- หน้าแรก
- /
- สูตร GI ต่ำ
- /
- อัลมอนด์หนึ่งกำมือ
อัลมอนด์หนึ่งกำมือ
ของว่างจากอัลมอนด์ดิบในปริมาณที่พอเหมาะ ช่วยให้พลังงานต่อเนื่องโดยไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง เหมาะมากสำหรับการคุมระดับน้ำตาลระหว่างมื้ออาหาร
ของว่างที่ดูเรียบง่ายแต่ให้ประโยชน์มหาศาลนี้ ดึงเอาข้อดีตามธรรมชาติของอัลมอนด์มาช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ที่เป็น 0 อัลมอนด์จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ตลอดทั้งวัน การผสมผสานที่ลงตัวของไขมันดี โปรตีน และใยอาหาร ช่วยให้การย่อยอาหารช้าลงและป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเหมือนเวลาทานของว่างทั่วไป
อัลมอนด์อุดมไปด้วยแมกนีเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญต่อความไวต่ออินซูลินและการเผาผลาญน้ำตาล งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทานอัลมอนด์เป็นประจำช่วยให้คุมน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นในระยะยาว และลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 นอกจากนี้ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในอัลมอนด์ยังช่วยให้อิ่มท้องนานขึ้น ลดความอยากอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง
เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อระดับน้ำตาลในเลือด แนะนำให้ทานเป็นของว่างช่วงสายหรือช่วงบ่ายตอนที่เริ่มรู้สึกหมดแรง คุณอาจทานคู่กับผลไม้ที่มีค่า GI ต่ำอย่างเบอร์รี่หรือแอปเปิ้ลสักชิ้นเพื่อเพิ่มสารอาหาร หรือทานหลังมื้ออาหารเพื่อช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลจากอาหารอื่น ปริมาณที่แนะนำคือประมาณ 23 เม็ด (หรือประมาณ 1 ออนซ์) ซึ่งให้พลังงานประมาณ 160 แคลอรีและโปรตีน 6 กรัม เป็นปริมาณที่พอดีสำหรับการเติมพลังโดยไม่มากเกินไป
ผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด
ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยมากจนแทบไม่มีผล อัลมอนด์มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ ไขมันดี ใยอาหาร และโปรตีนสูง ช่วยให้พลังงานคงที่นาน 3-4 ชั่วโมงโดยไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่ง
เคล็ดลับเรื่องน้ำตาลในเลือด
- ✓ Eat almonds as a mid-morning or mid-afternoon snack to prevent blood sugar dips between meals
- ✓ Pair with a small piece of fruit if desired, as the fat and fiber will slow sugar absorption
- ✓ Stay hydrated while eating nuts to aid digestion and help you feel satisfied with a smaller portion
🥗 ส่วนผสม
- 23 pcs อัลมอนด์ดิบ
- 23 pcs อัลมอนด์ดิบ
👨🍳 วิธีทำ
- 1
นับอัลมอนด์ดิบประมาณ 23 เม็ด ซึ่งเท่ากับประมาณหนึ่งออนซ์หรือหนึ่งกำมือเล็กๆ
- 2
ใส่อัลมอนด์ลงในถ้วยเล็กหรือภาชนะเพื่อให้คุมปริมาณการทานได้ง่าย
- 3
ถ้าอยากให้หอมขึ้น จะเอาอัลมอนด์ไปคั่วในกระทะด้วยไฟกลางสัก 2-3 นาทีก็ได้นะ แต่ถ้ากินแบบดิบๆ เลยจะได้สารอาหารครบถ้วนที่สุด
- 4
ค่อยๆ กินและเคี้ยวอัลมอนด์ให้ละเอียดนะ จะได้ช่วยเรื่องการย่อยและทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้นด้วย
- 5
ถ้าอยากคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี แนะนำให้กินเป็นของว่างระหว่างมื้อตอนที่ต้องการพลังงาน หรือจะกินคู่กับผลไม้ที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำอย่างพวกเบอร์รี่หรือแอปเปิ้ลลูกเล็กๆ ก็ได้เหมือนกัน
- 6
อัลมอนด์ที่เหลือให้เก็บใส่ภาชนะที่ปิดสนิท ไว้ในที่แห้งและเย็น จะได้คงความสดใหม่และไม่เหม็นหืน
- 7
ในมื้อถัดไป ลองกินพวกผักหรือโปรตีนก่อนที่จะกินแป้งดูนะ วิธีนี้จะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ไปตลอดทั้งวันเลย
📊 โภชนาการต่อหนึ่งเสิร์ฟ
| ต่อหนึ่งเสิร์ฟ | ทั้งจาน | |
|---|---|---|
| แคลอรี | 162 | 162 |
| คาร์โบไฮเดรต | 6g | 6g |
| น้ำตาล | 1g | 1g |
| น้ำตาลธรรมชาติ | 1g | 1g |
| โปรตีน | 6g | 6g |
| ไขมัน | 14g | 14g |
| ไขมันอิ่มตัว | 1g | 1g |
| ไขมันไม่อิ่มตัว | 12g | 12g |
| ไฟเบอร์ | 4g | 4g |
| ไฟเบอร์ละลายน้ำ | 1g | 1g |
| ไฟเบอร์ไม่ละลายน้ำ | 3g | 3g |
| โซเดียม | 0mg | 0mg |
การตอบสนองกลูโคสที่คาดการณ์
ถ้าคุณ...
โมเดลประมาณการ — การตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
🔄 ทดแทนด้วย GI ต่ำ
แม้ว่าอัลมอนด์จะมีค่าภาระน้ำตาลต่ำมากอยู่แล้ว (GL 0.3) แต่แมคคาเดเมีย พีแคน และวอลนัท แทบจะไม่มีค่าภาระน้ำตาลเลย และมีสัดส่วนไขมันต่อคาร์โบไฮเดรตที่สูงกว่า ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ยิ่งขึ้นและมีการตอบสนองของน้ำตาลน้อยมาก
🔬 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสูตรนี้
วิทยาศาสตร์เบื้องหลังของว่างที่ดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด
อัลมอนด์คือสุดยอดอาหารสำหรับการคุมน้ำตาลในเลือด ด้วยค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ที่ต่ำเพียง 5 และค่าภาระน้ำตาล (GL) แค่ 0.3 ต่อส่วน เคล็ดลับอยู่ที่สารอาหารที่โดดเด่น คือมีคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้น้อยมาก (เพียง 2-3 กรัมต่อออนซ์) แต่กลับอัดแน่นไปด้วยไขมันดี โปรตีน และใยอาหาร การผสมผสานนี้ทำให้ร่างกายดูดซึมคาร์โบไฮเดรตที่มีอยู่น้อยนิดนั้นอย่างช้าๆ ส่งผลให้แทบไม่มีผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดเลย ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในอัลมอนด์ยังช่วยชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารเคลื่อนออกจากกระเพาะช้าลง ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ทำให้อัลมอนด์มีค่ามากคือความสามารถในการช่วยให้ร่างกายจัดการกับน้ำตาลจากอาหารชนิดอื่นได้ดีขึ้น งานวิจัยระบุว่าการทานอัลมอนด์ร่วมกับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงสามารถช่วยลดการตอบสนองของน้ำตาลในเลือดโดยรวมของมื้อนั้นได้ ใยอาหาร (ประมาณ 3.5 กรัมต่อออนซ์) และโปรตีน (6 กรัมต่อออนซ์) จะทำงานร่วมกันเพื่อลดการพุ่งสูงของน้ำตาลและช่วยให้อิ่มนานขึ้น นี่คือเหตุผลที่อัลมอนด์หนึ่งกำมือเป็นของว่างที่ดีเยี่ยมก่อนมื้ออาหาร เพราะมันช่วยลดผลกระทบต่อระดับน้ำตาลของอาหารมื้อถัดไปที่คุณจะทานได้
เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรทานอัลมอนด์ทั้งเปลือก เพราะเยื่อหุ้มสีน้ำตาลมีใยอาหารและโพลีฟีนอลที่ช่วยเรื่องระบบเผาผลาญ ลองทานคู่กับผลไม้เพื่อเพิ่มไขมันดีและโปรตีนเข้าไปช่วยชะลอน้ำตาลธรรมชาติในผลไม้ หรือทานสักหนึ่งกำมือเล็กๆ 15-20 นาทีก่อนมื้ออาหารเพื่อช่วยคุมระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารให้คงที่ แต่อย่าลืมว่าแม้ว่าอัลมอนด์จะดีต่อระดับน้ำตาลมากแค่ไหน การคุมปริมาณก็ยังสำคัญ ควรทานที่ประมาณ 1 ออนซ์ (ประมาณ 23 เม็ด) เพื่อไม่ให้ได้รับแคลอรีมากเกินไปในขณะที่ยังได้รับประโยชน์ต่อระบบเผาผลาญอย่างเต็มที่
สูตรที่เกี่ยวข้อง
PDF ฟรี — 3 หน้า
สมุดบันทึกอาหารประจำสัปดาห์
บันทึกมื้ออาหาร ค่า GL และอารมณ์ พบรูปแบบใน 3 สัปดาห์
ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ