← กลับไปที่สูตรอาหาร
พีชตุ๋นวานิลลากลิ่นอัลมอนด์ สูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ - สูตรอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปราศจากกลูเตน ปราศจากนม มังสวิรัติ วีแกน ปราศจากถั่ว ปราศจากไข่ ปราศจากถั่วเหลือง ง่าย

พีชตุ๋นวานิลลากลิ่นอัลมอนด์ สูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ

ผลไม้รสหวานธรรมชาติที่นำมาตุ๋นในน้ำเชื่อมวานิลลาใสๆ โดยใช้น้ำตาลน้อยที่สุด เป็นของหวานที่ดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้หายอยากของหวานได้โดยไม่ทำให้น้ำตาลพุ่งสูง

5 min
เวลาเตรียม
15 min
เวลาปรุงอาหาร
20 min
เวลาทั้งหมด
4
จำนวนที่เสิร์ฟ

ของหวานจานหรูอย่างพีชตุ๋นนี้แสดงให้เห็นว่าเราสามารถเพลิดเพลินกับของหวานจากผลไม้ไปพร้อมกับการคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราลดปริมาณน้ำตาลลงจากสูตรปกติเยอะมาก โดยเน้นความหวานธรรมชาติจากพีชสุก เสริมด้วยกลิ่นหอมของวานิลลาและอัลมอนด์ การตุ๋นด้วยไฟอ่อนช่วยรักษาใยอาหารในผลไม้ ซึ่งจะช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคสและป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง พีชสดมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) อยู่ที่ประมาณ 42 ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับของหวานถ้าเราคุมปริมาณให้พอเหมาะ ใยอาหารในเปลือกและเนื้อพีชจะช่วยคุมการหลั่งน้ำตาลผลไม้เข้าสู่กระแสเลือด ด้วยการใส่น้ำตาลเพิ่มแค่ 2 ช้อนโต๊ะสำหรับทั้งสูตร (แบ่งทานได้ 4 คน หรือแค่ครึ่งช้อนโต๊ะต่อคน) และเสิร์ฟพร้อมน้ำที่ใช้ตุ๋น คุณจะได้ของหวานที่ทำให้อิ่มเอมใจโดยไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดแกว่งเหมือนของหวานทั่วไป แต่ละส่วนประกอบด้วยพีชหนึ่งผล (หั่นสี่ส่วน) และน้ำตาลที่เติมเพิ่มประมาณ 1.5 ช้อนชา ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับสูตรผลไม้ตุ๋นทั่วไปที่มักใช้น้ำตาลถึง 1 ถ้วยหรือมากกว่านั้น ค่าภาระน้ำตาล (GL) ต่อส่วนจึงอยู่ที่ 10.1 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง และน่าจะทำให้น้ำตาลค่อยๆ ขึ้นมากกว่าที่จะพุ่งสูงปรี๊ด เพื่อการคุมน้ำตาลที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานของหวานจานนี้หลังมื้ออาหารที่มีโปรตีนและไขมันดี ซึ่งจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้อีก กลิ่นวานิลลาช่วยให้รู้สึกฟินกับของหวานได้โดยไม่ต้องเติมคาร์โบไฮเดรต ลองทานคู่กับกรีกโยเกิร์ตสักนิดหรืออัลมอนด์สักกำมือเพื่อเพิ่มโปรตีนและไขมันดี จะยิ่งช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่มากขึ้น กลิ่นอัลมอนด์ช่วยเพิ่มมิติของรสชาติโดยไม่กระทบต่อระดับน้ำตาล ทำให้เป็นของหวานที่ดูดีและดีต่อสุขภาพระบบเผาผลาญของคุณด้วย

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

10.1
ค่าภาระน้ำตาล
MEDIUM

มีผลต่อระดับน้ำตาลในระดับปานกลางด้วยค่า GI 63 และ GL 10.1 ซึ่งน่าจะทำให้น้ำตาลค่อยๆ สูงขึ้นในช่วง 30-60 นาที และคงที่ภายใน 2 ชั่วโมง การเติมน้ำตาลเพิ่มจะทำให้ร่างกายตอบสนองต่อระดับน้ำตาลมากกว่าการทานพีชสดเพียงอย่างเดียว

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Pair with a protein source like Greek yogurt or a handful of almonds to slow sugar absorption and reduce the glycemic spike
  • Eat this dessert after a meal containing fiber and protein rather than on an empty stomach to minimize blood sugar impact
  • Take a 10-15 minute walk after eating to help muscles absorb glucose and lower the post-meal blood sugar peak

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    เทน้ำเปล่า 2 ถ้วย (480 มล.) ลงในหม้อขนาดกลาง ใส่น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ (หรือจะใช้สารให้ความหวานอย่างอิริทริทอลหรืออัลลูโลส 2 ช้อนโต๊ะแทนก็ได้เพื่อไม่ให้มีผลต่อระดับน้ำตาล) ตามด้วยฝักวานิลลาและเมล็ดที่ขูดไว้ ตั้งไฟกลางค่อนอ่อนแล้วคนเบาๆ จนน้ำตาลละลายหมด ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที

  2. 2

    เคี่ยวน้ำเชื่อมวานิลลาด้วยไฟอ่อนต่ออีก 5 นาที คนเป็นพักๆ จนกลิ่นวานิลลาเริ่มหอมฟุ้งเข้าไปในน้ำ น้ำเชื่อมที่ได้ควรจะใสและหวานน้อยมาก ให้มีความหวานแค่พอไปเสริมรสหวานตามธรรมชาติของผลไม้เท่านั้น

  3. 3

    ใส่กลิ่นอัลมอนด์แท้ 1/2 ช้อนชาลงในน้ำเชื่อมที่กำลังเดือดรุมๆ แล้วคนให้เข้ากัน กลิ่นอัลมอนด์จะช่วยชูรสชาติของผลไม้ให้เด่นชัดขึ้นโดยไม่เพิ่มคาร์โบไฮเดรตและไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด

  4. 4

    ค่อยๆ ใส่พีชที่หั่นไว้ 4 ลูก (รวมเป็น 16 ชิ้น) ลงในน้ำเชื่อม พยายามเรียงให้เป็นชั้นเดียวถ้าทำได้ ลดไฟลงเป็นไฟอ่อนให้พอมีฟองเดือดปุดๆ เล็กน้อย วิธีนี้จะช่วยรักษาโครงสร้างใยอาหารของผลไม้ไว้ ซึ่งสำคัญมากต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

  5. 5

    ต้มพีชในน้ำเชื่อม (poach) ประมาณ 4-5 นาที โดยใช้ทัพพีโปร่งกลับด้านหนึ่งครั้งเมื่อผ่านไปครึ่งทาง ต้มจนเนื้อนุ่มพอที่ส้อมจิ้มเข้าได้แต่ยังคงรูปทรงสวยอยู่ ระวังอย่าต้มนานเกินไป เพราะจะทำให้ใยอาหารที่มีประโยชน์สลายตัว ซึ่งใยอาหารนี้ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด

  6. 6

    ใช้ทัพพีโปร่งค่อยๆ ตักพีชขึ้นมาใส่ถ้วยเสิร์ฟ 4 ใบ แบ่งให้เท่าๆ กัน (ถ้วยละ 4 ชิ้น หรือเท่ากับพีช 1 ลูกต่อคน) จากนั้นตักน้ำเชื่อมวานิลลาอัลมอนด์อุ่นๆ ราดลงไปถ้วยละ 2-3 ช้อนโต๊ะเพื่อเพิ่มความชุ่มฉ่ำและรสชาติ

  7. 7

    ตกแต่งแต่ละถ้วยด้วยใบสะระแหน่สด 2 ใบ หรือโรยผงอบเชยบางๆ เพื่อความสวยงามและเพิ่มกลิ่นหอม เสิร์ฟทันทีขณะยังอุ่น หรือจะแช่เย็นไว้ 2 ชั่วโมงเพื่อทานเป็นของหวานเย็นชื่นใจก็ได้ เพื่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีขึ้น แนะนำให้ทานของหวานจานนี้หลังมื้ออาหารที่มีโปรตีนสูง หรือทานคู่กับกรีกโยเกิร์ตสูตรไขมันปกติ 2 ช้อนโต๊ะ หรืออัลมอนด์ดิบ 10-12 เม็ด เพื่อเพิ่มโปรตีนและไขมันดี ซึ่งจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ยิ่งขึ้น

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 87 349
คาร์โบไฮเดรต 21g 83g
น้ำตาล 19g 76g
น้ำตาลเพิ่ม 6g 25g
น้ำตาลธรรมชาติ 13g 51g
โปรตีน 1g 6g
ไขมัน 1g 2g
ไขมันไม่อิ่มตัว 0g 0g
ไฟเบอร์ 2g 9g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 1g 3g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 2g 6g
โซเดียม 0mg 1mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ 2 Tablespoons Erythritol (Zero Glycemic Impact, 1:1 Substitution), 2 Tablespoons Allulose (Zero Glycemic Impact, 1:1 Substitution), 1 Tablespoon Monk Fruit Sweetener (Zero Glycemic Impact, Use Less Due To Higher Sweetness Intensity)

การเปลี่ยนจากน้ำตาลทรายมาเป็นสารให้ความหวานที่ไม่มีแคลอรีและไม่กระตุ้นน้ำตาล จะช่วยตัดน้ำตาลที่เติมเพิ่มออกไปได้ทั้งหมด ช่วยลดค่าภาระน้ำตาล (GL) จาก 10.1 เหลือประมาณ 7.5 ต่อส่วน และลดค่า GI โดยประมาณจาก 42 เหลือประมาณ 38 ทำให้ของหวานจานนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องคุมน้ำตาลอย่างเข้มงวด โดยที่ยังคงความหวานอ่อนๆ ที่เข้ากับรสธรรมชาติของผลไม้ได้ดี อิริทริทอลและอัลลูโลสให้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงน้ำตาลที่สุดสำหรับการนำมาตุ๋น

พีชสุกผลใหญ่ 4 ผล 4 Medium Firm Pears, Quartered And Cored (GI 38, Similar Fiber Content), 3 Cups Fresh Strawberries, Hulled And Halved (GI 40, Lower Carbohydrate Density), 4 Medium Plums, Pitted And Quartered (GI 40, Similar Stone Fruit Profile)

ถึงแม้พีชจะเป็นผลไม้ที่มีค่า GI ปานกลางอยู่แล้ว แต่การเปลี่ยนไปใช้ลูกแพร์ สตรอว์เบอร์รี หรือลูกพลัมแทน ก็ช่วยเพิ่มความหลากหลายในขณะที่ยังรักษาค่าดัชนีน้ำตาลให้ใกล้เคียงเดิมหรือต่ำลงได้ ลูกแพร์มีค่า GI อยู่ที่ 38 และมีใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน ส่วนสตรอว์เบอร์รีมีค่า GI 40 แต่มีความหนาแน่นของคาร์โบไฮเดรตต่ำกว่ามาก (ประมาณ 8 กรัมต่อถ้วย เทียบกับพีช 1 ลูกที่มี 15 กรัม) ทำให้มีค่าโหลดน้ำตาล (glycemic load) ต่ำเพียงประมาณ 6-7 ต่อหน่วยบริโภค สำหรับลูกพลัมนั้นมีค่า GI 40 และเข้ากันได้ดีมากกับกลิ่นวานิลลาและอัลมอนด์ ผลไม้เหล่านี้ทั้งหมดเหมาะกับการนำมาต้มในน้ำเชื่อม (poach) และยังคงรักษาโครงสร้างใยอาหารไว้ได้ดีหากไม่ต้มนานจนเกินไป

ใบสะระแหน่สดสำหรับตกแต่ง Ground Cinnamon (1/4 Teaspoon Per Serving), Fresh Basil Leaves (2-3 Per Serving), Lemon Zest (1/2 Teaspoon Per Serving)

ในขณะที่สะระแหน่เป็นตัวเลือกที่ดีมากเพราะไม่มีคาร์โบไฮเดรต แต่อบเชยก็มีประโยชน์ต่อระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มเติมด้วย โดยมีผลการศึกษาพบว่าอบเชยช่วยเพิ่มการตอบสนองต่ออินซูลิน และอาจช่วยลดการพุ่งสูงของน้ำตาลหลังมื้ออาหารได้ถึง 10-15 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใบโหระพาสดจะให้กลิ่นหอมที่แปลกใหม่และเข้ากันได้ดีกับผลไม้ตระกูลพีช และผิวเลมอนจะช่วยเพิ่มความสดชื่นโดยไม่เพิ่มคาร์โบไฮเดรต เครื่องโรยหน้าเหล่านี้ช่วยให้รสชาติมีมิติมากขึ้นโดยไม่ส่งผลต่อค่าโหลดน้ำตาล

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

สูตรนี้ช่วยคุมน้ำตาลได้ด้วย 3 กลไกหลัก คือ ใส่น้ำตาลน้อยมาก รักษาใยอาหารของผลไม้ และการคุมปริมาณที่ทาน พีชสดมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ประมาณ 42 ซึ่งถือว่าต่ำถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อระดับน้ำตาลโดยรวมขึ้นอยู่กับปริมาณและวิธีการปรุงด้วย แต่ละส่วนประกอบด้วยพีชขนาดกลางหนึ่งผล (ประมาณ 150 กรัม) และน้ำตาลที่เติมเพิ่ม 1.5 ช้อนชา ทำให้มีคาร์โบไฮเดรตทั้งหมดประมาณ 18 กรัม และมีค่าภาระน้ำตาล (GL) 10.1 ต่อส่วน ค่า GL เป็นตัววัดที่ใช้ได้จริงมากกว่าค่า GI อย่างเดียว เพราะคำนวณจากปริมาณที่เราทานเข้าไปจริงๆ โดยค่า GL ที่ต่ำกว่า 10 ถือว่าต่ำ ส่วน 10-20 คือปานกลาง สูตรนี้จึงเกาะกลุ่มอยู่ที่ช่วงล่างของระดับปานกลาง การตุ๋นด้วยไฟอ่อนสำคัญมากเพราะช่วยรักษาโครงสร้างใยอาหารตามธรรมชาติ โดยเฉพาะเพกตินซึ่งเป็นใยอาหารละลายน้ำในเนื้อพีช ใยอาหารนี้จะสร้างโครงสร้างคล้ายเจลในระบบย่อยอาหาร ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ป้องกันไม่ให้น้ำตาลพุ่งสูงเหมือนการทานขนมหวานที่ใช้น้ำตาลขัดสีหรือน้ำผลไม้ การไม่ปอกเปลือกพีชตอนตุ๋น (ค่อยปอกออกก่อนทานก็ได้ถ้าชอบ) จะช่วยรักษาใยอาหารและสารโพลีฟีนอลที่ช่วยชะลอการตอบสนองของน้ำตาลในเลือด การใส่น้ำตาลเพิ่มเพียงเล็กน้อย (แค่ 1.5 ช้อนชาต่อส่วน เทียบกับ 3-4 ช้อนโต๊ะในสูตรทั่วไป) ทำให้ความหวานหลักมาจากน้ำตาลธรรมชาติในผลไม้ ซึ่งจะค่อยๆ ถูกปล่อยออกมาเพราะมีใยอาหารช่วยคุมไว้ ฝักวานิลลาและกลิ่นอัลมอนด์ช่วยให้รู้สึกฟินกับของหวานได้โดยไม่ต้องเติมคาร์โบไฮเดรต ทำให้คุณรู้สึกพอใจแม้จะหวานน้อยลง เมื่อทานหลังมื้ออาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนทั้งโปรตีนและไขมันดี สารอาหารเหล่านี้จะช่วยชะลอการระบายอาหารออกจากกระเพาะและการดูดซึมน้ำตาล ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดค่อยๆ ขึ้นประมาณ 20-30 มก./ดล. ในช่วง 60-90 นาที แทนที่จะพุ่งสูงเกิน 50 มก./ดล. ภายใน 30 นาทีเหมือนของหวานน้ำตาลสูง สำหรับผู้ที่มีภาวะดื้ออินซูลินหรือเป็นเบาหวาน การทานคู่กับกรีกโยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ (เพิ่มโปรตีน 6 กรัม ไขมัน 3 กรัม) หรืออัลมอนด์สักกำมือ (เพิ่มโปรตีน 3 กรัม ไขมันดี 7 กรัม) จะช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่ยิ่งขึ้น และอาจลดระดับน้ำตาลที่พุ่งสูงที่สุดลงได้อีก 20-30 เปอร์เซ็นต์

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ