูงนะครับ

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 181 725
คาร์โบไฮเดรต 46g 184g
น้ำตาล 31g 123g
น้ำตาลธรรมชาติ 31g 123g
โปรตีน 2g 6g
ไขมัน 1g 3g
ไขมันอิ่มตัว 0g 1g
ไขมันไม่อิ่มตัว 1g 2g
ไฟเบอร์ 8g 32g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 2g 10g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 5g 20g
โซเดียม 6mg 23mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

น้ำแอปเปิล Water, Unsweetened Almond Milk, Green Tea

น้ำแอปเปิลมีดัชนีน้ำตาลสูงถึง 40-44 และมีน้ำตาลเข้มข้น การใช้น้ำเปล่า นมอัลมอนด์ไม่หวาน หรือชาเขียวเย็นแทน จะช่วยลดการพุ่งสูงของน้ำตาลได้ในขณะที่ยังใช้ตุ๋นได้เหมือนเดิม

น้ำส้ม Lemon Juice With Water, Lime Juice With Water, Water With Orange Zest Only

น้ำส้มมีดัชนีน้ำตาลอยู่ที่ 50 และมีน้ำตาล 10 กรัมต่อ 100 มล. การใช้น้ำผลไม้ตระกูลส้มผสมน้ำหรือใช้แค่ผิวส้มจะช่วยให้ได้กลิ่นรสโดยไม่ต้องรับน้ำตาลเข้มข้นที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

ลูกแพร์ Firm Green Pear, Apple (Granny Smith), Asian Pear

การเลือกใช้ลูกแพร์ที่เนื้อแน่นและยังไม่สุกจัด หรือผลไม้ที่มีค่า GI ต่ำกว่าอย่างแอปเปิลแกรนนี่ สมิธ (GI 38 เทียบกับลูกแพร์สุก GI 38-42) จะช่วยลดปริมาณน้ำตาลได้ เพราะผลไม้ที่เนื้อแน่นกว่าจะมีแป้งต้านทานการย่อยสูงกว่าและมีน้ำตาลน้อยกว่า

ราสเบอร์รี่ Blackberries, Strawberries, Blueberries (Small Amount)

แม้ราสเบอร์รี่จะมีค่า GI ต่ำอยู่แล้ว (GI 25) แต่แบล็กเบอร์รี่มีน้ำตาลน้อยกว่าที่ 4.9 กรัมต่อ 100 กรัม (เทียบกับ 5.4 กรัม) ส่วนสตรอว์เบอร์รี่ (GI 40) ช่วยเพิ่มความหลากหลายและยังมีค่าภาระน้ำตาล (glycemic load) ต่ำเพราะมีไฟเบอร์และน้ำเป็นส่วนประกอบสูง

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

ทำไมของหวานจานนี้ถึงไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง

ของหวานจานหรูนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าการคุมน้ำตาลไม่จำเป็นต้องอดของหวาน ด้วยค่าภาระน้ำตาล (GL) เพียง 13.6 และดัชนีน้ำตาล (GI) ประมาณ 17 ลูกแพร์ตุ๋นจานนี้จึงให้ความหวานจากผลไม้แท้ๆ โดยที่ระดับน้ำตาลในเลือดยังคงนิ่ง เคล็ดลับอยู่ที่การที่ลูกแพร์ปล่อยน้ำตาลออกมาอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ ลูกแพร์สดมีเพกตินสูง ซึ่งเป็นใยอาหารละลายน้ำที่จะกลายเป็นเจลในระบบย่อยอาหาร ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ทำให้ร่างกายค่อยๆ จัดการกับน้ำตาลธรรมชาติแทนที่จะทะลักเข้าสู่กระแสเลือดพร้อมกันทีเดียว การเติมเบอร์รี่สดยิ่งช่วยเสริมผลลัพธ์นี้ เพราะเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำที่สุดชนิดหนึ่ง แถมยังมีใยอาหารและโพลีฟีนอลที่ช่วยคุมการเผาผลาญน้ำตาลด้วย

เครื่องเทศอุ่นๆ อย่างอบเชยและลูกจันทน์เทศไม่ได้มีดีแค่กลิ่นหอม แต่อบเชยมีการศึกษากันอย่างกว้างขวางว่าช่วยให้เซลล์ในร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น ทำให้ดึงน้ำตาลจากเลือดไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าการทานอบเชยเพียงวันละครึ่งช้อนชาก็ส่งผลดีต่อการคุมน้ำตาลได้แล้ว ส่วนน้ำส้มและน้ำแอปเปิลปริมาณเล็กน้อยที่ใช้ตุ๋นจะให้ความหวานและกลิ่นหอมโดยไม่กระทบต่อระดับน้ำตาลมากนัก โดยเฉพาะเมื่อเคี่ยวจนงวดและเข้มข้นขึ้น

เพื่อให้คุมน้ำตาลได้ดีที่สุด แนะนำให้ทานของหวานจานนี้หลังมื้ออาหารที่มีโปรตีนและไขมันดี ใยอาหารและสารอาหารจากอาหารจานหลักจะช่วยให้การย่อยช้าลงไปอีก และการเดินเล่นสั้นๆ สัก 10 นาทีหลังอาหารก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลส่วนเกินไปใช้ได้ อย่าลืมว่าค่าภาระน้ำตาลนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณที่ทานด้วย สูตรนี้กำหนดปริมาณมาให้พอเหมาะเพื่อให้คาร์โบไฮเดรตรวมไม่สูงเกินไป แต่ยังได้ความหวานและสารอาหารที่น่าพึงพอใจครับ

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ