← กลับไปที่สูตรอาหาร
ถั่วบัตเตอร์สไตล์เมดิเตอร์เรเนียนกับแกะคลุกสมุนไพร - สูตรดัชนีน้ำตาลต่ำ
ดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ปราศจากกลูเตน ปานกลาง

ถั่วบัตเตอร์สไตล์เมดิเตอร์เรเนียนกับแกะคลุกสมุนไพร

เนื้อแกะจี่จนนุ่มทานคู่กับถั่วบัตเตอร์เนื้อครีมเคี่ยวในซุปมะเขือเทศหอมๆ เมนูสไตล์กรีกที่โปรตีนสูงและค่า GI ต่ำ ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่

10 min
เวลาเตรียม
25 min
เวลาปรุงอาหาร
35 min
เวลาทั้งหมด
4
จำนวนที่เสิร์ฟ

เมนูสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนจานนี้รวมเอาประโยชน์ของเนื้อแกะที่โปรตีนสูงและถั่วบัตเตอร์ที่มีใยอาหารเยอะเข้าด้วยกัน ช่วยให้อิ่มท้องโดยไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง ถั่วบัตเตอร์มีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ต่ำเพียงประมาณ 30 ช่วยให้พลังงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ใยอาหารสูงจะช่วยชะลอการย่อยและทำให้น้ำตาลในเลือดคงที่

สูตรนี้ใช้เนื้อสันในแกะที่ไม่ติดมัน ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่ช่วยลดการตอบสนองต่อดัชนีน้ำตาลของมื้ออาหาร กระเทียมและหอมหัวใหญ่ช่วยเพิ่มรสชาติและมีสารอาหารที่ส่งเสริมการทำงานของอินซูลิน ส่วนน้ำซุปมะเขือเทศที่เคี่ยวกับน้ำสต๊อกไก่และตบท้ายด้วยน้ำส้มสายชูไวน์แดง จะช่วยสร้างรสชาติที่เข้มข้นโดยไม่ต้องเติมน้ำตาล

เพื่อการจัดการน้ำตาลในเลือดที่ดีที่สุด แนะนำให้เริ่มทานถั่วและผักก่อน แล้วค่อยตามด้วยเนื้อแกะ ลำดับการกินแบบนี้สามารถลดการพุ่งสูงของน้ำตาลหลังมื้ออาหารได้ถึง 40% การเติมเฟต้าชีสช่วยเพิ่มไขมันดีและโปรตีนที่ช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต ส่วนผักชีลาวสดนอกจากจะให้รสชาติแบบกรีกแท้ๆ แล้ว ยังมีสารที่อาจช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย มื้อนี้ให้โปรตีนประมาณ 35-40 กรัมต่อส่วน โดยมีค่าภาระน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับเป็นมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นเมื่อทานคู่กับสลัดผักใบเขียว

ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด

15.5
ค่าภาระน้ำตาล
MEDIUM

มื้อนี้ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำถึงปานกลาง เนื่องจากมีค่า GI 29 และค่า GL 15.5 การรวมตัวของโปรตีนจากแกะ ใยอาหารจากถั่วบัตเตอร์ และไขมันดีจากน้ำมันมะกอกและเฟต้าชีส จะช่วยให้การปล่อยน้ำตาลคงที่และให้พลังงานต่อเนื่องยาวนาน 3-4 ชั่วโมง

เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด

  • Eat the lamb and vegetables first before the butter beans to slow carbohydrate absorption through the protein and fat priority method
  • Pair this meal with a 10-15 minute walk after eating to help muscles absorb glucose and blunt any blood sugar rise
  • Add a side of leafy greens or a small salad with vinegar-based dressing before the meal to further slow digestion and improve glucose response

🥗 ส่วนผสม

👨‍🍳 วิธีทำ

  1. 1

    ซับเนื้อสันในแกะให้แห้งด้วยกระดาษอเนกประสงค์ ในถ้วยใบเล็ก ผสมน้ำมันมะกอกครึ่งช้อนโต๊ะกับกระเทียมบุบ 1 กลีบ นำไปทาให้ทั่วเนื้อแกะ แล้วปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำบดใหม่ๆ ให้ทั่ว พักไว้ที่อุณหภูมิห้องเพื่อหมักในระหว่างที่เตรียมส่วนผสมถั่ว หรือจะปิดฝาแล้วแช่เย็นไว้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงเพื่อให้รสชาติซึมเข้าเนื้อมากขึ้นก็ได้

  2. 2

    ตั้งกระทะก้นลึกใบใหญ่ด้วยไฟกลาง ใส่น้ำมันมะกอกที่เหลืออีก 1 ช้อนโต๊ะลงไป ใส่หอมหัวใหญ่สับและกระเทียมบุบที่เหลืออีก 2 กลีบ ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย แล้วผัดประมาณ 7-8 นาที หมั่นคนเป็นระยะจนหอมหัวใหญ่นุ่มและใส แต่ไม่ต้องให้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

  3. 3

    ใส่พิวเรมะเขือเทศลงไปผัดประมาณ 1 นาทีเพื่อให้มีกลิ่นหอมและรสเข้มข้นขึ้น ใส่ผักชีลาวสับ (เหลือใบสวยๆ ไว้โรยหน้า) น้ำส้มสายชูไวน์แดง และน้ำสต๊อกไก่ คนให้เข้ากันดี แล้วใส่ถั่วบัตเตอร์ที่เตรียมไว้ลงไป ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ

  4. 4

    รอให้ส่วนผสมถั่วเริ่มเดือดปุดๆ แล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อนถึงกลาง เคี่ยวโดยไม่ต้องปิดฝาประมาณ 15 นาที หมั่นคนเป็นระยะจนน้ำงวดลงเหลือประมาณหนึ่งในสาม และถั่วนุ่มนิ่มน่ากิน ตัวซอสควรจะมีความข้นกำลังดี ไม่เหลวเป็นซุป

  5. 5

    ระหว่างที่เคี่ยวถั่ว ให้ตั้งกระทะก้นหนาหรือกระทะเหล็กหล่อด้วยไฟแรงจนร้อนจัด ใส่เนื้อแกะที่หมักไว้ลงไปจี่โดยไม่ต้องขยับประมาณ 2 นาทีจนผิวเริ่มเกรียมสวย จากนั้นกลับด้านแล้วจี่ให้ทั่วทุกด้าน ใช้เวลาปรุงทั้งหมดประมาณ 5 นาทีสำหรับความสุกระดับมีเดียมแรร์ (medium-rare) หรือนานกว่านั้นหากชอบเนื้อที่สุกกว่านี้

  6. 6

    ตักเนื้อแกะขึ้นมาพักบนเขียง คลุมด้วยฟอยล์หลวมๆ แล้วพักทิ้งไว้ 5 นาที การพักเนื้อจะช่วยให้น้ำในเนื้อกระจายตัวได้ทั่วถึง ทำให้เนื้อนุ่มที่สุด

  7. 7

    หั่นเนื้อแกะตามขวางลายเนื้อให้เป็นชิ้นหนาประมาณ 1-2 เซนติเมตร ตักส่วนผสมถั่วบัตเตอร์อุ่นๆ แบ่งใส่ชามก้นตื้นหรือจาน 4 ใบ แล้ววางเนื้อแกะที่หั่นไว้ด้านบนหรือข้างๆ ถั่ว

  8. 8

    ปิดท้ายด้วยการโรยเฟต้าชีสบดและตกแต่งด้วยใบผักชีลาวที่แบ่งไว้ เสิร์ฟทันทีขณะยังร้อน อาจจะทานคู่กับผักใบเขียวหรือสลัดแตงกวาง่ายๆ เพื่อเพิ่มกากใยและสารอาหาร

📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ

ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ทั้งจาน
แคลอรี 584 2336
คาร์โบไฮเดรต 50g 200g
น้ำตาล 10g 38g
น้ำตาลธรรมชาติ 10g 38g
โปรตีน 45g 181g
ไขมัน 24g 96g
ไขมันอิ่มตัว 9g 35g
ไขมันไม่อิ่มตัว 15g 62g
ไฟเบอร์ 15g 61g
ไฟเบอร์ละลายน้ำ 0g 1g
ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ 1g 3g
โซเดียม 586mg 2345mg

การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์

high: 140 ↑ high: 140 mg/dL mg/dL
มื้อนี้

ถ้าคุณ...

โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ

ถั่วบัตเตอร์ Cannellini Beans, Black Soybeans, Lupini Beans

ถั่วคานเนลลินีมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าถั่วบัตเตอร์ (31 เทียบกับ 36) ในขณะที่ถั่วเหลืองผิวดำมีค่า GI ต่ำมากเพียงประมาณ 15 และถั่วลูพินีมีคาร์โบไฮเดรตสุทธิต่ำมาก ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยกว่า

หอมหัวใหญ่ Leeks (Green Parts Only), Celery, Fennel Bulb

ผักพวกนี้มีคาร์โบไฮเดรตต่ำกว่าหัวหอม โดยขึ้นฉ่ายฝรั่งและฟินเนลจะให้กลิ่นหอมคล้ายๆ กัน แต่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมาก

มะเขือเทศเข้มข้น Fresh Tomatoes (Diced), Sun-Dried Tomatoes (Small Amount), Roasted Red Peppers

มะเขือเทศสดมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าเพราะมีน้ำเป็นส่วนประกอบสูงและมีน้ำตาลน้อยกว่ามะเขือเทศเข้มข้น แต่ยังให้รสอูมามิที่เข้มข้นเหมือนกันโดยไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง

น้ำส้มสายชูไวน์แดง Apple Cider Vinegar, Lemon Juice, White Wine Vinegar

แม้น้ำส้มสายชูไวน์แดงจะมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำอยู่แล้ว แต่แอปเปิลไซเดอร์และน้ำเลมอนมีส่วนช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลินและช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง ซึ่งจะช่วยลดการพุ่งสูงของระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารได้ดียิ่งขึ้น

น้ำสต๊อกไก่ Bone Broth, Vegetable Stock (Low-Sodium), Water With Herbs

น้ำต้มกระดูกมีคอลลาเจนและเจลาตินที่อาจช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต ส่วนน้ำสต๊อกผักทำเองที่ไม่ใส่น้ำตาลหรือแป้งจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าไม่มีคาร์โบไฮเดรตแฝงที่จะไปเพิ่มค่าดัชนีน้ำตาล

🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้

ทำไมเมนูนี้ถึงดีต่อการรักษาสมดุลน้ำตาลในเลือด

เมนูแกะสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนจานนี้คือตัวอย่างที่ดีของการกินอาหารเพื่อคุมน้ำตาล ด้วยค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ที่ต่ำเพียง 29 และค่าภาระน้ำตาล (GL) ระดับปานกลางที่ 15.5 หัวใจสำคัญคือการจับคู่เนื้อแกะที่โปรตีนสูงกับไขมันดีจากน้ำมันมะกอก ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อชะลอการย่อยคาร์โบไฮเดรตให้ช้าลงอย่างมาก เมื่อคุณกินโปรตีนและไขมันพร้อมกับคาร์โบไฮเดรต กระเพาะอาหารจะย่อยช้าลง ทำให้น้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ แทนที่จะพุ่งสูงขึ้นทันที ส่วนถั่วบัตเตอร์แม้จะมีคาร์โบไฮเดรต แต่ก็เต็มไปด้วยใยอาหารชนิดละลายน้ำที่จะกลายเป็นเจลในระบบย่อยอาหาร ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและทำให้อิ่มนานหลายชั่วโมง

ผักที่มีกลิ่นหอมอย่างกระเทียมและหอมหัวใหญ่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังมีคาร์โบไฮเดรตน้อยมากและมีสารที่ช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น มะเขือเทศเข้มข้น (tomato paste) ให้รสชาติอูมามิโดยมีน้ำตาลตามธรรมชาติเพียงเล็กน้อย ทำให้ค่าภาระน้ำตาลโดยรวมไม่สูงเกินไป อย่าลืมว่าค่าภาระน้ำตาลนั้นพิจารณาทั้งคุณภาพและปริมาณของคาร์โบไฮเดรต นั่นคือเหตุผลที่มื้อที่อิ่มท้องขนาดนี้ยังมีคะแนนที่ดีมาก

เพื่อประโยชน์สูงสุด ลองทานผักและเนื้อแกะก่อน แล้วค่อยทานถั่วบัตเตอร์เป็นลำดับสุดท้าย กลยุทธ์ "การเรียงลำดับอาหาร" นี้สามารถลดการพุ่งของน้ำตาลได้ถึง 40% และลองไปเดินเล่นสัก 10-15 นาทีหลังมื้ออาหารเพื่อให้กล้ามเนื้อช่วยดูดซึมน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น จานนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าการคุมน้ำตาลไม่จำเป็นต้องสละรสชาติหรือความอิ่มอร่อยเลย

สูตรที่เกี่ยวข้อง

Food diary cheat sheet

PDF ฟรี — 3 หน้า

สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์

บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์

ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ