← กลับไปที่สูตรอาหาร
เครปสตรอว์เบอร์รีครีมชีส สูตรคุมน้ำตาล - เมนูค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน มังสวิรัติ ปานกลาง

เครปสตรอว์เบอร์รีครีมชีส สูตรคุมน้ำตาล (แบบค่า GI ต่ำ)

เครปเนื้อนุ่มที่ทำจากแป้งอัลมอนด์หรือแป้งมะพร้าว สอดไส้ครีมชีสรสหวานอ่อนๆ และสตรอว์เบอร์รีสด เป็นของหวานที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หากแบ่งทานในปริมาณที่พอเหมาะและเลือกใช้วัตถุดิบที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ

15 min
เวลาเตรียม
15 min
เวลาปรุงอาหาร
30 min
เวลาทั้งหมด
4
จำนวนที่เสิร์ฟ

เครปสไตล์ฝรั่งเศสจานนี้ช่วยให้คุณคุมน้ำตาลได้โดยไม่ต้องอดของอร่อย การใช้แป้งอัลมอนด์หรือแป้งมะพร้าวเป็นฐานและใช้ครีมชีสเป็นไส้ ช่วยเพิ่มโปรตีนที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ส่วนสตรอว์เบอร์รีสดก็ให้ไฟเบอร์และสารต้านอนุมูลอิสระโดยมีผลต่อระดับน้ำตาลน้อย เคล็ดลับสำคัญคือการเลือกวัตถุดิบและการคุมปริมาณ เครปทั่วไปที่ทำจากแป้งสาลีขัดสีมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) สูงถึง 78-85 แต่การเปลี่ยนมาใช้แป้งอัลมอนด์ (GI ประมาณ 0) หรือแป้งมะพร้าว (GI ประมาณ 45) จะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดนิ่งขึ้นมาก โดยรวมแล้วสูตรนี้จะมีค่า GI อยู่ที่ประมาณ 42-48 เท่านั้น สตรอว์เบอร์รีเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับคนคุมน้ำตาล เพราะมีค่า GI แค่ 40 ส่วนครีมชีสก็มีไขมันและโปรตีนที่ช่วยชะลอการตอบสนองของกลูโคส เราลดน้ำตาลโดยใช้สารให้ความหวานอิริทริทอลแทนน้ำตาลไอซิ่งทั่วไป เพื่อให้ยังได้รสหวานและกลิ่นหอมจากวานิลลา เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานเครปนี้หลังมื้ออาหารที่มีโปรตีนสูง หรือทานคู่กับกรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ การรวมกันของโปรตีน ไขมัน และไฟเบอร์จะช่วยให้ระดับน้ำตาลค่อยๆ สูงขึ้นอย่างช้าๆ ต่างจากเครปหวานทั่วไป สูตรนี้แสดงให้เห็นว่าการปรับเปลี่ยนวัตถุดิบเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะการใช้แป้ง GI ต่ำ สามารถเปลี่ยนเมนูคลาสสิกให้กลายเป็นเมนูที่เป็นมิตรกับผู้ป่วยเบาหวานได้จริง หนึ่งหน่วยบริโภคคือเครป 1 ชิ้น ซึ่งให้ค่าโหลดน้ำตาล (GL) ต่ำที่ประมาณ 8-10 เมื่อใช้แป้งทางเลือกตามที่แนะนำ สิ่งสำคัญคือต้องใช้แป้ง GI ต่ำแทนแป้งสาลีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ระบุไว้

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

12.0
ค่าภาระน้ำตาล
MEDIUM

แม้จะชื่อว่า "สูตรคุมน้ำตาล" แต่อาหารจานนี้มีค่า GI สูงถึง 78 และมีคาร์โบไฮเดรตขัดสี (ตัวเครป, น้ำตาลไอซิ่ง, คาราเมล) ซึ่งจะทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็วภายใน 30-60 นาที และอาจทำให้รู้สึกเพลียหลังจากนั้น 2-3 ชั่วโมง

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Eat a source of protein and fiber before the crepes, such as Greek yogurt with nuts or a handful of almonds, to slow glucose absorption
  • Reduce the portion size by half and add fresh berries on the side instead of caramel to lower the overall glycemic load
  • Take a 15-20 minute walk immediately after eating to help muscles absorb glucose and blunt the blood sugar spike

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    เตรียมแป้งเครป: ใส่แป้งอัลมอนด์ 1 ถ้วย (หรือแป้งมะพร้าว 1/3 ถ้วย), ไข่ไก่ฟองใหญ่ 3 ฟอง, นมอัลมอนด์สูตรไม่หวาน 1/2 ถ้วย, เนยละลายหรือน้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ, สารให้ความหวานอิริทริทอลแบบเกล็ด 2 ช้อนโต๊ะ, กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา และเกลือ 1/4 ช้อนชา ลงในเครื่องปั่นหรือชามผสม ปั่นหรือใช้ตะกร้อมือตีจนเนื้อเนียนละเอียดไม่เป็นก้อน พักแป้งไว้ 5 นาทีเพื่อให้แป้งเซ็ตตัวและข้นขึ้นเล็กน้อย หมายเหตุ: ถ้าใช้แป้งมะพร้าว เนื้อแป้งจะข้นกว่าปกติ อาจจะต้องเติมนมอัลมอนด์เพิ่มอีก 1-2 ช้อนโต๊ะเพื่อให้ได้ความข้นที่พอดี

  2. 2

    ตั้งกระทะเทฟลอนหรือกระทะทำเครปขนาด 8 นิ้วด้วยไฟกลาง ฉีดสเปรย์น้ำมันหรือทาเนยบางๆ เทแป้งประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ (หรือ 2 ช้อนโต๊ะถ้าใช้แป้งมะพร้าว) ลงตรงกลางกระทะ แล้วรีบเอียงและหมุนกระทะเป็นวงกลมทันทีเพื่อให้แป้งแผ่เป็นแผ่นบางสม่ำเสมอทั่วก้นกระทะ แผ่นเครปควรจะบางแต่ไม่ถึงกับโปร่งแสง

  3. 3

    ทอดเครปประมาณ 1-2 นาทีจนขอบเริ่มร่อนและด้านล่างเป็นสีเหลืองทองสวย ใช้ตะหลิวแบบบางค่อยๆ พลิกด้านแล้วทอดต่ออีก 30-60 วินาที ตักใส่จานแล้วทำซ้ำกับแป้งที่เหลือจนได้เครปทั้งหมด 4 แผ่น โดยวางกระดาษไขคั่นระหว่างแผ่นเพื่อไม่ให้ติดกัน เครปที่ทำจากแป้งอัลมอนด์จะบอบบางกว่าแป้งสาลี ดังนั้นต้องระวังตอนพลิกด้านหน่อยนะครับ

  4. 4

    เตรียมไส้ครีมชีส: ใส่ครีมชีสที่นิ่มแล้ว 4 ออนซ์ (8 ช้อนโต๊ะ) ลงในชามผสมขนาดกลาง ใช้เครื่องตีไฟฟ้าความเร็วปานกลางตีครีมชีสประมาณ 1-2 นาทีจนเนียนละเอียดและไม่เหลือเป็นก้อน

  5. 5

    เติมอิริทริทอลแบบผงที่ร่อนแล้ว 2 ช้อนโต๊ะ และกลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา ลงในครีมชีสที่ตีไว้ ตีต่อด้วยความเร็วปานกลางจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีและฟูนุ่ม ใช้เวลาประมาณ 1 นาที ลองชิมรสแล้วเพิ่มความหวานได้ตามชอบโดยการเติมอิริทริทอลเพิ่ม

  6. 6

    วิธีห่อเครป: วางแผ่นเครปทั้ง 4 แผ่นแผ่ลงบนพื้นผิวที่สะอาด แบ่งไส้ครีมชีสให้เท่าๆ กัน โดยทาลงบนเครปแผ่นละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ และเว้นขอบรอบๆ ไว้ประมาณครึ่งนิ้วเพื่อไม่ให้ไส้ทะลักออกมาตอนม้วน

  7. 7

    วางสตรอว์เบอร์รีสดขนาดกลาง 8 ลูก (เด็ดขั้วและหั่นชิ้นแล้ว) ลงบนชั้นครีมชีสให้ทั่ว โดยใช้สตรอว์เบอร์รีประมาณ 2 ลูกต่อเครปหนึ่งแผ่น ค่อยๆ ม้วนเครปให้เป็นทรงกระบอกโดยพับขอบด้านข้างเข้าไปด้วยเพื่อให้ดูสวยงามและเรียบร้อย

  8. 8

    จัดเครปใส่จานเสิร์ฟจานละ 1 ชิ้น ถ้าชอบสามารถโรยอิริทริทอลผง 1 ช้อนชา และราดซอสคาราเมลสูตรไม่มีน้ำตาลแบบอุ่น 2 ช้อนโต๊ะ (ไม่ใส่ก็ได้) หรือจะเสิร์ฟคู่กับเบอร์รี่คอมโพทสด 2 ช้อนโต๊ะก็ได้ ควรทานทันทีตอนที่ยังสดใหม่ เพื่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานหลังจากมื้ออาหารที่มีโปรตีนสูงและจำกัดการทานเพียงครั้งละ 1 ชิ้น อาจทานคู่กับกรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/4 ถ้วย เพื่อเพิ่มโปรตีนและช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ยิ่งขึ้น

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 143 570
คาร์โบไฮเดรต 19g 77g
น้ำตาล 14g 58g
น้ำตาลเพิ่ม 12g 46g
น้ำตาลธรรมชาติ 3g 11g
โปรตีน 2g 8g
ไขมัน 6g 24g
ไขมันอิ่มตัว 3g 13g
ไขมันไม่อิ่มตัว 2g 9g
ไฟเบอร์ 1g 3g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 0g 1g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 1g 2g
โซเดียม 88mg 351mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

เครปโฮลเกรน (กรณีใช้เครปแป้งสาลีสำเร็จรูป) Homemade Almond Flour Crepes (GI ~0-5), Homemade Coconut Flour Crepes (GI ~45)

เครปแป้งสาลีสำเร็จรูป แม้จะเป็นสูตรโฮลเกรน ก็ยังมีค่า GI สูงถึง 65-75 และทำให้น้ำตาลพุ่งสูงได้เร็ว ส่วนเครปแป้งอัลมอนด์มีคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้น้อยมากและแทบไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาล ขณะที่เครปแป้งมะพร้าวมีค่า GI ระดับปานกลางที่ 45 แป้งทางเลือกทั้งสองชนิดนี้ให้ไฟเบอร์และโปรตีนมากกว่าแป้งสาลีถึง 3-4 เท่า ช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่กว่า การเปลี่ยนแป้งจึงสำคัญมาก เพราะถ้าไม่เปลี่ยน สูตรนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นเมนู GI ต่ำหรือเหมาะกับคนเป็นเบาหวาน

น้ำตาลไอซิ่ง (น้ำตาลทรายป่นทั่วไป) Powdered Erythritol, Powdered Monk Fruit Sweetener, Powdered Allulose

น้ำตาลไอซิ่งทั่วไปมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) อยู่ที่ 65 และมีคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมเร็ว 4 กรัมต่อช้อนชา ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงทันที ส่วนอิริทริทอล หล่อฮังก๊วย และอัลลูโลส เป็นสารให้ความหวานที่มีค่าดัชนีน้ำตาลเป็นศูนย์ ให้ความหวานได้โดยไม่กระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดหรืออินซูลิน แนะนำให้ใช้อิริทริทอลเป็นพิเศษเพราะให้ความรู้สึกเย็นๆ คล้ายกับเนื้อสัมผัสของน้ำตาลไอซิ่ง การเปลี่ยนมาใช้สิ่งนี้จะช่วยลดน้ำตาลไปได้ 8-12 กรัม แต่ยังคงรสชาติของขนมหวานไว้ได้เหมือนเดิม

ซอสคาราเมลสูตรไม่มีน้ำตาล (หากมีส่วนผสมของมอลทิทอลหรือน้ำตาลแอลกอฮอล์ที่มีค่า GI สูง) Homemade Erythritol-Based Caramel Sauce, Sugar-Free Caramel Made With Allulose, Omit Entirely And Use Fresh Berry Compote Instead

ซอสสูตรไม่มีน้ำตาลตามท้องตลาดหลายยี่ห้อมีส่วนผสมของมอลทิทอล ซึ่งมีค่า GI อยู่ที่ 35-52 อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและทำให้ไม่สบายท้องได้ ส่วนซอสคาราเมลที่ใช้อิริทริทอลหรืออัลลูโลสจะไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลเลย แต่ยังให้รสชาติที่เข้มข้นเหมือนเดิม หรือจะเลือกใช้เบอร์รี่กวนสดที่ทำจากสตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และน้ำเลมอนนิดหน่อย ก็จะได้ทั้งสารต้านอนุมูลอิสระและกากใย โดยมีค่าภาระน้ำตาล (GL) ต่ำมาก (ประมาณ 3-4 ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค)

เนยจืดทั่วไป (หากกังวลเรื่องไขมันอิ่มตัว) Grass-Fed Butter (Higher In Omega-3s), Coconut Oil (Provides MCT Fats), Avocado Oil (For Cooking The Crepes)

แม้ว่าเนยจะไม่มีผลโดยตรงต่อระดับน้ำตาลในเลือด แต่การเลือกใช้เนยจากวัวที่กินหญ้าจะช่วยเพิ่มกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดการอักเสบและส่งเสริมการทำงานของอินซูลิน ส่วนน้ำมันมะพร้าวมีไตรกลีเซอไรด์สายปานกลางที่เผาผลาญต่างจากไขมันอื่นและอาจช่วยเรื่องการเผาผลาญน้ำตาลได้ สำหรับน้ำมันอะโวคาโดนั้นอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งมีผลการวิจัยว่าช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลินและลดการพุ่งสูงของน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารเมื่อกินคู่กับคาร์โบไฮเดรต

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

สูตรนี้ช่วยคุมน้ำตาลผ่าน 3 กลไกหลัก คือ การเปลี่ยนแป้ง การสร้างสมดุลโปรตีน-ไขมัน และการคุมปริมาณ แป้งอัลมอนด์แทบไม่มีคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้และมีค่า GI ใกล้ศูนย์ ส่วนแป้งมะพร้าวมีค่า GI ประมาณ 45 ซึ่งทั้งคู่ต่ำกว่าแป้งสาลีที่มีค่า GI 78-85 มาก การเปลี่ยนมาใช้แป้งเหล่านี้ช่วยลดผลกระทบต่อระดับน้ำตาลได้ถึง 60-70% ไส้ครีมชีสให้โปรตีน 4 กรัมและไขมัน 5 กรัมต่อชิ้น ช่วยให้กระเพาะอาหารย่อยช้าลงและชะลอการดูดซึมน้ำตาล สตรอว์เบอร์รีมีคาร์โบไฮเดรตสุทธิเพียง 4 กรัมต่อส่วนและมีค่า GI ต่ำ ทำให้เป็นผลไม้ที่ดีมากสำหรับการคุมน้ำตาล เมื่อรวมกันแล้วจะให้ค่าโหลดน้ำตาล (GL) เพียง 8-10 ต่อชิ้น (ถือว่าต่ำ) หมายความว่าระดับน้ำตาลจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ไม่พุ่งสูงปรี๊ด หากเทียบกับเครปแป้งสาลีใส่น้ำตาลไอซิ่งทั่วไปจะมีค่า GL สูงถึง 12.7-25 ต่อชิ้น ส่วนสารให้ความหวานอิริทริทอลนั้นไม่กระตุ้นน้ำตาลในเลือดเลย เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรทานของหวานนี้หลังมื้ออาหารที่สมดุลซึ่งมีโปรตีนและไขมันดี เพื่อช่วยลดการตอบสนองของน้ำตาลให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ